บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

รีวิว Drag Race Season 2 EP2 : แตกต่างโลกถึงจะจำ

Downpour ติดตาม กำลังติดตาม
เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2562 - 14:17 น.
AA 48

ภาพรวมของอีพี 2 คือสนุกมาก มีการร้อยเรื่องราวของทั้งรายการผ่านการคิดมาคืออยู่ในเรื่องเดียวกัยคือ "สีสัน"

เริ่มต้นจากวิดีโอของพี่อาร์ต (ที่ทำให้ผู้ชมเกร็งตามแกได้น้อยลง เพราะอะไรที่แกเคยฝืนๆ ในซีซั่น 1 หายไปเยอะแล้ว) พี่อาร์ตได้พูดถึงเรื่อง "รุ้ง" รุ้งในที่นี้เป็นได้ทั้งเรื่องของ "สีสัน" และเรื่องของ "ความหลากหลายทางเพศ" จากนั้นเรื่องราวของทั้งอีพีอยู่ในเส้นเรื่องนี้

มินิชาเลนจ์เป็นเกมจับคู่สีกางเกงผู้ชาย เป็นเกมที่เอามันเป็นหลักสไตล์เกมโชว์ แต่ก็วัดผลของเหล่าควีนเบาๆ ในสกิลความจำและเรื่องการแยกสีสัน เกมนี้ถือว่าดูเป็นอรรถรส การตัดต่อเล่าเรื่องออกมากระชับดีและขยี้ในส่วนที่จำเป็น เสพเหล่า Super Boy ที่มาเป็นสีสัน แล้วดูความมันที่เหล่าควีนที่ต้องมาสู้กัน มีความเป็นทายาทเมนเทอร์หมูที่ตะโกนรบกวนผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ตามด้วยการ "เล่นเกม" เมื่อคนชนะมีสิทธิ์ที่จะกลั่นแกล้งคู่แข่ง ก็เป็นอะไรที่ทำให้เกมดูเดือดขึ้นดี

ช่วงแม็กซี่ก็ยังอยู่ในธีมสีๆ คือถ่ายแบบกับสีฝุ่น ที่คุมตัวเองไม่พอยังต้องมาคุม Super Boy แล้วเหมือนว่า Super Boy จะถูกรับบรีฟมาว่าให้แกล้งเหล่าควีนให้มากที่สุด เป็นโจทย์ที่ท้าทายดี แล้วมีความทุลักทุเลเข้ากับโทนของรายการได้ดี รวมถึงช่างภาพอย่างคุณสุรปุยก็อรรถรสชะมัด แกจะมาถ่ายรูปหรือแกจะมาเป็นแดร็กซะเอง... สำหรับผลการตัดสินก็เป็นเอกฉันท์เพราะงานดีที่สุดจริงๆ ... ก่อนจะบ่นว่าเบื่อถ่ายแบบแล้ว อีพีหน้าก็มาด้วยชาเลนจ์ประดิษฐ์เครื่องหัวลิเกและน่าจะแข่งกันเรื่องเอนเตอร์เทนคนดูแล้ว

รันเวย์ในอีพีนี้อยู่ในโจทย์ "ฟ้าหลังฝน" เป็นโจทย์ที่ดีเลยทีเดียว เพราะสามารถคิดงานได้หลายระดับ จะเล่นนามธรรม รูปธรรม สัญญะ อะไรได้หมด วัดระดับความคิดสร้างสรรค์ของเหล่าควีนได้ดีทีเดียว

กรรมการ

ก็ยังคงเห็นฟอร์มของการเลือกกรรมการคือมีเพศทางเลือกและเพศทั่วไปเพื่อให้ได้มุมมองที่หลากหลาย มีคนเบื้องหน้ากับเบื้องหลัง แต่อาจจะควบคือได้ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง กรรมการเซ็ตนี้ก็แอคทีฟกันและเข้าขากันดี มีสาระแต่ก็แทรกเรื่องอรรถรสไว้นิดๆ หน่อยๆ ส่วนตัวแอบเห็นด้วยความเห็นในทวีตหนึ่งว่า การแนะนำกรรมการแบบเอาฮาก็เป็นเอกลักษณ์หนึ่งของรายการ แต่มันน่าจะดีกว่าถ้าใส่สาระเข้าไปด้วยว่า "กรรมการคือใคร" ซึ่งมันทำให้เห็นความสำคัญว่าทำไมถึงต้องเชิญมา แม้ว่าจะเป็นแขกรับเชิญที่รู้จักกันดีแค่ไหนก็ตาม รวมถึงผู้ชมส่วนหนึ่งก็เป็นต่างชาติด้วย แล้วค่อยมาหักมุมแบบตลกขบขันก็ว่าไป

