บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

รีวิวและวิเคราะห์ The Face Men Thailand 2 EP. 5 การเลือก ความแฟร์ และสงครามนักปั่น

Downpour ติดตาม กำลังติดตาม
เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 - 12:33 น.
AA 128

รีวิวและวิเคราะห์ The Face Men Thailand 2 EP. 5 

การเลือก ความแฟร์ และสงครามนักปั่น

หลังจากเป็นแคมเปญถ่ายแบบมาอย่างต่อเนื่องก็ถึงการถ่ายแฟชั่นวิดีโอลองเทค
แคมเปญยากๆ ก็ว่าหนักแล้ว ปัญหาในทีมก็ยิ่งทำให้หนักขึ้นอีก แล้วปัญหาระหว่างทีมก็ยังมาจู่โจมอีก
ด้วยโอกาสที่รายการจงใจจำกัด โอกาสที่มีอยู่ 4 เทคกับผู้เข้าแข่งขัน 5-6 คน
ทำให้โอกาสในการทำแคมเปญของผู้เข้าแข่งขันอยู่กับการวางแผนของเมนเทอร์

เมนเทอร์พลอยหวนกลับมาในเวอร์ชั่นที่สร้างความบันเทิงเหลือเกิน
เมนเทอร์โทนี่พบกับบทเรียนใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ที่ต้องตามติดการผจญภัยของเค้าอย่างใกล้ชิด
เมนเทอร์หมูจัดชุดใหญ่กับ "สงครามนักปั่น" ที่ปั่นทั้งทีมตัวเอง และทีมคู่แข่ง
นอกจากขุดเอารสชาติเดิมๆ มาเสิร์ฟแฟนกลุ่มอนุรักษ์นิยม
อีกทั้งยังเต็มไปด้วยเล่ห์กลเพทุบาย การเปิดศึกรอบด้าน และเกมจิตวิทยาของยอดนักปั่น

แต่ในสงครามที่ดุเดือด ก็ได้เห็นมุมที่งดงาม การพิสูจน์ตนเองของคนที่เหมือนจะสิ้นสุดแล้ว
การมุ่งมั่นกับการทำงานของคนมีฝัน ทีมเวิร์คและมิตรภาพที่เกิดขึ้นในทีม

การเลือกและความแฟร์ เป็น conflict ที่ทุกทีมต้องเจอ
อยู่ที่ว่าผู้นำจะจัดการอย่างไร และผู้ตามจะก้าวผ่านเรื่องราวพวกนี้ได้หรือไม่
ระบบการปกครอง 3 ขั้วจาก 3 เมนเทอร์ ยิ่งเห็นได้ชัด และเป็นบทเรียนให้ศึกษา
ทุกรูปแบบมีข้อดี ทุกรูปแบบมีข้อเสีย อย่างเพิ่งรีบตัดสินและดูกันยาวๆ

ชีวิตไม่ยุติธรรม เป็น concept ที่พูดมาอย่างต่อเนื่อง แล้วจะอยู่ตลอดไปทั้งซีซั่นหรือไม่...

มาสเตอร์คลาสและแคมเปญ
มาสเตอร์คลาส

มาสเตอร์คลาสอีพีนี้ดีสุดๆ ตั้งแต่การสอนที่สนุก เพราะหากิจกรรมมาให้ทำระหว่างการเรียนการสอนด้วย รวมถึงสิ่งที่สอนก็เชื่อมโยงกับการแข่งขันด้วย ยังคงมีการขายครัวแบบเดิมกับการขายครัวเรื่องคลินิกวอนจิน และอาจจะเรียกว่าดีก็ได้ ด้วยความเป็นคลินิกศัลยกรรมเลยไม่สามารถโฆษณาทางโทรทัศน์ได้อย่างโจ่งแจ้ง เลยได้โจทย์ที่มันมีความสร้างสรรค์ไปด้วย

และโจทย์ในครั้งนี้คือการถ่ายภาพโคสอัพเน้นการสื่อสารทางแววตา ระหว่างที่เป็นคนธรรมดาและระหว่างที่สวมบทบาทเป็นสัตว์ สิ่งที่วัดนอกจากการสื่ออารมณ์ทางแววตาแล้ว ยังได้วัดว่าผู้เข้าแข่งขันคนไหนทำงานด้วยตัวเองได้ ตั้งใจฟังโจทย์จริงๆ และฉลาดที่จะตีความโจทย์ ซึ่งเราได้เห็นว่าหลายคนก็เล่นใหญ่ หรือเล่นเบาแบบว่าไม่ได้ฟังเลยว่าโจทย์คืออะไร 

ฟิล์มตีโจทย์แตกว่านกยูงที่สื่อถึงความสง่างามคือความงามของนกยูงมีไว้หาคู่ ด้านแก๊งเสือขณะที่หลายคนเล่นใหญ่และเป็นเสือกันทั้งหน้า แถมยังไปผิดทางกันเยอะ แต่แอนดี้ก็เล่นตาเน้นๆ และสื่ออารมณ์ได้เป็นตามนั้น 

ด้านรุจที่ได้โจทย์หมาที่เรียกว่ายากสุด ด้วยตาหวานของรุจ ที่ต้องบอกว่าพอโจทย์เกี่ยวกับถ่ายรูปและเน้นตามันก็เหมือนส่งให้เค้าจริงๆ เราจะเห็นการถ่ายแบบที่บิ้วอารมณ์กันมาตั้งแต่นอกเซ็ต แต่ครั้งนี้คือการบิ้วอารมณ์ในระหว่างการถ่าย ด้วยการปล่อยหัวให้ว่าง จากนั้นค่อยรู้สึกให้เหมือนหมา รุจมีการใช้การหอบเหมือนหมาเพื่อบิ้วตัวเองไปด้วย ดูมีการเข้าถึงความรู้สึกของการเป็นหมาจริงๆ ไม่ใช่แค่ทำหน้าเป็นหมาเฉยๆ

แคมเปญ

เป็นแคมเปญที่ยากแต่ไม่โหด หลังจากการใช้ร่างกายกันอย่างหนักหน่วงมาสองอีพีก็ไม่ต้องทรหดกันแล้ว แคมเปญไม่ได้แปลกแหวกแนวมากมายแต่ก็เรียกว่าดูสนุก ส่วนเรื่องความลุ้นอาจจะไม่มากเท่าไหร่เพราะไม่ได้อยู่บนฐานความเสี่ยงอะไร แต่ก็มีความลุ้นอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะการพูด tagline ที่ผิดตรงนี้ที่เดียวก็ทำให้สิ่งที่ดีมาตั้งแต่ต้นพังหมด ยิ่งด้วยซีซั่นนี้มีชาวต่างชาติด้วย การพูด tagline มันเลยได้ลุ้นมากขึ้นไปอีกระดับ 

คลิปที่โดดเด่น

ป๊อบปี้ - ผู้ชนะในครั้งนี้ ดูเป็นโรคจิตสโตคเกอร์แต่ก็ดูมีความจริงใจไปด้วย... เอ๊ะยังไงดี แต่ดูเป็นผู้ชายเข้าถึงง่ายแบบที่ผู้ชายที่ดูคลิปจะเอาตัวเองไปแทนได้ ป๊อบปี้สื่อสารทางใบหน้าที่ชัด สายตาของเค้ามีโฟกัสและดูเป็นคนมีเป้าหมาย ซึ่งเป้าหมายของเค้าคือการตามหญิง แล้วสื่อออกมาได้ชัดเลย ระหว่างที่ดูป๊อบปี้เราจะรู้สึกว่าเราลุ้นอยู่ตลอดเวลาว่าเค้าจะทำอะไรต่อไป และดึงดูดให้เราต้องติดตามดู

แบงค์ - ดูเป็นลุคของหนุ่มน้อยตามหารักแรกพบ ออร่าของแบงค์เมื่ออยู่บนจอนี่พุ่งมาก เค้าเดินเข้าจอทุกอย่างมันสดใสขึ้นมาได้เลยทันที ในช่วงของการดูแบงค์จะให้ความรู้สึกว่าเราต้องติดตามเพราะเรากำลังเอาใจช่วยหนุ่มน้อยคนนี้อยู่

แอนดี้ - ถ้าโรแมนติกที่สุดของเป็นคลิปนี้ แอนดี้เป็นคนที่อยู่กับอะไรก็จะดูแพงและอินเตอร์ไปหมด แอนดี้จะเป็นแบบนักธุรกิจฮ่องกงที่ดูภายนอกอาจจะเรียบเฉยๆ ดูเย็นชา แต่พอเจอผู้หญิงที่ชอบปุ๊บก็ดูอบอุ่น มันจะมีบุคลิกเขินๆ หน่อยๆ ซึ่งผู้หญิงหลายคนต้องฟินตาย

ลูอิส - ความโดดเด่นของคลิปนี้น่าจะเป็นการเก็บรายละเอียดการเคลื่อนไหวและการแสดงของลูอิส มันมีความ "แฟชั่นวิดีโอ" มันเป็นแอคติ้งแบบโฆษณาที่กำลังดี ลูอิสจะมีความแพรวพราวที่เรียกให้คนต้องติดตามทั้งการสื่อสารและการเคลื่อนไหวของเค้า

เมนเทอร์หมู และสงครามนักปั่น

เมนเทอร์หมูในวันนี้เรียกว่าดูกลับไปเป็นเมนเทอร์หมูในซีซั่นที่แล้ว ด้วยเหตุเฉพาะกิจที่เมนเทอร์ซอนย่าไม่อยู่ และเมนเทอร์พลอยมาแทนแล้วให้เคมีที่ใกล้เคียงกับโทนี่ ฉะนั้นเมนเทอร์หมูเลยต้องขยับเคมีตัวเองเพื่อให้ทดแทนเคมีของซอนย่า โดยเฉพาะซีนหลังห้องดำที่ "เล่นใหญ่เหมือนชนะทั้งซีซั่น" และ "ปั่น" ไม่เว้นหน้าไหนในรายการ

ก่อนที่จะขยี้ช่วงเวลาไคล์แมกซ์ เรามาดูเรื่องราวตั้งแต่หัวกันก่อน รู้สึกว่าพี่หมูชำนาญในการสอนมากขึ้น ตั้งแต่อีพีแรกๆ แล้วเห็นเลยว่ามีสกิลที่เหนือกว่าซีซั่นที่แล้ว พอมาสเตอร์คลาสก็สอนดีและคิดวิธีการสอนมาดี ดูสามารถเป็นคุณครูได้ ตามมาด้วยการแข่งขันที่มีความฉลาด ที่เก็บรายละเอียดที่ลูกเกดกับลูกค้าพูดกันแล้วเอามาใช้ปรับของตัวเอง ซึ่งช่วยได้มาก เพราะใครเป็นคนตัดสินก็ต้องทำให้ถูกใจคนนั้น แต่สิ่งที่พลาดคือการใช้เวลาที่คุ้มเกินไปของเมนเทอร์หมู ซึ่งอันนี้ก็สำคัญมากในการทำงาน เราคำนวนแค่เวลาทำงานไม่ได้ แต่ต้องเผื่อเวลาให้กับเหตุไม่คาดฝันด้วย และเหตุไม่คาดฝันในครั้งนี้คือเรือมาช้า และทำให้ทีมหมูเสียเทคสุดท้ายไป

นอกจากเรื่องหน้างานแล้ว การปกครองก็เข้มข้นเช่นเคย กับกลวิธีกดดันลูกทีมตัวเอง ใครไม่พร้อมก็ไม่ต้องทำ ไม่ง้อและไม่แคร์ แล้วยังได้ภาพเมนเทอร์ต้องมาปะทะฝีปากกับลูกทีมตัวเอง และถึงจะชนะการกดดันก็ไม่จบไม่สิ้น อย่าได้คิดว่าทีมนี้จะได้ดีใจแบบทีมอื่น แกเล่นใหญ่ด้วยการตำหนิเรียงตัวและหลอกว่าแพ้ และถึงจะเฉลยว่าชนะแกก็ตำหนิอยู่ดี แม้ป๊อบปี้ที่ชนะแคมเปญก็ยังโดนกับเค้าด้วย 

สำหรับการเข้าห้องดำครั้งแรกนั้น เรียกว่าเล่นใหญ่ให้สาแก่ใจเลยทีเดียว อีพีที่แล้วซอนย่าตัดแบบนางงามมิตรภาพ เป็นมิตรกับทุกทีม แต่ครั้งนี้พี่หมูตัดแบบสร้างศัตรูรอบด้าน ด่าทุกทีม บอกเลยว่าสงครามการเมืองในครั้งนี้ซับซ้อนมาก

เกมจิตวิทยาให้ห้องดำของเมนเทอร์หมู 
ทำไมตัดวิลเลี่ยม และเซฟกอล์ฟ

- เป็นตามที่พูดว่าจะ ตัดคนเก่ง ถ่วงคนอ่อนอีกทีมนึง ซึ่งเราไม่คิดว่ากอล์ฟจะถ่วงทีมซอนย่าได้ เพราะซอนย่าเล่นเกมแบบเอาแต่ตัวท็อปมาทำแคมเปญ แล้วจะถ่วงยังไง

- เป็นอย่างที่พลอยพูด จริงๆ พี่หมูก็เชียร์กอล์ฟอยู่เลยเลือกให้ได้พัฒนาตัวเองต่อ ค่อนข้างมองว่าทีมสัตว์ประหลาดนี่ก็ไม่ใช่ไทป์ของพี่หมูอยู่แล้ว ตั้งแต่ออดิชั่นก็จะเห็นว่าคนที่โหวตให้แก๊งสัตว์ประหลาดผ่านคือโทนี่และซอนย่าเป็นหลัก 
- การสร้างสถานการณ์ให้เมนเทอร์โทนี่ ซึ่งยังไม่เคยเสียลูกทีม ให้ได้แสดงออกภายใต้สถานการณ์นี้บ้าง ส่วนถ้าตัดทีมซอนย่าในขณะที่เมนเทอร์ซอนย่าไม่อยู่ ก็คงไม่ได้ภาพอะไรเท่าไหร่ เพราะพลอยไม่ได้ผูกพันกับเด็กพวกนี้ขนาดนั้น 
- เพื่อเป็นการส่งสารถึงเมนเทอร์โทนี่ว่า อย่าส่งคนที่ทุ่มเททำแคมเปญมาในห้องดำ และปล่อยให้คนไม่ดีพอที่จะทำแคมเปญไม่ต้องมารับผิดชอบอะไร รวมถึงไซโคลูกทีมโทนี่ว่า ถ้าคุณทำแคมเปญคุณต้องเข้าห้องดำ แต่ถ้าไม่ทำก็ไม่ต้องเข้า ทำให้เด็กหวั่นไหวกับการถูกรับเลือกให้ทำแคมเปญ แล้วทำให้การทำงานมีปัญหา 

- การไฟต์ในห้องดำ บอกได้เลยว่า การไฟต์ของกอล์ฟนี่ดีที่สุดตั้งแต่ซีซั่นนี้เริ่มขึ้น และต่างกับวิลเลี่ยมแบบคนประสบการณ์เยอะกับเด็กเริ่มทำงาน ซึ่งก็ต้องเป็นแบบนั้นเพราะผ่านงานอื่นๆ และผ่านชีวิตมามากกว่าจริงๆ แล้วที่สำคัญมองพี่หมูได้ทะลุว่าที่พูดแค่จะทดสอบความมั่นคงทางจิตใจและกดดันให้กอล์ฟพัฒนากว่านี้ ในขณะที่วิลเลี่ยมไม่... เมื่อสัมภาษณ์วิลเลี่ยมก็ได้โต้ตอบกับประเด็นที่แพ้ชนะอย่างเจ็บแสบ ที่แสดงเลยว่าวิลเลี่ยมโดนไซโคสำเร็จไปแล้ว

- การทำลายความหลากหลายและความสมดุลของทีมโทนี่ จากอีพีที่แล้วก็ลองคิดว่าสรุปแล้วทีมโทนี่ควรดองหรือตัดถึงจะทำลายได้ ซึ่งเราคิดว่าควรตัด ทีมโทนี่มีจุดแข็งคือมีคาแรกเตอร์หลากหลาย แต่ละคนมีความเป็นตัวเองสูง และจุดอ่อนก็คือ แต่ละคนมีความเป็นตัวเองสูงแต่สไตล์สุดขั้วจนพลิกลุคยาก และในคนนึงตอบโจทย์ทุกโจทย์ไม่ได้ ฉะนั้นการตัดก็ทำให้บุคลิกนั้นหายไปจากทีม อย่างเช่น การตัดวิลเลี่ยมก็ทำให้เสียคาแรกเตอร์ผู้ชายสุดๆ หายไป

ในทั้งหมดนี้ขอมองว่ามันคือแผนทำลายความสมดุลของทีมโทนี่ บวกกับการไฟต์ที่ชนะใจพี่หมูของกอล์ฟ

มองให้ลึก ใต้แว่นตาหวีสับของเมนเทอร์หมู

ถ้าจะมองว่ามันคือการสร้างซีนและด่าเอามันก็มองได้ แต่ด้วยความที่เป็นพี่หมูยอดนักจิตวิทยากดดัน และเมื่อตัดอารมณ์ออกแล้วมาวิเคราะห์ content มันมีความน่าสนใจ และมีบทเรียนที่เด็กทั้งสองทีมควรเข้าถึงและเอาไปใช้ผลักดันตัวเอง

- ทีมโทนี่ เมนเทอร์หมูเลือกชงประเด็น "ไม่เคยชนะจริงๆ" คิดว่าเพราะทีมโทนี่ที่เป็นแก๊งเด็กน้อยมาถึงก็ชนะสองครั้งติดเลย และเริ่มมีมวลของความมั่นใจ ความลำพองหน่อยๆ ว่าทีมเราเหนือกว่าใคร และความคิดพวกนี้ถ้าสะสมมากๆ เค้าก็จะทำให้ผ่อนแรงลงและหย่อนวินัย จะเห็นว่าโดมกับเบสท์ไม่มาหน้าเซ็ตซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้ แล้ววันข้างหน้าผลลบก็ตกกับเด็กเอง และตกกับโทนี่ที่เค้าต้องเหนื่อยมาก สิ่งที่ลูกทีมโทนี่ควรทำเมื่อได้รับสารนี้ ไม่ใช่นั่งเถียงเกี่ยวกับผลตัดสินในอดีต แต่ต้องเอาชนะในอนาคต เพื่อพิสูจน์ตัวเอง พิสูจน์ทีม 

- ทีมซอนย่า โดนประเด็น "ใช้งานได้อยู่คนเดียว" เมื่อกติกาบีบให้เลือกคนมาทำแคมเปญ เมนเทอร์ซอนย่าก็เดินเกมแบบเลือกคนจริงๆ และเลือกแบบเทหน้าตัก ให้ทำไม่กี่คนแล้วพาทีมชนะ ซึ่งครั้งนี้ถ้าเป็นตามแผนที่เมนเทอร์ซอนย่าวางไว้ก็มีโอกาสชนะได้ และถ้าชัยชนะของทีมมันได้มาด้วยคนไม่กี่คนแบบนี้ทุกครั้ง คนที่เหลือก็อาจจะหย่อนกันได้ สิ่งที่ลูกทีมทีมนี้ควรทำคือต้องสปีดตัวเองให้ไปถึงลูอิส หรือการตำหนิกอล์ฟขนาดนั้น มันคือการกระตุ้นกอล์ฟ ซึ่งเป็นคนที่เมนเทอร์ซอนย่าไม่เลือกใช้มา 2 ครั้งแล้ว ที่ต้องรีบดันตัวเองให้ดีมากพอที่เมนเทอร์ซอนย่าจะเลือกใช้งาน ซึ่งคิดว่ากอล์ฟน่าเข้าใจพี่หมูอยู่แล้ว 

ส่วนคนที่ด่าแกว่า "ด่าแต่คนอื่นไม่ได้ดูทีมตัวเอง" ไม่ต้องว่าแก เพราะแกก็รู้ว่าทีมแกก็ยังไม่ดี แล้วแกก็ด่าทีมแกแบบเรียงตัวไปแล้ว ป๊อบปี้เอาชัยชนะมาให้ก็ยังโดนด่า บุญแค่ไหนแล้วที่แกไม่ลากทีมแกมาด่าให้ทีมอื่นฟัง ด่าทีมโทนี่เสร็จ ด่าทีมซอนย่า แล้วก็ด่าทีมหมูต่อ... อุ้ย ลืมตัว ทีมกรูเองนี่หว่า แบบนั้นมันก็ซิตคอมเกิน 

- ทีมหมู "ชนะแต่ไม่ชนะใจพี่" แกกดดันทีมตัวเองไว้แล้ว ว่าต่อให้ชนะก็อย่าลำพองใจซึ่งคือ content เดียวกับทีมโทนี่ และต่อให้ป๊อบปี้พาทีมชนะได้ก็จริง แต่คนอื่นทำแย่และต้องพัฒนาตัวเองซึ่งคือ content เดียวกับทีมซอนย่า