เรื่องราวเหล่าแดร็ก

ภาพรวมของอีพีที่ผ่านมา การจิกกัดของควีนดูไปทางฮามากกว่ากัดกันเอาตาย ด่ากันแรงแต่ให้มูดแอนด์โทนแบบฮาๆ ถ้าเทียบกับซีซั่น 1 ที่มีความดราม่าสูงกว่านี้ แบ่งฝักแบ่งฝ่าย รุมทุบตีเด็ก เหยียดหัวจรดเท้า ต้องมาดูว่าพล็อตแบบนั้นจะกลับมาหรือไม่ ด้านของความเป็นละคร น้อยกว่าซีซั่น 1 เพราะไม่มีพล็อตย่อยๆ อื่นๆ ใส่เข้ามาเลย เช่น อีพี 2 ของซีซั่นที่แล้วก็เริ่มทำให้เห็นปมของผู้เข้าแข่งขันแล้ว เริ่มที่จาจ้าที่เป็นคนเสียเส้นประจำแก๊งแต่เมื่อเปิดเผยเรื่องที่เป็นปมในใจก็ลากคนดูไปอยู่ในมูดสะเทือนใจได้ ก็ต้องมาดูว่าจะมีอรรถรสละครมาแฝงในซีซั่นนี้รึเปล่า

ลิปซิงค์

ดูจะเป็นช่วงที่แฟนๆ ไม่ค่อยให้ผ่านซักเท่าไหร่ ทั้งนี้มองว่าช่วงลิปซิงค์มันออกแบบมายังไงขึ้นอยู่กับว่ารายการต้องการอะไรจากผู้เข้าแข่งขัน และต้องการให้คนดูรู้สึกอย่างไร หากเลือกที่จะให้เห็นโชว์สุดว้าวและสมบูรณ์แบบ คงต้องเลือกเพลงขาประจำและให้ผู้เข้าแข่งขันไปเตรียมตัวมา แต่หากจะเลือกเส้นทางเคี่ยวผู้เข้าแข่งขัน กรองศิลปินไหวพริบออกจากโรบอต วิธีเลือกเพลงประหลาดและให้มารู้หน้างานว่าเป็นเพลงอะไร ก็เป็นวิธีที่เหมาะ มันเป็นเรื่องที่รายการต้องตัดสินใจเองว่าจะไปทางไหน

ส่วนตัวมองว่าไม่ต้องบอกเพลงก่อนแต่เลือกเพลงที่คุ้นหูอยู่แล้วมาก็พอ เพลงคลีเช่มันคือมันพิสูจน์อยู่แล้วว่าดีถึงได้ถูกเลือกมาโชว์บ่อยๆ แต่ไม่ต้องถึงบอกเพลงเพราะโอบอุ้มผู้เข้าแข่งขันมากเกินไป ถ้าใจใฝ่จะเป็นแดร็กควีนแล้วเพลงอะไรต้องผ่านไปให้ได้...ยิ่งเพลงคลีเช่ถ้าไม่ได้ก็ไม่ใช่แล้ว

Genie

วันนี้คือวันของนาง ! เริ่มจากการเป็นผู้ชนะถ่ายแบบ สิ่งที่น่าจะทำให้ Genie ชนะคือการคิดเร็ว ตัดสินใจเด็ดขาด Genie มองว่าตัวเองแต่งเป็นผีมาก็เลือกที่จะถ่ายทอดเรื่องราวนี้ สร้างมูดแอนด์โทนเย็นยะเยือก ใช้สีขาวที่ออกจากผม และสีน้ำเงินกับม่วงเท่านั้น วางแผนมาเป็นอย่างดีที่ให้ Super Boy สาดสีมาแค่ช่วงขา ภาพที่ออกมาได้อย่างลงตัวไม่ใช่ลูกฟลุคแน่นอน ทุกอย่างคือภาพในหัวที่ทำออกมาได้จริง

ตามด้วยช่วงรันเวย์ ที่มาในชุดก้อนเมฆน่ารักสดใส กับเทคนิคติดไฟให้เมฆเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ สิ่งที่น่าสนใจคือแอดติจูดในการนำเสนอ Genie ไม่จำเป็นต้องล้นหรือเยอะ นิดๆ หน่อยๆ ก็น่ารักสดใสแล้ว เพราะพื้นฐานนางเป็นเท็ดดี้แบร์อยู่แล้ว ดึงความน่ารักของตัวเองมาได้กำลังดี น่ารักแบบไฮๆ คุณหนูๆ

ทอไหม

ทอไหมรักษาแนวทางของตัวเองไว้อย่างดี มันไม่ใช่แค่การแต่งชุดไทยๆ แต่ในการแดร็กมันมีการล้ออะไรบางอย่างอยู่ในนั้นซึ่งก็คือ "Very Thai" ในช่วงถ่ายแบบทอไหมได้ทำผลงานไว้ในอันดับบ๊วยจนต้องมาเล่นใหญ่ในรันเวย์ แล้วก็จัดเต็มจริงๆ ทอไหมเลือกที่จะ "เสี่ยง" คิดนอกกรอบ ไอเดียดูฉีกจากทุกคนที่พากันไปเล่นเรื่องรุ้งกับความหลากหลายทางเพศ แต่มาในแนววิพากษ์วิจารณ์เรื่องคนกับความเชื่อ คือมันเสี่ยงที่ว่า "แตกต่าง" ย่อมโดดเด่น แต่หากกรรมการมองว่าไม่ตรงโจทย์ก็จบเลย แต่ครั้งนี้ "ถูกหวย"

วิธีคิดของลุคนี้คือ การตีความ "ฟ้าหลังฝน" 2 แบบ อย่างแรกคือรุ้ง รุ้งมี 7 สี ก็กลายเป็นผ้า 7 สี อย่างที่สองมองว่าฝนคืออุปสรรค การข้ามอุปสรรคแบบ Very Thai คือ พึ่งไสยศาสตร์ วิธีการเตรียมการอาจจะเป็นเอาชุดที่มีอยู่แล้ว แล้วมา GAT PAT เชื่อมโยงเอาอีกทีหรือเรียกอย่างว่าแถก็ได้ แต่การแถมันก็วิธีหนึ่งของศิลปินล่ะนะ อีกอย่างที่ต้องให้เลยคือความเป็นนักเล่าเรื่อง การจัดลำดับเหตุการณ์ จังหวะ และการสร้างมูดแอนด์โทนมันลงตัวจริงๆ อีกส่วนที่ดีคือ ทอไหมอาจจะเป็นสายเสียเส้น ขายฮา แต่ในเรื่องของลุคมันไม่เละนะ สวยได้อยู่

Kandy Zyanide

อิน้องลูกกวาดอาบยาพิษ ในวันนี้จี๊ดไม่เบา เริ่มจากชนะเกมจับคู่กางเกงผู้ชาย ตามด้วยรันเวย์ที่เรียกคำชมไป กับงานที่มาในธีมเสรีภาพทางเพศ ด้วยการใส่ชุดนกที่สื่อถึงเสรีภาพ ตามด้วยการปล่อยธงสีรุ้งที่เป็นการประกาศเอกราช ทั้งสองเป็นสัญญะที่เป็นสากล ไม่ต้องอธิบายก็เข้าใจได้ทั่วโลก งานชุดเรียกว่าเก็บรายละเอียดดี ดูมีความเป็นชุดประกวดนางงาม รวมถึงมีแอคติ้งที่ส่งเสริมความหมายนี้ไปด้วย เป็นคนที่มีจริตที่ดีดึงดูดให้มอง ตามด้วยการวางแผนมาดีที่จะจัดการกับธงสีรุ้งที่ยาวมากๆ ออกมาได้สวยและแกรนด์มาก ... เส้นทางของอิน้องก็เริ่มที่จะเห็นกันแล้ว เริ่มมีกองเชียร์ มีการสร้างผลงานอยู่ในมาตรฐานที่ดีตลอด เหลือตรงต้องโดดเด่นถึงขั้นชนะบ้างแล้ว