รวมถึงจิตวิทยาอันแยบยลในการด่าทีมอื่นแล้วสะเทือนทีมตัวเอง ในอีพีที่แล้วเราจะเห็นการเล่นเกมเบาๆ ของเมนเทอร์ซอนย่าที่ชวนเมนเทอร์หมูมาถ่วงทีมโทนี่ ซึ่งลูกทีมโทนี่ได้ยินแล้วคิดกว่าจะทำจริงก็คงสบายใจและหย่อนประสิทธิภาพ แต่สำหรับลูกซอนย่าและลูกหมูนี่เหมือนโดนกดดันว่า ถ้าอีกฝ่ายชนะต้องโดนตัดแน่ แล้วทางเดียวที่จะรอดคือต้องชนะ ส่วนอีพีนี้เมนเทอร์หมูก็ได้ใช้กลยุทธ์เปิดศึกสองทางเพื่อช่วยกดดันลูกทีมตัวเอง จากคำพูดของป็อบปี้ที่บอกว่า "ลูกหมู 5 ตัวตกอยู่ในอันตราย เข้าห้องดำเมื่อไหร่โดนตัดแน่" แล้วจะทำยังไงให้รอดล่ะ ... ก็ต้องชนะแคมเปญไง นั่นแหละคือสิ่งที่เมนเทอร์หมูต้องการที่สุด

ถ้าคุณเสพรายการนี้แบบผิวๆ อาจไม่ได้มองเห็นเนื้อแท้ คุณก็จะมองแค่ว่าหมูด่าแค่หาเรื่อง 
แต่ถ้ามองให้ลึกเนี่ยมันมองเห็นบทเรียนที่ดีมากๆ คือ "ความไม่ประมาท" 
และขอร้องอย่าไปด่าทีมลูกหมู 5 ตัวกันนะ เมตตาหน่อย... เท่านี้ก็เหมือนใช้ชีวิตอยู่ในบ้านผีสิงแล้ว

เมนเทอร์โทนี่ และ การไม่เล่นเกมของเขา

นอกจากการแต่งตัวที่อยู่จะหนักข้อขึ้นทุกวัน เมนเทอร์โทนี่ยังคงเป็นคนที่ดำเนินเกมไปแบบตรงไปตรงมา และในครั้งเรียกว่าเจอบทเรียนใหม่ๆ มาท้าทายเมนเทอร์ใหม่อีกแล้ว

สำหรับแคมเปญในครั้งนี้เราได้เห็นการกำกับการแสดงของโทนี่แล้ว แล้วก็ทำได้ดีมากๆ เลยทีเดียว ดูเป็นคนที่ผ่านการกำกับมา เพราะวิธีพูดและวิธีบิ้วนักแสดงก็เป็นแบบที่ใช้กันจริงๆ แล้วเห็นด้านนึงของโทนี่คือ หรือว่าเวลาแอ๊วผู้หญิงเค้าคงเหมือนเด็กแว้นหรือจิ๊กโก๋ปากซอย เวลาแอ๊วพี่พิม เวลาสอนเด็ก เวลาบิ้วเด็กให้แสดงอารมณ์ชอบหญิง ก็มาทางนี้ตลอด การกับกำของโทนี่ก็ยังคงเป็นสายยืดหยุ่นเช่นเคย แล้วช่วยในการบิ้วอารมณ์ กับคุมจังหวะให้ เรื่องหน้าเซ็ตแม้จะมีความสำเร็จแตกต่างกันไปตามนักแสดงที่ถูกกำกับ แต่ภาพรวมออกมาได้อย่างดีทีเดียว

 

แต่ความคุกรุ่นที่แท้จริงคือเรื่องบริหารทีมมากกว่า เมนเทอร์โทนี่ต้องรับมือการสถานการณ์ที่ไม่เคยเจอ ตั้งแต่การเลือกลูกทีมว่าใครได้ทำแคมเปญ ใครไม่ได้ทำ และคราวนี้ต้องเลือกจริงๆ เพราะมีแค่ 4 เทค กับ 6 คน ยังไงมันก็ต้องเลือก ในช่วงเลือกอาจจะไม่มีอะไร เพราะโดมกับเบสท์ไม่ได้แสดงออกว่าไม่พอใจอะไร ส่วนหมูหยองลึกๆ ก็อาจจะเฟลเพราะเค้ามีแรงขับในการเป็นเดอะเฟสมาก แต่ก็พยายามก้าวผ่านแล้วเป็นลูกน้องที่ดีให้โทนี่ แถมยังยกฐานะตัวเองขึ้นมาเวอร์วัง ก็ทำให้บรรยากาศไม่เสียและไปในทางบวก 

แต่เมื่อแคมเปญจบแล้วพบกับความพ่ายแพ้ ก็ดูเหมือนทีมนี้จะเจอ conflict ซะแล้ว ถ้าโทนี่ยังคงมีความตรงไปตรงมา และในครั้งนี้เมื่อมีคนไม่ได้ทำแคมเปญ เราก็ได้เห็นมุมมองของโทนี่ต่อการเลือกคนไปห้องดำภายใต้สถานการณ์แบบนี้ การแพ้มันเป็นความรับผิดชอบของคนทำแคมเปญ ที่ได้รับโอกาสและรับมอบหมายงานไปแต่ทำไม่สำเร็จ ซึ่งทำให้เด็กบางคนตั้งคำถามกับการตัดสินใจกับโทนี่

และนี่คือครั้งแรกที่โทนี่ต้องเสียลูกทีมไป ในอีพีที่แล้วเมนเทอร์ซอนย่าได้มอบสถานการณ์การได้รับลูกทีมกลับคืนให้กับโทนี่ ส่วนอีพีนี้เมนเทอร์หมูได้มอบสถานการณ์สูญเสียลูกทีมให้โทนี่ แถมยังไม่ได้ให้เวลาโทนี่ได้เสียใจ พี่หมูก็เดินเกมสงครามประสาท ที่ตัดเด็กเค้าไปแท้ๆ ยังจะมาด่าเค้าอีก เหมือนจะปั่นให้โทนี่สติแตกและตอบโต้ให้ได้ แล้วสุดท้ายก็ดูจะสำเร็จอยู่ เพราะโทนี่ได้แสดงอาการรำคาญและหงุดหงิดออกมาจริงๆ สำหรับความใหม่การตั้งรับได้ประมาณนี้ก็โอเคแล้วล่ะ แล้วก็โต้กลับไปได้แสบๆ คันๆ มันๆ แบบใช้ได้เลย

ดราม่าส่งคนไปห้องดำ ?

พยายามจะวิเคราะห์สิ่งที่เมนเทอร์หมูกำลังจะเตือนโทนี่ว่า "เล่นเกมไม่เป็น" แปลว่าอะไร และดราม่าที่เกิดขึ้นกับการส่งวิลเลี่ยมเข้าห้องดำมันคืออย่างไร ในอีพีที่แล้วพี่หมูทำให้สิ่งที่เมนเทอร์ยังไม่เคยทำกันคือการส่งคนไม่ได้ทำแคมเปญเข้าห้องดำ ด้วยความคิดว่า พลไม่ได้มีศักยภาพให้พี่หมูเรียกใช้งานซึ่งก็หมายถึงเค้าอ่อนสุดและสมควรไปห้องดำ แต่สำหรับโทนี่ในอีพีนี้มองว่า "ความแฟร์" คือ ไม่ควรส่งคนไม่ได้ทำแคมเปญไปห้องดำแบบที่มักจะทำกัน 

โทนี่ได้รักษาความแฟร์ของเค้าไว้ก็จริง แต่อีกด้านหนึ่งแล้ว การที่โทนี่เลือก แบงค์ เรียวตะ และวิลเลี่ยม มันก็แปลว่า 3 คนนี้มีคุณภาพที่จะให้ทำแคมเปญนี้ หรือก็คือ "เก่ง" ซึ่งคนที่ไม่ถูกเลือกคือ หมูหยอง ที่ไม่รู้ว่าแค่ลุคไม่ได้หรือการแสดงก็ไม่ได้ด้วย แล้วก็โดมกับเบสท์ที่การแสดงไม่ได้ (ถ้าถามว่ายังไม่ให้ลองทำแล้วรู้ได้ไงว่าใครเก่ง จะบอกว่าเมนเทอร์ทั้งสามเค้าส่งลูกทีมไปเรียนพิเศษการแสดงกันหมด ฉะนั้นเนี่ยจากคลาสนั้นเค้ารู้กันอยู่แล้วว่าใครเก่ง) แล้วพอไม่ชนะ โทนี่ก็ได้ส่งท็อป 3 เรื่องการแสดงของเค้าไปห้องดำและถูกคัดออกไป

คิดว่ามันจะไม่เป็นปัญหาอะไรถ้าโทนี่มองแล้วว่า วิลเลี่ยมไม่ใช่ไฟนอลวอล์คของเค้า และเลือกจะเซฟคนที่คิดว่าจะเก็บไว้ใช้งานไปด้วยในเวลาเดียวกัน ซึ่งคนดูก็ต้องยอมรับความคิดของโทนี่เช่นกัน เพราะเค้าเป็นเมนเทอร์ รู้จักเด็กมากกว่าใคร และเค้ามีแผนการเล่นเกมของเค้า แล้วก็ไม่คิดว่ามันเป็นการเล่นเกมเพราะคิดว่าพี่หมูจะไม่ตัดคนเก่ง เพราะคนอย่างพี่หมูตัดได้ทุกคน

แต่กำลังคิดว่า ถ้าโทนี่ยึดตรรกะแบบนี้ตลอดไป และตรงเป็นไม้บรรทัดแบบนี้ แล้ววันนึงโทนี่เลือกแค่หมูหยองกับแบงค์มาทำแคมเปญแล้วแพ้ แล้วส่งคนใดคนหนึ่งไปรับผิดชอบกับความพ่ายแพ้ นี่เหมือนโทนี่ต้องเลือกเสียแขนขวาหรือแขนซ้าย แล้วถ้าโดนคัดออกนี่มันจะเป็นเกมคัดคนเก่งออกจากรายการชัดๆ เรามองว่าพี่หมูกำลังเตือนโทนี่ว่า วันนี้โทนี่แค่เสียวิลเลี่ยม แต่วันหน้าอย่าส่งขุนพลรบของเค้าเข้ามา และถ้าถึงวันที่ต้องเลือกว่าจะรักษา "ความแฟร์" กับ "ลูกน้องคนเก่ง" โทนี่จะตัดสินใจเลือกได้อย่างที่ไม่มีใครต้องเสียใจ

ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

ตอนนี้การที่รายการบีบให้จำกัดคนทำแคมเปญเริ่มเกิดปัญหาขึ้นในทีมโทนี่ ทั้งการที่โดมกับเบสท์ไม่ได้อยู่ที่หน้าเซ็ต ที่ไม่ทราบว่ารายการทำให้คิดอย่างนั้น หรือเค้าไม่มาจริงๆ ซึ่งถ้าไม่มาจริงๆ ถือเป็นการหย่อนวินัยในการทำงาน ในการทำงานมันทำแบบนี้ไม่ได้ ถือว่าโทนี่เจอปัญหาของเด็กๆ ซึ่งโทนี่ก็ต้องจัดการให้ได้ก่อนที่เด็กๆ จะติดเล่นในการทำงานและสุดท้ายจะเจอระเบิดลงจากมาสเตอร์ลูกเกด 

รวมถึงรอยร้าวน้อยๆ ที่เกิดในทุกองค์กรและมักเกิดในทีมสไตล์แบบทีมโทนี่ การปกครองแบบให้อิสระหรือให้เด็กเป็นตัวของตัวเอง มันให้ผลลัพธ์ที่ดีมากมายที่ได้วิเคราะห์ในกระทู้ที่ผ่านๆ มา แต่ครั้งนี้มาวิเคราะห์ข้อเสียกันบ้างเพราะในอีพีคำพูดของแบงค์มันทำให้นึกถึงเคสแบบนี้ขึ้นมาเลย การปกครองแบบนี้จะปลุกพลังคนบางแบบขึ้นมา คนที่เห็นได้ชัดเลยคือหมูหยอง อยู่ถูกทีมจริงๆ เค้าจะเป็นลูกน้องในฝันที่จะเป็นมือขวาให้บอส แต่ถ้าลูกน้องไม่ไฟต์และติดเล่น เค้าก็จะหลุดไปเลย

เรียกว่าลูกน้องของแต่ละทีมจะ "หลุด" ในกรณีที่ต่างกัน สไตล์ทีมหมูจะหลุดเพราะทนแรงกดดันไม่ไหวจนไม่เอาอะไรแล้ว สไตล์ทีมโทนี่จะหลุดเพราะสบายจนหย่อนการทำงาน สไตล์ทีมซอนย่าน่าจะหลุดเพราะร่างกายไม่ไหวหรือหลุดเพราะตามเพื่อนและเมนเทอร์ไม่ทัน จนกลายเป็นมาแข่งเพื่อเพื่อน

กลับมาที่ทีมโทนี่ สิ่งที่เลวร้ายที่สุดสำหรับการมีคนที่หย่อนเรื่องการทำงานคือ คนที่ขยันและทำได้ดีจะน้อยใจและเสียแรงผลักดันไป จากคำพูดของแบงค์ที่บอกว่า "ถ้าคนทำแคมเปญต้องไปห้องดำ คราวหน้าผมไม่ทำแคมเปญแล้วนะ" อันนี้เข้าใจแบงค์นะว่ากำลังเศร้าอยู่ แต่ถ้าพวกแนวหน้าของทีมโทนี่ต้องเจอเรื่องพวกนี้ซ้ำๆ แล้วรู้สึกว่า คนที่ทำต้องไปเสี่ยงที่จะโดนตำหนิและต้องเข้าห้องดำ คนไม่ได้ทำก็ไม่ต้องเสี่ยงเพราะไม่โดนตำหนิเพราะไม่ได้ทำ อย่างนั้นไม่ต้องทำดีกว่า ซ่อนตัวอยู่ในที่ที่ปลอดภัยเพราะไม่กล้าจะออกไปทำแล้วผิดพลาด เท่ากับว่าถึงบอสไม่ส่งคนเก่งไปห้องดำก็จะเสียคนเก่งไปอยู่ดี

ทั้งหมดนี้เป็นการคาดการณ์ว่าถ้าเคลียร์ conflict กันไม่ได้มันจะเลวร้ายได้ถึงขนาดไหน แต่มันอาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ เพราะเราก็เชื่อว่าเด็กๆ รักกันพอจะก้าวผ่าน conflict ต่างๆ การมีหมูหยองอยู่ในทีมซึ่งก็เชื่อว่าไฟในใจของเค้ารุนแรงมาก และก็เชื่อว่าโทนี่ไม่ใช่เบาๆ หรอก เค้าน่าจะจัดการได้เป็นอย่างดีแล้วก็เป็นเคสให้เราได้ศึกษา

เมนเทอร์พลอย กับ การเลือกของเธอ

พลอย เฌอมาลย์
พลอย เฌอมาลย์

มันคือคัมแบ็คของ #ทีมพลอยซอนย่า รวมถึงได้ชดเชยที่ให้เมนเทอร์ซอนย่าโฮลอีพีสุดท้ายคนเดียว ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการมาคุมงานแทนซอนย่า อย่างแรกพลอยเก่งเรื่องการแสดงและแฟชั่นวิดีโอมาก การผลัดคิวกันมาของซีซั่นออลสตาร์ก็ทำให้เห็นว่าซอนย่าเชื่อใจในการให้พลอยทำแคมเปญวิดีโอ การเคยทำงานร่วมกันเป็นทีมเดียวกัน และทางในการกำกับเด็กเค้าไปทางเดียวกัน คือเป็นสายยืดหยุ่นเหมือนกัน ฉะนั้นลูกทีมของซอนย่าจะไม่ต้องปรับตัวเยอะ 

พลอย เฌอมาลย์
พลอย เฌอมาลย์

ส่วนเรื่องบรรยากาศการทำงาน เมนเทอร์พลอยอาจไม่ได้บ้าพลังและเข้มข้นเท่าบอสซอนย่า แต่ก็มีรอยยิ้มและความสวยสดใสมาให้หนุ่มๆ แทนซอนย่า แล้วยินดีกับคุณมัมด้วยจริงๆ หลายครั้งแล้วที่คุณมัมต้องเจอกับลูกทีมที่แซะพลอยหน้ากล้อง หรือโดนปั่นในห้องดำจนหลุดคำพูดบอกข้อบกพร่องของมนเทอร์ แต่ในครั้งนี้ทีมซอนย่าพูดส่งเสริมและชื่นชมพลอยเป็นอย่างดี กอล์ฟที่ต้องไปห้องดำก็ยังหันมาชื่นชมและขอบคุณพลอย อยู่ในห้องดำก็ปั่นไม่สำเร็จ ไม่ได้ให้โอกาสพี่หมูได้ใช้เรื่องโทษเมนเทอร์มาอ้างในการตัดกอล์ฟ แล้วเดินออกมาบอกพลอยว่า "พลอย เค้าโทษทุกอย่างเลย เค้าโทษแสง เค้าโทษไฟ เค้าโทษเมนเทอร์ด้วย" แล้วพลอยใจเต้นตุ้บๆ "โทษเมนเทอร์ด้วยเหรอ" 

พลอย เฌอมาลย์
พลอย เฌอมาลย์

เรื่องงานพลอยกำกับพลอยทำได้ดีอยู่แล้ว แล้วออกแบบการเล่นของทั้งลูอิสและแอนดี้ได้ออกมาเหมาะกับทั้งคู่ โดยเฉพาะแอนดี้นี่ถือว่าพลอยได้เลือกวิธีการแสดงออกได้เหมาะกับแอนดี้มากๆ 

นอกจากเรื่องหน้างาน เรื่องความบันเทิงนั้น เมนเทอร์มัมพลอยมาในรูปแบบที่เป็นตัวของตัวเองมากกว่าทุกซีซั่นที่ผ่านมา ตั้งแต่การสัมภาษณ์ที่เป็นคุณมัมสายเกรียน ทั้งแสบทั้งตลก นี่ก็น่าจะเป็นคาแรกเตอร์นี้ตั้งนานแล้ว หรือเพราะรายการนี้มันสบายๆ ไม่ต้องละครหลังข่าวแบบเวอร์ชั่นผู้หญิงก็ได้อะไรทำนองนั้นมั้ง หรือเพราะผู้ชายน่ารักๆ เยอะเลยอารมณ์ดีเป็นพิเศษก็ไม่รู้ 

พลอย เฌอมาลย์
พลอย เฌอมาลย์

สิ่งที่สร้างอรรถรสให้รายการคือการกัดที่ทั้งแสบทั้งฮา และการวางบุคลิกตัวเองในช่วงดราม่านี้ดีจริงๆ เป็นการบาลานซ์กับโทนี่ โทนี่ดูเป็นคนที่เหมือนเพิ่งดูรายการ มองพี่หมูแบบพี่เป็นบ้าอะไรของพี่ ส่วนพลอยคือคนเป็นที่ดูรายการมานานแล้ว และมองพี่หมูแบบว่า โอ๊ยเคยดูมาหมดแล้ว พลอยได้ลอยตัวเหนือปัญหา ปกติแล้วถ้ามีการสร้างซีนดราม่าทุกคนจะอินและลงมาจอยดราม่าด้วย แล้วดราม่ามันจะจริงจัง แต่พลอยคือเมื่อดราม่ามาฉันซิตคอมกลับ ทำให้ซีนดราม่าของพี่หมูลดพลังลง กลายเป็นลุงขี้โวยวายสร้างซีนคนนึง แล้วปิดด้วยสิ่งที่คนดูต้องฮาแตกด้วยการอำแว่นฟันปลา ไม่ใช่ แว่นหวีสับ ที่ทำลายภาพจริงจังของพี่หมูไปเยอะ

พลอย เฌอมาลย์
พลอย เฌอมาลย์
ทำไมเมนเทอร์พลอยถึงเปลี่ยนแผน

เมนเทอร์พลอยเองเค้ามีความตั้งใจมากที่จะให้จะเอาชัยชนะมาให้ทีมซอนย่า เค้ามองว่าถ้าลูอิสพูด tagline ผิดอีกต่อให้เล่นดีแค่ไหน เทคนั้นก็ใช้ไม่ได้ และเค้าก็เดิมพันกับกอล์ฟดู โอเคว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ผิด แต่ก็เพราะพลอยเค้าไม่ได้รู้จักเด็กในทีมได้ดีเท่ากับที่ซอนย่ารู้จัก พลอยก็ใช้สัญชาตญาณของเค้า และมองในมุมของพลอยที่เค้าอยู่ในช่วงเวลานั้น "ทุกการตัดสินใจ เพราะไม่มีทางรู้หรอกว่าตัดสินใจไปแล้วมันจะได้ผลลัพธ์อย่างไร" ทุกคนในกอง เช่น ลูกเกดหรือพี่หมู หรือคนทางทีวีก็เป็นแค่ "ผู้ชมบนอัฒจันทร์" คุณอาจจะรู้สึกว่าต้องทำอย่างนั้นสิ ต้องทำอย่างนี้สิ คุณไม่ได้มีความกดดันเหมือนผู้เล่นในสนาม และถ้าลงมาเล่นเองคุณอาจจะเป็นนักเล่นที่ดีไม่เท่าเค้าก็ได้

พลอย เฌอมาลย์
พลอย เฌอมาลย์
ทำไมเมนเทอร์พลอยถึงส่งกอล์ฟ ?