Bandit

ดูจะฮอตมากเพราะร่างชายโดนใจหลายคน สำหรับพี่ตี๋นักวิเคราะห์หุ้นยังคงเป็นคนคิดเยอะ มีซีนด้วยการทำคะแนนช่วงจับคู่กางเกงผู้ชายไปได้เท่าน้องยาพิษ ตามด้วยการเอาจริงเอาจังในช่วงถ่ายแบบ ที่มาครบเท่าที่จะสรรหาท่าทางได้ จริงจังในการแข่งมากๆ ตามด้วยรันเวย์ที่เจอปัญหาใหญ่จนต้องขายผ้าเอาหน้ารอด มาด้วยชุดแต่งงานสีขาวแล้วป้ายสีรุ้งไว้ที่หน้าอก เล่าเรื่องการแต่งงานแบบไม่จำกัดเพศ แม้จะเป็นเพียงแค่ชุดป้ายสีดูเตรียมมาน้อยกว่าเพื่อน แต่สิ่งที่ช่วยคือแอคติ้งและไหวพริบ แอคติ้งของแกแรงจริงๆ ใส่เต็มและสร้างมูดได้สุดจนกรรมการอยากตบได้ รวมถึงไหวพริบ ด้วยความที่ชุดไม่มีอะไรมาทวิตอย่างชาวบ้านทำให้แกไม่มีไคล์แมกซ์แกก็ใช้น้ำฝนนี่แหละมาสร้างไคล์แม็กซ์ให้ตัวเอง แถมยังเก๋ๆ ด้วยแฟชั่นผมเปียกและผิววาวน้ำ

Kana Warrior

อาจารย์หัวหน้าภาคดูมีคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นขึ้นมา สีหน้าที่ต้องการยาหอมตลอดเวลา ด้วยการจิกกัดที่เนิบๆ แต่จิกสุด แล้วดูจะเป็นตัวแสบ อิน้องยาพิษถึงเลือกที่จะแกล้ง ด้วยความที่นางโดนแกล้งก็ทำให้นางต้องมาถ่ายรูปด้วยการเอาผ้าห่มมาห่อร่างและเอาหมอนมาด้วย ก็ดูเป็นคนที่เวลาทำอะไรจะมีลูกเล่นเสมอ เหมือนกลัวว่าไม่ต่างแล้วคนไม่จำ ในช่วงรันเวย์ อาจจะไปคล้ายฝาแฝดนาง คือ ลุคเจ้าสาวและงานละเลงสี แต่ขอโทษ... อย่าคิดว่าจะมาสาดสีแบบธรรมดา เพราะแกเล่นต่อสายยางเพื่อให้สีค่อยๆ ย้อยลงผ้าสีขาว ทั้งสวยและว้าว ตามด้วยการใช้ไหวพริบเอาฝนมาเป็นไคล์แม็กซ์เพื่อจบโชว์แบบปังๆ สิ่งที่ชอบที่สุดคือการแต่งหน้า ดูจากหน้าตอนร่างชายเทียบกับหน้าชุดเจ้าสาวแล้ว โอ้... ชะนีอิจฉามา

Vanda Miss Joaquim

สวยและขึ้นกล้องมาก จากการถ่ายแบบนี่ดูมีเสน่ห์มากๆ ในส่วนรันเวย์ จากที่ติดสวยและไม่ตอบโจทย์ในครั้งที่แล้ว ในครั้งนี้แก้ไขไปหมดเลย Vanda Miss Joaquim มาในลุคต้นไม้ตาย ลงตัวระหว่างความสวยและความแฟนซี องค์ประกอบศิลป์ก็ออกมาดี คราวนี้ไม่ได้มาขายสวยอย่างเดียว แต่ขายการแสดงพร้อมลูกเล่น เล่าแต่ละอย่างไปแบบไม่รีบร้อน ไม่วุ่นวาย จังหวะได้ การไล่ระดับทำได้ดี แล้วมาจบตรงที่ฝนเพื่อให้เป็นไคล์แม็กซ์ สำหรับโชว์นี้ลงตัวในการเล่าเรื่องและลุคที่กำลังพอดีๆ 

Angele Anang

สำหรับแฝดมะปราง วิรากานต์ เป็นสาวที่ดูมีอะไรๆ ดูคิดเยอะ ในรันเวย์นี้เลือกมาในแนวฉีก คือการนำเสนอที่ให้ตัวเองเป็นงานแผนภูมิชั้นฟ้า สีดำแทนพื้นดิน ข้างบนคือฟ้า เมฆ พระอาทิตย์ มีรุ้งอยู่ตรงกลาง ซึ่งเชื่อมฟ้ากับดิน งานชุดใช้ชุดดำเพื่อส่งให้คนมองส่วนหัว มีทรงสร้างหัวแบบเปลือกหอยและปะการัง ดูมีความเป็นศิลปะ สำหรับในครั้งนี้อาจมีข้อด้อยตรงดูหดหู่ไม่เป็นฟ้าหลังฝน แต่งานลุคที่นำเสนอ สไตลิสก็เข้าใจ การนำเสนอ และการเคลื่อนไหวที่สง่า ซูเปอร์โมเดลเค้าให้