อย่างนึงที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นกับทีมพลอย ทีมซอนย่า และทีมพลอยซอนย่า คือ การมีคนที่ไม่ต้องทำแคมเปญ แล้ววันนั้นทีมแพ้ จะต้องส่งใครไปห้องดำ ทำให้ไม่รู้ว่าทั้งคู่มีแนวคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ แต่ขอวิเคราะห์ไว้ดังนี้ เมนเทอร์พลอยไม่ได้มองอะไรซับซ้อน และตอนที่ทำทีมพลอย พลอยก็เลือกส่งคนผลงานหน้างานจริงๆ ลูกค้าติใครส่งคนนั้น มองว่าลูกค้าตำหนิกอล์ฟก็คงต้องส่งกอล์ฟ ส่วนอีกสองคนเค้าไม่ได้ทำ ก็ไม่รู้ว่าเค้าจะทำได้ดีหรือด้อยกว่ากอล์ฟเลยเลือกไม่ได้ แต่ก็เชื่อว่าพลอยต้องคุยกับซอนย่าแล้ว แล้วก็ตกลงในการส่งกอล์ฟ

พิม ซอนย่า
พิม ซอนย่า

พอมาวิเคราะห์ว่าทำไมซอนย่าเอาแผนนี้ด้วย ถ้าสังเกตจากออลสตาร์มองว่าซอนย่าเค้าเหมือนมีตารางว่าใครอยู่ลำดับไหนในทีม แล้วการส่งเข้าห้องดำคือดูจากลำดับในทีมและหน้างานประกอบกัน เช่น ฮาน่าอยู่ท้ายตารางและหน้างานอ่อนสุดก็ส่งฮาน่า หรือเรื่องดราม่า “มะเร็ง” ถึงอติลาจะทำพลาดแต่คะแนนในทีมสูงกว่า ก็เลือกส่งทราย 

แล้วก็คิดว่าตอนนี้สองคนท้ายตารางของซอนย่าคือกอล์ฟกับคัทจัง อย่างกอล์ฟนี่ซอนย่าไม่ได้เลือกใช้เค้ามาสองอีพีแล้ว มันก็แปลว่าเค้าอ่อนกว่าเพื่อนอยู่แล้ว รวมถึงเลือกให้ลูอิสกับแอนดี้ทำเท่านั้น แล้วสมมติแพ้ จะส่งสองคนนี้เหรอ เพราะเดอะเฟสไม่ได้แข่งเพื่อเอาคนเก่งออกจากทีมแน่นอน คงมีในใจไม่กอล์ฟก็คัทจัง ฉะนั้นการส่งกอล์ฟของพลอยมันก็มีความสมเหตุสมผล แล้วกอล์ฟเองก็เข้าใจอย่างดี

พลอย เฌอมาลย์
พลอย เฌอมาลย์

แม่ใหญ่ไม่อยู่... แม่เล็กจะดูแลเอง

ในช่วงก่อนและหลังห้องดำ อันนี้ไม่รู้ว่าผ่านการบรีฟมาจากเมนเทอร์ซอนย่ามารึเปล่า หรือเค้าเหมือนกันไปเอง เพราะการปฏิบัติต่อเด็กเป็นไปตามวัฒนธรรมองค์กรของทีมซอนย่า หลักๆ คือ ติเด็กในส่วนที่กรรมการบอกมา แต่จะไม่มีการตำหนิอะไรเพิ่มเติม ไม่กดดัน ไม่ได้ให้เด็กเข้าไปด้วยความรู้สึกว่าเมนเทอร์คิดว่าเค้าแย่ เหลือแค่พลอยพูดว่า "พี่ส่งกอล์ฟ ไม่ใช่ว่ากอล์ฟทำได้ไม่ดีนะ แต่..." นี่ก็คือองค์ซอนย่าได้มาประทับ

พิม ซอนย่า และ พลอย เฌอมาลย์
พิม ซอนย่า และ พลอย เฌอมาลย์

รวมถึงช่วงหลังห้องดำที่ปกป้องกอล์ฟในทุกคำที่พี่หมูสาดมา "เค้าเก่ง" "เค้าไม่ได้ถ่วง" ซึ่งเห็นองค์คุณแม่ซอนย่าอยู่ในนั้น คือ ต่อให้ร้ายกับใครก็ตาม แต่จะเป็นคุณแม่ที่ใจดีและปกป้องลูกเสมอ แม่ใหญ่ไม่อยู่แต่แม่เล็กก็ทำทุกอย่างครบถ้วนและให้ใจกับเด็กในทีมซอนย่าจริงๆ ส่วนที่ต่างกันแบบสุดขั้วมีอย่างเดียว พี่พิมเค้าจะไม่อ่อนโยนกับน้องโทขนาดนี้

เมนเทอร์ซอนย่า และเงาของเธอ

ซอนย่า คูลลิ่ง
ซอนย่า คูลลิ่ง

ตัวไม่มาแต่ยังเห็นเงาของเมนเทอร์ซอนย่า ที่เห็นจากวิธีการวางแผนการทำงานและการปกครองของบอสซอนย่า การฝากแผนการมากับเมนเทอร์พลอย ด้วยแผนการสุดเด็ดขาดที่คนดูต้องเหวอว่าเอาจริงดิ !!! ด้วยการให้ชาวต่างชาติสองคนเท่านั้นทำแคมเปญนี้ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นคนที่รู้จักลูกทีมตัวเองดีจริง สามารถเคาะมาได้เลยว่าใครทำได้ โดยที่ไม่ต้องดูซ้อมเลย ซึ่งเมนเทอร์น่าจะรู้จากฟีดแบ็คจากการส่งลูกไปเรียนพิเศษ ...แล้วมันก็จริง ทั้งคู่ทำได้ดีมาก 

อีกทั้งเป็นคนเข้าใจในตัวงาน เราจะเห็นชาวเน็ตได้วิจารณ์ว่ามันมีพูดภาษาไทยทำไมไม่ให้คนไทยทำ สุดท้ายแล้วก็คือเค้ารู้ว่าแคมเปญขายแอคติ้งเป็นหลัก พูดภาษาไทยมันนิดเดียว ต่อให้พูดไทยได้แต่แอคติ้งไม่ได้ก็ไม่ช่วยอะไร แต่ก็กันพลาดโดยให้คนละ 2 รอบ

ซอนย่า คูลลิ่ง
ซอนย่า คูลลิ่ง

อย่างที่บอกไปว่าจากออลสตาร์เมนเทอร์ซอนย่าดูเป็นคนที่จัดตารางฟอร์มนักเตะในทีม แล้วท้ายตารางจะเข้าห้องดำก่อน ส่วนใหญ่แล้วท้ายตารางของเค้าก็มักจะเป็นคนที่ทำไม่ดีในแคมเปญนั้นๆ เลยไม่มีอะไร แต่ถ้าเกิดกรณีหัวตารางทำพลาดขึ้นมายังไงก็เซฟ แล้วก็ไม่คิดว่าถ้าทำตามแผนแล้วครั้งนี้พลาดเมนเทอร์ซอนย่าไม่ส่งลูอิสกับแอนดี้แน่นอน 

แล้วก็น่าจะสบายใจสำหรับหลายๆ คนว่า จะเกิดความต่างระหว่างเด็กที่เลือกเองก็เด็กที่ไม่ได้เลือกหรือไม่ เพราะกลายเป็น 3 คนแรกที่ได้เข้าห้องดำเป็นคนที่เลือกเองหมดเลย 

ซอนย่า คูลลิ่ง
ซอนย่า คูลลิ่ง

ตอนนี้เมนเทอร์ซอนย่ามักจะวางแผนการทำงานแบบเลือกใช้เป็นบางคน ปัญหาอาจจะเป็นคนที่ไม่ได้รับเลือกให้ทำอาจจะสบายใจและปล่อยให้เพื่อนทำ ไม่พัฒนาตัวเองก็ได้ หรือกลายเป็น "พีเคโมเดล" คือมาแข่งเพื่อให้เพื่อนชนะ ลูกทีมบางคนก็ไร้แอร์ไทม์ไปเลย และลูกทีมจะมีคนที่อดได้รับประสบการณ์การถูกกับกำโดยเมนเทอร์ซอนย่าที่หน้างาน

หรืออีกด้านหนึ่งก็อาจจะเป็นผลดี เมนเทอร์ซอนย่าจะเลือกคนที่มีศักยภาพที่จะทำได้เท่านั้น ฉะนั้นลูกทีมที่อยากจะไชน์ ก็ต้องไฟต์กับเมนเทอร์เพื่อจะได้ "โอกาส" ทำแคมเปญและเป็นดาวเด่นของทีม โดยการแสดงให้เห็นว่าเค้ามีความสามารถและเชื่อใจเค้าได้ ขยันทั้งในรายการและการเรียนพิเศษ มันก็นำไปสู่การพัฒนาอย่างมากเลยทีเดียว

มาสเตอร์ลูกเกด และความเป็นอาจารย์ใหญ่ของเธอ

ลูกเกด เมทินี
ลูกเกด เมทินี

มาสเตอร์ลูกเกดยังคงความเป็นครู เป็น "ผู้ชมบนอัฒจันทร์" ที่ดูจะขยำขยี้แต่ละทีมยกเว้นทีมโทนี่อยู่เช่นเคย เมื่อไม่มี "โซวนย่า" ไว้ให้กัดก็หันมาเสียบพี่หมูและน้องพลอย รวมถึงการต้องช่วยทดแทนเคมีของซอนย่าด้วยการปรับตัวเองให้เอะอะและจิกกัดมากขึ้น อีกทั้งยังต้องเอนเตอร์เทนคนดูด้วยชีนกินมะม่วง 

สิ่งที่เห็นมากขึ้นของบทบาทการเป็นมาสเตอร์คือ มีซีนที่ถามหาโดมกับเบสท์ที่หน้าเซ็ต ที่ทำให้เห็นภาพของอาจารย์ใหญ่เมทินี ไม่รู้ว่าจะมีสตอรี่อะไรต่อเนื่องหรือไม่ แต่ตอนนี้โดมเริ่มกลายเป็น "เจสซี่โมเดล" แล้วเจสซี่มีคู่ปรับลูกเกดซะด้วย 

อองตวน และมะม่วงของเขา

อองตวน ปินโต
อองตวน ปินโต

ไม่ได้พูดถึงอองตวนมานานมาก สิ่งที่เป็นจุดอ่อนของอองตวนคือการพูดไม่ชัด และไม่ค่อยคล่อง แต่ก็คล่องและลดความเกร็งลงไปได้อยู่นะ สิ่งที่ดีของอองตวนคงเป็นความโฟกัสกับงาน ดูอองตวนมีความอินกับรายการขึ้นเรื่อยๆ และมีความไนซ์ เป็นฝรั่งที่มีมารยาท ส่วนที่ชอบในการทำหน้าที่พิธีกรคือการตะโกนบอกเวลา ที่มันมีอินเนอร์ของการเร่งอยู่ในนั้น แล้วฟีลมันได้จริงๆ รวมถึงซีนขำๆ ในรายการอย่างตอนไล่หมูกับซอนย่าไปนั่งที่เดิม หรือซีนกินมะม่วง เอ่อก็ได้... ยอมให้เป็นพิธีกรต่อ

ทีมหมู : ลูกหมูอยู่ในอันตราย

ทีมหมู
ทีมหมู

ป๊อบปี้ :
ป๊อบปี้ท็อปฟอร์มมาสองอีพีติด จากเป็นคนที่คนมองว่าปากเก่ง ก็ต้องยอมรับว่าปากก็เก่ง และฝีมือก็เก่ง การชนะแคมเปญในครั้งนี้ก็พิสูจน์ความสามารถทางการแสดงที่ไม่เสียแรงที่มาจากคลิป ป๊อบปี้เป็นคนที่เมื่อจะต้องสวมบทบาทเค้าก็สวมบทบาทได้ดี ไม่ได้เอาความล้นของตัวเองเค้ามาในบทบาท เป็นคนที่รู้วิธีการแสดงออกเพื่อที่จะสื่อสารเรื่องราวและตัวละคร 

ป๊อปปี้, รัชพงศ์ อโนมกิติ
ป๊อปปี้, รัชพงศ์ อโนมกิติ

ด้านชีวิตในรายการ เค้าก็เป็นคนจิตแข็ง อยู่ท่ามกลางเมนเทอร์ที่ปะทุตลอดเวลายังจะสนุกสนานไปได้ และเป็นคนที่ฝากความหวังไว้ได้คนนึง ด้านอื่นๆ ทีมตัดต่อได้ชดเชย การตัดการเสนอตัวเข้าห้องดำในอีพีสองออกไป ทำให้ป๊อบปี้โดนถล่ม โดยอีพีได้เห็นว่าป๊อบปี้คนที่พาทีมชนะ ก็ดันเสนอตัวเข้าห้องดำ วันนี้ป๊อบปี้ก็ได้ทั้งโชว์ความสามารถและโชว์หล่อไป 

คิม, ธิติสรรค์ กู้ดเบิร์น
คิม, ธิติสรรค์ กู้ดเบิร์น

คิม :
คิมยิ่งอยู่ยิ่งมีเสน่ห์ขึ้น แล้วเป็นคนที่เก็บลุคได้กว้างมาก จากมาสเตอร์คลาสอีพีที่แล้วเป็นเท่แบบผู้ใหญ่ก็ทำได้ อีพีนี้ก็เป็นหมาน้อยน่ารักก็น่าเอ็นดูมาก ตามด้วยแคมเปญที่ได้รับโอกาสได้ทำ จากอีพีที่แล้วคิมพังกับแคมเปญมาก เค้าก็มาแก้ตัวได้ดี คิมมีเสน่ห์บนจอมากๆ ถึงจะดูแล้วอาจยังไม่มีทักษะหรือลูกเล่นเยอะ แต่การแสดงก็เห็น "ความจริงใจในการแสดง" แล้วถ้าเคี่ยวอีกมีโอกาสเป็นจานที่ดีมากๆ ในอนาคต 

บอม, นนทัช ธนวัฒน์ยรรยง
บอม, นนทัช ธนวัฒน์ยรรยง

บอม : 
บอมถือว่าฟอร์มตกลงไปเรื่อยๆ และถูกเรียกคืนคำพูดที่ว่าเป็นว่าที่ไฟนอลวอร์คไปแล้ว จากมาสเตอร์คลาสบอมก็ยังคงขายหล่ออยู่เหมือนเดิม แต่ไม่ได้ให้อะไรที่พิเศษในงานตัวเอง ในแคมเปญก็เรียกว่าพี่หมูคงผิดหวังไม่น้อย เพราะบอมเคยอยู่ในจอมาก่อนแต่การจัดวางตัวเองของบอมทำได้ไม่ดีเลย แล้วเป็นสองครั้งติดแล้วที่ทำให้พี่หมูผิดหวัง ต้องดูว่าบอมจะดันตัวเองกลับมาได้หรือไม่

ฟิล์ม, จิรายุ อึ้งวานิช
ฟิล์ม, จิรายุ อึ้งวานิช

ฟิล์ม : 
ฟิล์มได้แสดงให้เห็นกับมาสเตอร์คลาสสองครั้งที่ผ่านมาว่า เค้าก็ใส่ใจกับการแข่ง คิดตามโจทย์ และไม่กลัวที่จะแสดงออก แล้วคราวนี้เค้าได้ใช้ความเซ็กซี่ของตัวเองออกมา รวมกับการตีโจทย์แตก ว่านกยูงจะสง่างามและรำแพนหางก็เมื่ออยากอวดตัวเมียและผสมพันธุ์ ซึ่งทำให้เค้าเข้าชิงมาสเตอร์คลาส แต่สำหรับแคมเปญยังออกมาไม่ดีเท่าไหร่ 

พอล, เบียร์พอล เดอ บ๊อด
พอล, เบียร์พอล เดอ บ๊อด

พอล : 
เรียกว่าตกมาเป็นท้ายตารางก็ว่าได้ มาสเตอร์คลาสยังมองเห็นความจริงจังในการแข่งขันของเค้าอยู่ แต่เค้าตีโจทย์ผิดและทำให้เมนเทอร์ตัวเองยังต้องแซะ ตามด้วยช่วงแคมเปญได้กลายเป็นคนเดียวที่ไม่ได้โอกาสทำแคมเปญ แล้วเจอเมนเทอร์สาปเข้าไปอีก อนาคตในทีมของพอลยากลำบากแล้วล่ะ

พล :
ตอนนี้ก็ดูมีไฟที่อยากจะเอาชนะใจพี่หมู ซึ่งต้องดูเรื่อยๆ

ทีมหมู
ทีมหมู

ทีมซอนย่า : International Gangsters

ทีมซอนย่า
ทีมซอนย่า

ลูอิส : 
ผิดฟอร์มกับมาสเตอร์คลาสที่เค้าตีโจทย์ผิดแล้วเจ้าตัวก็เฟล เพราะดูเป็นหน้าปกหนังตลกมากไป ตามมาด้วยแคมเปญเรียกว่าเปล่งประกายมาก วิธีการแสดงของลูอิสนี่คือเอามาใช้เรียนรู้ได้ แล้วมีสิ่งที่มากกว่าคนอื่นคือ จะมีลูกเล่น ความแพรวพราว อย่างวิธีการขยับตัว การเคลื่อนไหว การเล่นกับกล้อง 

คิดอยู่แล้วว่าลูอิสต้องเก่งแอคติ้ง เพราะเหมือนประวัติจะบอกว่า ลูอิสเรียนการแสดงที่ต่างประเทศมา แล้วก็ดีกว่าที่คิดไปอีก เอาเป็นว่าครั้งหน้าเอาใหม่ ตอนนี้เรียกได้ว่าลูอิสก็ทำให้เห็นว่าทำได้ดีทุกอย่าง เดินแบบ ถ่ายแบบ และแอคติ้ง เหลือแค่พูดภาษาไทย  

ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

ส่วนด้านอื่นๆ เรียกว่าเป็นซีนผู้แพ้ที่หล่อมาก กับการขอเข้าห้องดำแทนเพื่อน ที่ทำให้คนดูทางบ้านถึงกับใจสั่น กลัวเมนเทอร์จะยอมให้เข้าไป และคำพูดของเค้า ที่มองเห็นหลายตอนที่ผ่านมาคือ เค้าเป็นฝรั่งน้ำดีจริงๆ ที่กล้าหาญที่จะแสดงความรู้สึกในทางที่ถูกต้อง เช่น อีพีที่แล้วลูอิสก็ได้พูดว่าเค้ารู้สึกดีแค่ไหนที่ได้ทำงานอยู่ในทีมกับซอนย่าโดยไม่แคร์ว่าผลที่ออกมาจะแพ้หรือชนะ ...อบอุ่นโรแมนติกมาก รวมถึงในครั้งนี้เมื่อเค้ารู้สึกว่าเค้าควรรับผิดชอบ เค้าก็ออกมารับผิดชอบ ที่จะบอกเลยว่าเค้าเป็นคนหนึ่งที่สร้างบรรยากาศในทีมได้ดีมากๆ 

แอนดี้ แฮร์ริส
แอนดี้ แฮร์ริส

แอนดี้ :
ถึงคิวของเค้าที่จะไชน์แล้ว แอนดี้ได้เข้าชิงมาสเตอร์คลาสครั้งแรก แล้วก็เห็นแอนดี้มากขึ้น ปกติมาสเตอร์คลาสทีไรแอนดี้จะมาเป็นตัวของตัวเอง นิ่งๆ ไฮแฟชั่น แต่พอครั้งนี้ต้องสวมอินเนอร์เสือ เค้าก็ทำได้ดี และเป็นคนที่ใบหน้าที่โดดเด่นมาก ตามมาด้วยเป็นคนที่ถูกเลือกให้ทำแคมเปญ จากอีพีที่แล้วเค้าต้องเจอภาวะคนที่ไม่ถูกเลือก แล้วการเป็นคนที่ถูกเลือกของทีมซอนย่ามันก็เด็ดแล้ว ได้ยากอย่างกับการกดบัตรคอนเสิร์ตของนอก 

ในแคมเปญก็ได้เห็นแอนดี้มากขึ้น ก่อนหน้านี้เห็นความนิ่งและคูลเป็นส่วนใหญ่ จนนึกไม่ออกว่าแอคติ้งแล้วจะเป็นยังไง แต่พอได้เล่นแล้วแอนดี้ทำได้ดีมาก รู้วิธีโปรยเสน่ห์ของตัวเอง ที่โดดเด่นคือมี exclusion ในการแสดง มีฟีลลิ่งที่ทำให้คลิปของเค้าโรแมนติกมาก ส่วนนึงของความโรแมนติกอาจจะเพราะชีวิตรักกำลังสุกงอมด้วย คงบิ้วอารมณ์ได้ง่ายกว่าคนอื่น และเป็นตัวแทนของทีม 

ด้านบุคลิก แอนดี้ยังคงเป็นสายสนับสนุนบอสเช่นเคย รวมถึงเริ่มเห็นแอนดี้เริ่มเล่นมาก หลังจากก่อนหน้านี้การสัมภาษณ์ทุกครั้งแอนดี้ดูจะหลับแล้ว แล้วอยากจะถามว่า กาแฟมั้ย?