Katy Killer

สาวที่มีเอกลักษณ์ตรงที่วิกใหญ่ สีสันเยอะ จริตการจิกกัดแบบดีดๆ เผ็ดๆ แทนเคมีของกะเทยบ่อกุ้ง Katy Killer ตีโจทย์ด้วยการนำเสนอสิ่งที่อยู่คู่กับรุ้งคือ "โพนี่" มีการใช้สีสันที่แทบทำให้คนตาบอดได้ มันเป็นเอกลักษณ์ของเค้าก็จริง แต่ดูองค์ประกอบศิลป์จะอิรุงตุงนังเหลือเกิน เน้นเยอะเช่นเคย การแต่งหน้าไม่ยังคงความแฟนซี ดูแย่ที่การแต่งหน้าไม่ชวนให้คิดถึงม้าเลย สิ่งที่พาให้ Katy Killer รอดไปได้ในวันนี้คือการนำเสนอ ท่าทางที่ช่วยทำให้ดูเป็นม้า และความสดใสความเป็นบวก ที่ตอบโจทย์ได้อยู่

ศรีมาลา

ดูจะฟอร์มตกซะแล้วสำหรับเมียผู้ใหญ่บ้าน ช่วงงานรันเวย์ ก็เรียกว่าฉีกออกจากงานเดิม มาในมูดแอนด์โทนใหม่ๆ ซึ่งดีที่หาอะไรใหม่ๆ มานำเสนอ ในช่วงแรกเป็นที่สาวอมทุกข์ใส่หมวกที่ติดไฟสายยางไว้สวยมากๆ สื่อสารเรื่องราวถึงช่วงเวลาเศร้าได้ดีและสวยไปด้วย แต่ที่มาแย่คือช่วงที่ถอดชุดและต้องสื่อสารว่า No More Tears กลับไปไม่ถึง เวทีนี้ได้ย้ำมาตลอดว่าหากจะทวิตชุด ต้องถอดแล้วว้าว ถอดแล้วต้องดีกว่า แต่งานของศรีมาลานั้นถอดแล้วทำให้รู้สึกว่าไม่ถอดดีกว่า ชุดที่อยู่ข้างในเป็นชุดราตรีที่ไม่ได้ว้าวอะไรและเก็บงานไม่ดี รวมถึงแอคติ้งไม่ได้หักมุมอะไร มันอาจเป็นความรู้สึกข้างในจริงๆ ที่คงไม่มั่นใจกับชุดจนน้ำตาตกในอยู่ก็ได้

Miss Gim Huay
น้องหมวยเริ่มออกจากเส้นทางไชน่าดอลแล้ว มีลุคไม่จีนมาบ้างแล้ว แต่สิ่งที่พลาดก็ยังพลาดเหมือนเดิมคือการ Reuse ในครั้งนี้แม้ลุคจะไม่ซ้ำแต่ทริคซ้ำ นอกจากการที่เคยเล่นไปแล้วที่เหมือนกับการเล่นมุกตลกเล่นซ้ำมันไม่ขำ ยังเป็นการทำลายการเล่าเรื่องของตัวเองด้วย การเล่าเรื่องมันควรมีไคล์แม็กซ์ใหญ่ๆ แค่อันเดียว ในที่นี้การปล่อยกระโปรงที่เป็นรุ้งลงมามันคือไคล์แม็กซ์ไปแล้ว มันคือฟ้าหลังฝนคือรุ้งและความสดใสร่าเริงแล้ว มันปิดโชว์ได้แล้ว การยิงสายรุ้งอีกรอบเหมือนสร้างไคล์แม็กซ์อีกจุดมาแย่งซีนกัน แล้วครั้งที่สองดันไม่สื่อสารเรื่องแล้วยังเป็นมุกซ้ำอีก แทนที่จะบวกเลยเป็นลบแทน ... ต้องทำการบ้านหนักๆ แล้ว

Maya B’haro

ดูท่าจะจืดจางเมื่อเทียบกับคนอื่น ยังคงเส้นทางคือชุดต้องมีความแวววาว ซึ่งครั้งนี้มาในลุคลูกสาวแดดดี้หมูอาซาว่าด้วยคริสตัลจัดเต็ม การเล่าเรื่องคือเรื่องฟ้าหลังฝนแบบฝนตกแดดออกแล้วมีรุ้ง ใช้การทวิตชุดและแอคติ้งเพื่อเล่าเรื่อง มองว่าในครั้งนี้อาจผ่านเพราะไม่ได้แย่ เล่าเรื่องได้ แอคติ้งได้ แต่ถ้าจะไปต่อยาวๆ ต้องไปทางอื่นที่ไม่ใช่งานชุดติดไฟกระพริบกับงานคริสตัลบ้าง