คิม, ฟิลิป บูห์มาน
คิม, ฟิลิป บูห์มาน

คิม :
หลังจากที่ไชน์ไปในอีพีที่แล้ว อีพีนี้อาจจะจางลงเพราะไม่ได้ทำแคมเปญ ยิ่งเจ้าตัวไม่ค่อยมีซีนพูดเลยยิ่งจางไปอีก สิ่งที่เห็นเพิ่มเติมในงานคือมาสเตอร์คลาสที่ปกติจะขายหล่อ คือยืนนิ่งๆ โปรยเสน่ห์ก็เข้าตากรรมการแล้ว แต่อีพีนี้เริ่มเห็นการเล่นนอกกรอบด้วยการทำหน้าเสือ ถึงแม้ว่าจะดูไม่เก็ทโจทย์เลยว่าเค้าเน้นตาไม่ต้องเล่นทั้งหน้าเท่านั้น แต่คิมนี่ต้องมีเมนเทอร์กำกับอย่างใกล้ชิดถึงจะเวิร์ค

คัทจัง, คะชึฮิโตะ ฮะดะ
คัทจัง, คะชึฮิโตะ ฮะดะ

คัทจัง :
มาสเตอร์คลาส นอกจากคำชมในมาสเตอร์คลาสเดินแบบ มาสเตอร์คลาสอื่น ที่ดีคือ ถึงไม่โดนชมก็ไม่โดนด่า ที่ไม่ดีคือไม่มีใครสนใจเค้าเลย ดีที่มีมุก "พยูนไม่ได้ฆ่า" ที่ทำให้เค้ามีภาพจำ 

อีพีนี้ก็จางเนื่องจากไม่ได้ทำแคมเปญ มีซีนที่ดีคือ เป็นสายมิตรภาพ เป็นกำลังใจให้เพื่อนและเป็นลูกน้องที่ดีทำตัวว่าง่าย สิ่งที่ได้เห็นเพิ่มนี่มองว่า เค้ามีภาพของความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ โดยมีการจับสังเกตและเรียนรู้วิธีการแสดงลูอิส 

รุจ, นิรุต มิตรวัฒนา
รุจ, นิรุต มิตรวัฒนา

รุจ :
ตอนนี้น่าจะเรียกว่าพิสูจน์ตัวเองได้แล้วว่า "ตาหวาน" ของเค้าคือของจริง เมื่อต้องถ่ายแบบและใช้สายตาเป็นหลักก็สามารถเอาชัยชนะมาให้ทีมได้ รวมถึงความสามารถของเค้าที่ถึงจะสตาร์ทช้าจนตามเพื่อนไม่ทัน แต่พอใช้เวลาหน่อยก็พิสูจน์ว่าเค้าพัฒนาได้ 

กอล์ฟ, จิรัฏฐ์ สุพรหมอินทร์
กอล์ฟ, จิรัฏฐ์ สุพรหมอินทร์

กอล์ฟ ลูกน้องดีเด่น : 
ด้านความสามารถของกอล์ฟยังคงตามเพื่อนไม่ทัน แต่สิ่งที่ดีของกอล์ฟที่ออกมาชัดคือ "ความเป็นลูกน้องที่ดี" และ "มืออาชีพ" คงเพราะเคยผ่านชีวิตการทำงานและประสบความสำเร็จมาแล้ว ถึงจะมาเริ่มสายงานใหม่แบบคนไร้สกิล แต่เค้าก็เอาความเป็นมืออาชีพติดตัวมา แล้วก็เป็นลูกน้องที่ดีอย่างที่ซอนย่าคาดหวังไว้ อย่างแรก กอล์ฟไม่เคยมาน้อยใจเรื่องไม่ได้ทำแคมเปญ เค้ารู้ตัวเองและเข้าใจบอสเป็นอย่างดี และต่อให้อยู่ในตำแหน่งไหน จะเป็นสเตจแมนหรือผู้ช่วยผู้กำกับหรือล่าม เค้าก็ทำทุกอย่างอย่างเต็มใจและทำให้มันออกมาดี ที่มันเป็นนิสัยของคนทำงานที่ดี 

กอล์ฟ, จิรัฏฐ์ สุพรหมอินทร์
กอล์ฟ, จิรัฏฐ์ สุพรหมอินทร์

สิ่งที่เค้าเลือกพูดมักเป็นคำพูดสนับสนุนบอสเสมอ สิ่งที่ตอบรับกับทุกการตัดสินใจของบอสก็เช่นกัน ไม่ว่าจะบอกว่าเค้าไม่ได้ทำแคมเปญหรือบอกว่าให้ไปห้องดำ เค้าจะตอบรับและยินดี "ได้ครับ" "ไม่เป็นไรครับ" "ผมเข้าใจ" เค้าไม่เคยสร้างปัญหาให้บอสลำบากใจกับการตัดสินใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก 

การเป็นบอสเป็นเรื่องที่ต้องแบกรับความรู้สึกมากมายในการตัดสิน ลูกน้องที่ดีต้องไม่ทำให้บอสเขวจนไม่เด็ดขาดในการสั่งการ หรือทำให้ระบบงานมันรันต่อไม่ได้ แถมกอล์ฟก็ยังบวกความเป็นสุภาพบุรุษโดยการขอบคุณและชื่นชมพลอย ที่มันเป็นคุณค่าทางใจของคนที่ทำงานด้วยกัน 

กอล์ฟ, จิรัฏฐ์ สุพรหมอินทร์
กอล์ฟ, จิรัฏฐ์ สุพรหมอินทร์

สำหรับที่เด็ดอีกอย่างคือการไฟต์ในห้องดำ กอล์ฟเป็นตัวอย่างของการสู้ด้วยเหตุผลที่ดีมากๆ คนนึง เข้าประเด็นเร็ว พูดประเด็นอะไรก็มีเหตุผลรองรับ มีสกิลการโน้มน้าวใจ บุคลิกในการพูดมีความน่าเชื่อถือและหนักแน่น รวมถึงมีสติและเลือกที่จะพูดหรือไม่พูดอะไรเป็น พี่หมูได้ชงกอล์ฟให้โทษพลอย โทษซอนย่า หรือโทษอย่างอื่น แต่ทำไม่สำเร็จเลยเพราะกอล์ฟไม่โทษอะไรเลย 

เมื่อพูดว่าตัวเองพยายามและตั้งใจก็ยกการชิงมาสเตอร์คลาสขึ้นมาทำให้ส่งที่พูดมันหนักแน่น นึกถึงแบงค์กับแซมซีซั่นที่แล้ว เค้าเป็นคนที่มองทะลุเกมจิตวิทยาของพี่หมู จะโดนปั่นและเหยียดว่าอ่อนแต่กอล์ฟก็มีสติมาก ไม่สติหลุดไปกับพี่หมู แถมตอบกลับมาอย่างคล่องแคล่วและเป็นบวกจริงๆ 

กอล์ฟ, จิรัฏฐ์ สุพรหมอินทร์
กอล์ฟ, จิรัฏฐ์ สุพรหมอินทร์

อยากจะบอกว่ากอล์ฟอาจจะไม่ได้เก่งเป็นตัวท็อปของรายการ และน่าจะไม่ถึงตำแหน่งเดอะเฟส อาจจะได้ตำแหน่งเดอะเบสท์เฟรนด์มากกว่า แต่สิ่งที่กอล์ฟมาเติมเต็มให้รายการคือเคสของความเป็นมืออาชีพ ความเป็นผู้ใหญ่ ความเป็นลูกน้องที่ดี และความเป็นผู้ชายฉลาดคิดฉลาดพูด ที่เป็นมิติหนึ่งของรายการ แล้วเป็นบทเรียนอย่างนึงให้กับเด็กๆ คือ เด็กหลายคนมักหลุดไปกับการยั่วยุเพราะไม่รู้เท่าทันพวกตัวเก๋าในองค์กร สามารถเรียนรู้จากกอล์ฟได้

ทีมโทนี่ : ทีมสัตว์ประหลาด

ทีมโทนี่
ทีมโทนี่

แบงค์ : 
พลาดไปกับมาสเตอร์คลาสไปหน่อย ที่ให้เป็นเสือแต่กลายเป็นแมว แต่เป็นคนที่แต่งหน้าแล้วดูเป็นอีกคนดี อันนี้เป็นสิ่งที่ดีของการเป็นนายแบบเอาไว้ตอบโจทย์ลุคนั้นลุคนี้ แต่พอแคมเปญก็เปล่งประกาย ก็ไม่เสียแรงที่ผ่านงานหน้าจอมาแล้ว เป็นคนที่มีออร่ามาก เป็นมิตรกับผลิตภัณฑ์ เป็นพิมพ์นิยมก็จริงแต่มีสไตล์เป็นของตัวเอง รู้วิธีเคลื่อนไหวบนจอ การที่โทนี่ให้แบงค์ทำ 2 ครั้งก็น่าจะพิสูจน์ว่าแบงค์เป็นตัวท็อปของทีมโทนี่

แบงค์, มณฑป เหมตาล
แบงค์, มณฑป เหมตาล

สิ่งที่เห็นเพิ่มเติมคือ แบงค์ก็คือเด็กคนหนึ่ง มีความรักเพื่อน มีความหัวขบถ กับการที่เค้าตั้งคำถามกับการเลือกคนไปห้องดำ ซึ่งก็คิดนะว่าแบงค์แค่เสียใจที่วิลเลี่ยมต้องออก ไม่ใช่ว่าเค้าจะไม่ยอมทำแคมเปญจริงๆ เค้าแค่กำลังผจญภัยในโลกการทำงานอยู่

แบงค์ตอนนี้มีจุดเด่นคือเป็นมิตรกับผลิตภัณฑ์ที่สุดในทีม แต่จุดอ่อนน่าเป็นถ้าเจอแคมเปญที่ใช้พลังกาย ความแข็งแกร่ง ใช้ความทรหด ร่างกายของแบงค์นี่ดูจะเป็นปัญหาอยู่ 

หมูหย็อง, บัญชา บุญสมสุข
หมูหย็อง, บัญชา บุญสมสุข

หมูหย็อง : 
ในมาสเตอร์คลาสทำผลงานได้ดีมาก พี่หมูได้มองว่าดีที่สุดในกลุ่มเสือ แม้ว่าลูกค้าจะไม่เลือกก็ตาม ซึ่งตอนนี้มองว่า หมูหยองได้เพราะความสามารถและใจจริงๆ นอกจากแคมเปญแรก ที่ลูกค้าชอบ ตัวเค้าเดี่ยวๆ ก็ไม่เคยถูกเลือกโดยลูกค้าเลยซักครั้ง แม้ลูกเกดชม หมูชม แต่ลูกค้าเฉยเลย นี่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ของหมูหยองที่โทนี่กับหมูหยองต้องหาทางแก้แล้ว

ส่วนที่เห็นจากหมูหยองเพิ่มเติม ถึงแม้เค้าไม่ได้ทำแคมเปญแต่กลับเห็นมิติของหมูหยองมากขึ้น จากการเป็นขุนพลรบของโทนี่กลับต้องมาเป็นเบื้องหลังของโทนี่ ซึ่งก็คิดว่าหมูหยองก็คงสะเทือนใจอยู่บ้าง เพราะเค้ามีแรงขับที่จะเป็นเดอะเฟสมาก การไม่ได้ทำแคมเปญมันก็เหมือนตัดความโดดเด่นในรายการของเค้า แต่หมูหยองก็เป็นผู้ใหญและเป็นลูกน้องที่ดี นอกจากกอล์ฟนี่ หมูหยองก็คือลูกน้องดีเด่นแห่งปี หมูหยองกับโทนี่นี่คือ "เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว" หมูหยองก้าวข้ามจุดนี้ด้วยการทำตามที่โทนี่บอกและเพิ่มมูลค่าให้ตำแหน่งของตัวเอง ซึ่งต่อให้เค้าไม่ได้ทำแคมเปญเค้าก็โฟกัสกับการทำงานของทีม

ตามด้วยซีนที่น่าสนใจ เมื่อเสียวิลเลี่ยมและพี่หมูออกมาไซโคทีมโทนี่ จะเห็นได้ว่าหมูหยองร้องไห้หนักมาก คิดว่าเป็นอยู่สองอย่าง อย่างแรก หมูหยองคือคนที่ไม่ได้ทำแคมเปญและถูกเซฟด้วยเหตุผลนี้ แต่วิลเลี่ยมที่ต้องเสียสละเป็นตัวแทนก็ต้องไปตัวแทนไปเข้าห้องดำแล้วออก อย่างที่สอง หมูหยองคงอินมากกับคำด่าของพี่หมู กับคำว่า "ทีมโทนี่ไม่เคยชนะ" หมูหยองคงเป็นคนทุ่มเทกับทุกแคมเปญอย่างมาก และอินกับความเป็นทีมมาก เพราะเมื่อได้ยินคำพูดนี้มันก็ไม่แปลกที่จะสะเทือนใจมาก มันเหมือนทำลายความภาคภูมิใจและทำลายคุณค่างานที่ได้รับชัยชนะพวกนั้น

จริงๆ แล้วนะ หมูหยองต้องตามแกให้ทัน ฟังที่โทนี่บอก “พี่หมูกำลังเล่นเกม” รวมถึงคนที่แกตั้งใจให้สะเทือนใจไม่ใช่หมูหยอง เป้าหมายของพี่หมูคือคนอื่นในทีม รวมถึงหวังว่าหมูหยองจะไม่เอาคำพูดนี้มากดดันตัวเองจนพยายามมากเกิน เพราะอะไรที่มากไปมันก็ไม่ดีเหมือนกัน แล้วก็พี่หมูยังจะปั่นอีกเยอะต้องรับมือให้ได้

เรียวตะ โอมิ
เรียวตะ โอมิ

เรียวตะ :
เรียวตะยังคงสร้างจุดเด่นในรายการด้วยการแสดงตลก ตลกทั้งในงาน ในเซ็ต นอกเซ็ต อันนี้มันก็เป็นอรรถรสที่ดี ในอีพีนี้ได้เห็นการแสดงของเรียวตะ ซึ่งการแสดงของเรียวตะก็ถือว่ามีสกิล แต่เริ่มมองเห็นปัญหากับแคมเปญที่ไม่ได้ขายความเป็นตัวของตัวเองหรือความสนุกสนานตามบุคลิกของเรียวตะ เรียวตะพลิกลุคหรือปรับอารมณ์ตัวเองไม่ได้เลย บางครั้งก็หลุดโจทย์หรือหลุดเป้าหมายของงานไปเลย ซึ่งเรียวตะจะรอแต่แคมเปญที่เหมาะกับตัวเองคงไม่ได้ ต้องมาดูว่าโทนี่จะจัดวางเรียวตะอย่างไร

โดม เพชรธำรงชัย
โดม เพชรธำรงชัย

โดม :
ลูกรักของลูกเกด โดมนี่เป็นคนเห็นหน้าแล้วคนต้องติ๊กถูก เพราะเสน่ห์รุนแรงมาก เรื่องบอดี้นี่ก็ดีกว่าทุกคนในทีม แต่หลังจากแคมเปญแรกก็ไม่ได้ดึงดูดให้กรรมการสนใจเลย การทำมาสเตอร์คลาสทุกครั้งแสดงเห็นว่าโดมต้องมีเมนเทอร์กำกับอย่างใกล้ชิดจริงๆ เพราะโดมตีโจทย์ผิดทุกครั้ง อารมณ์ที่ต้องการในงานนั้นโดมจะทำมาอีกแบบทั้งนั้น อย่างหนึ่งโดมยังเด็กและขาดประสบการณ์ อาจเป็นว่าเค้าแค่สตาร์ทเครื่องช้าและต้องใช้เวลาสะสมสกิล ซึ่งต้องมารอดูว่าเค้าจะเป็นอย่างไรต่อไป จะเป็นเจสซี่โมเดลหรือจูลี่โมเดลหรือไม่ หรือมาช้าแต่ก็เป็นม้าตีนปลาย

เบสท์, บดินทร์เดช พันธ์เถกิงอมร
เบสท์, บดินทร์เดช พันธ์เถกิงอมร

เบสท์ :
เบสท์ยังคงเป็นมีผลงานการเดินแบบจากมาสเตอร์คลาสครั้งแรก ส่วนมาสเตอร์คลาสอื่นๆ โดยเฉพาะการถ่ายรูปดูเบสท์จะหน้าและอารมณ์จำกัด อย่างที่ว่ากันจริงๆ มีกูรูมองว่าเมื่อไหร่ที่ถึงแคมเปญเดินแบบเบสท์จะเอาชัยชนะมาให้ทีมแน่ แต่ตอนนี้นะ จะมีแคมเปญเดินแบบมั้ย และเบสท์จะรอไปเดินแบบอย่างเดียวไม่ได้ ต้องรอดูว่าเบสท์จะอัปเกรดมายังไง

วิลเลี่ยม เฮนรี่ เอเฮินต์
วิลเลี่ยม เฮนรี่ เอเฮินต์

วิลเลี่ยม :
วิลเลี่ยมเป็นคาแรกเตอร์ผู้ชายแมนๆ กร้าวๆ เป็นสายบลัฟประจำทีม เป็นแรปเปอร์ปากจัด พูดแต่ละคำนี่ต้องหือ... ขนาดนี้เลยเหรอ เห็นครั้งแรกจากรายการ The Next Boy/Girl Band ซึ่งถือเป็นลูกของลูกเกดและอองตวน วิลเลี่ยมได้เรียกคะแนนแฟนๆ ตั้งแต่ครั้งแรกเพราะหล่อมากและเท่มาก เมื่อเทียบกับพวกไม่ใช่นายแบบอย่างนี้ยิ่งดูหล่อ และวิลเลี่ยมก็ได้ถูกคัดออกไปคนแรกๆ ด้วยเหตุผลว่าไม่กลมกลืนกับเพื่อนและไม่สนุกสนานกับโชว์ ซึ่งก็จริงๆ วิลเลี่ยมดูมีสไตล์ชัดจนไม่มีใครที่แมชกับเค้า 

วิลเลี่ยม เฮนรี่ เอเฮินต์
วิลเลี่ยม เฮนรี่ เอเฮินต์

ในครั้งนี้เค้าได้อยู่ในกลุ่มที่เหมาะ เพราะความแตกต่างคือเรื่องดี ตอนแรกมองว่าวิลเลี่ยมจะเนือยๆ รึเปล่า แต่เค้าก็แอคทีฟในระดับหนึ่งเลย เวลาหน้างานถือว่าใช้ได้เลย ในมาสเตอร์จะเห็นความตั้งใจและใส่ใจในการแข่ง เค้ารับโจทย์และคิดตามโจทย์อยู่เสมอ เค้ามีเอกลักษณ์ก็จริงแต่ก็พร้อมจะปรับตัวเองไปตามโจทย์ มีผลงานที่เห็นเคยว่าวิลเลี่ยมแอคทีฟและมีของคือการเข้าชิงมาสเตอร์คลาสรูปบาสเก็ตบอล หรือตอนใส่ชุดผ้าไทยก็คิดนอกกรอบด้วนการทำท่าไทยๆ ตอนนี้วิลเลี่ยมไม่ได้อยู่ในเกมหลักแต่ก็คิดว่าการทำงานของวิลเลี่ยมก็น่าจะทำให้เค้าสร้างผลงานในตอนอยู่มาสเตอร์คลาสได้

ทีมโทนี่
ทีมโทนี่



ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20

รีวิวและวิเคราะห์ The Face Men Thailand 2 EP. 5 การเลือก ความแฟร์ และสงครามนักปั่น