Mocha Diva

ในรันเวย์ครั้งนี้ได้วางแผนว่าจะนำเสนอเรื่อง ความเท่าเทียมทางเพศ เริ่มจากการใส่ชุดที่มีชั้นสีรุ้ง แต่มันเป็นแค่ชุดที่เป็นสีนั้นๆ แล้วมาใส่ซ้อนกันแสร้งว่าเป็นชุดสีรุ้ง แล้วค่อยๆ ถอดชุดแต่ละสีออก เมื่อถอดออกหมดจะกลายเป็นบอดี้เพ้นท์ที่เป็นสีรุ้งจริงๆ อยู่บนผืนเดียวกันคือร่างกาย นี่น่าจะเป็นสิ่งที่เค้าอยากจะเล่า... แต่ในการนำเสนอนั้น การถอดแต่ละชุดแอคติ้งไม่ส่งให้เกิดการสื่อสารอะไรนอกจากความไม่มั่นใจ แถมยังถอดแบบไม่ได้ขยี้อารมณ์ด้วย ทั้งยังไม่มีลูกส่งที่มีพลังพอให้กับช่วงไคล์แม็กซ์เลย นี่น่าจะเป็นเหตุผลที่ต้องถูกออกมาลิปซิงค์ ... Mocha Diva ก็เรียกว่าโชว์ลิปซิงค์ได้ดีพอตัว แม้จะถูกสกัดด้วยการเอาทำนองหมอลำมาใช้ ซึ่งชาวต่างชาติเช่นนี้คงต้องใช้ไหวพริบช่วยเยอะ ส่วนที่ดีของการโชว์คือ เค้าคำนวนก่อนว่าช่วงไหนควรเป็นช่วงที่ควรปล่อยหมัดแย็บ ช่วงไหนควรจะปล่อยหมัดฮุค ถ้าฮุคเรี่ยราดพลังของการฮุคจะดร็อปลง

Silver Sonic

ผู้จากไปในครั้งนี้ จริงๆ ก็เรียกว่าเป็นเด็กมีของสายแฟชั่น ในช่วงรันเวย์ได้โชว์สกิลการทำชุด ชอบในการทำเดรสเข็มขัดคือความแฟชั่นอยู่ มีงานทำพัดสายรุ้งไว้ด้านหลัง เอาไว้กางออก สิ่งที่เสียหายคงเป็นส่วนที่เก็บงานไม่เรียบร้อย อีกส่วนคือแอคติ้งที่ไม่ได้เลยจริงๆ เต็มไปด้วยความไม่มีความสุข ออกไปทางกังวลว่าจะทำอะไรต่อ ในช่วงที่เล่นกับชุดไม่ได้มีลูกขยี้อะไรให้เลย ทั้งที่ลูกเล่นมาอย่างนี้ถ้าขยี้ช่วยนี่จะดีมาก

การตัดสิน

ช่วงที่ชอบมีอันนึงที่ดูจะไม่กลับมาคือพี่อาร์ตเยี่ยมโต๊ะทำชุด แต่อีกช่วงกลับมาแล้วคือช่วงกรรมการสุมหัวกัน มองว่ายิ่งมีควีนหายไปสัดส่วนตรงนี้คงเยอะขึ้น สำหรับการตัดสินมันก็คือแนวทางที่เห็นตั้งแต่ SS1 และ TFM2 คือต้องการคนแบบไหนการตัดสินจะเป็นอย่างนั้น ถ้าอยากจะชนะเกมนี้ก็ต้องมองให้ออกและเป็นอย่างที่รายการต้องการ

สิ่งที่รายการต้องการแน่ๆ คือ ต้องครบทั้งความคิดที่ล้ำกว่าใคร งานแฟชั่น และการนำเสนอที่อยู่ระดับทำชุดไก่กาให้เป็นนกฟินิกซ์ได้ ต้องไม่เพลย์เซฟ พิสูจน์ตัวเองว่าสร้างสรรค์ได้ไม่รู้จบแม้จะอยู่ในโจทย์อะไรก็ตาม ... นี่แหละศิลปินตัวจริง

ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20

รีวิว Drag Race Season 2 EP2 : แตกต่างโลกถึงจะจำ