บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

รีวิวและวิเคราะห์ The Face Men Thailand 2 EP. 3 ใจซื้อใจ สายสัมพันธ์ของบอสกับลูกทีม

Downpour ติดตาม กำลังติดตาม
เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 - 17:05 น.
AA 42

ถ้าอีพีที่แล้วมันคือบททดสอบเรื่องความสร้างสรรค์ภายใต้เงื่อนไขมากมาย

อีพีนี้คงโดดเด่นบททดสอบใจ เลือดนักสู้ และความเป็นบอส


สิ่งที่โดดเด่นมากคือแคมเปญ ที่ทีมสร้างสรรค์ได้คืนฟอร์มแล้ว
แคมเปญนี้มีครบทุกอย่างทั้งเรื่องการแข่งขัน ที่ทดสอบทั้งความอดทน ใจ ความสามารถ
การเป็นลูกทีมที่ดีของผู้เข้าแข่งขัน
รวมถึงการวางแผน ความสร้างสรรค์ และ "ความเป็นบอส" ของเมนเทอร์ 


อีกทั้งในภาพของการเป็นรายการทีวีได้คืนกำไรให้กับคนดูมากๆ ด้วยโจทย์ผ่านการคิดมา
การโหนสลิงที่มันโหดกว่าครั้งไหนๆ
รวมถึงโปรดักชั่นที่คิดว่าย้ายช่องแล้วจะถูกลดงบมั้ย จะอยู่แต่ในสตูมั้ย
แต่สำหรับแคมเปญที่สองเล่นใหญ่มาก มีสลิง 6 ตัวไม่พอ ถ่ายกันบนตึกด้วย
สิ่งที่ประทับใจคือการทำให้เห็นเรื่องความสัมพันธ์ของบอสกับลูกทีม
ความทุ่มเทของเมนเทอร์และผู้เข้าแข่งกันเป็นสิ่งที่คุ้มค่าสำหรับการรับชมมากๆ

แต่เรื่องของการตัดสินก็เป็นประเด็นที่มีมาอีกแล้ว จนคิดว่ารายการต้องการเสนอเรื่องจริงๆ ที่มันเกิดขึ้นจริงๆ เพื่อสะท้อนโลกของการทำงานจริงๆ
หรือรายการต้องการอะไรที่เป็นที่ครหา เพื่อให้เกิดการถกเถียงกันต่อในโลกออนไลน์ เพื่อให้เกิดดราม่ายืดเยื้อ... ก็ไม่รู้

ตกลงเดอะเฟสซีซั่นนี้จะขายคำว่า "ชีวิตมันไม่ยุติธรรม" ไปจนตลอดซีซั่นใช่มั้ย

องค์กรเดอะเฟส

ภาพที่เห็นตอนนี้เหมือนเห็นองค์กรจริงๆ หลายๆ เคสนี่ก็คือมีจริงๆ ในโลกการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าองค์กรอย่างมาสเตอร์ลูกเกดที่ต้องรับมือกับ conflict มากมาย การปกครองที่ต่างออกไปจากเมนเทอร์ เพราะนอกจากการปกครองเด็กก็ต้องปกครองเมนเทอร์ที่มีปัญหาใหม่ๆ เข้ามา ระดับรองลงมาคือเมนเทอร์ที่จะบอกว่า รายการวางคาแรกเตอร์มาจากองค์กรไหนบ้างเนี่ย คาแรกเตอร์แบบนี้ และวิธีการปกครองในรูปแบบต่างๆ แบบนี้ มันมีอยู่ในโลกการทำงานจริงๆ ทั้งสามแบบ รองลงมาคือผู้เข้าแข่งขันที่หลากหลายที่มาเหมือนชีวิตจริง โชคดีที่มีการเลือกเข้างานแบบในชีวิตจริง ที่หัวหน้างานเลือกจากเคมีที่มีตรงกันกับเค้า และตัวลูกน้องก็เหมาะกับการปกครองในแต่ละแบบ เข้าขากับเมนเทอร์เของตัวเองจริงๆ ก็ต้องมาดูกันว่าลูกน้องคนไหนจะเติบโตในองค์กรนี้ได้ดีที่สุด

มาสเตอร์เมนเทอร์และเมนเทอร์
ในเรื่องของคาแรกเตอร์อาจมีขยับไม่มาก มีขยับหน่อยก็เมนเทอร์ซอนย่าที่อย่างที่บอกเหมือนเล่นรับบทวันละบท จากกระทู้แรกได้พูดเรื่องที่เมนเทอร์แต่ละคนเป็นลูกครึ่งลูกเสี้ยวและนักเรียนนอกเป็นจุดร่วม อีกจุดร่วมคือแต่ละคนเป็นผู้นำในชีวิตจริง เพราะต่างก็มีบริษัทมีธุรกิจต้องดูแล ฉะนั้นสกิลการปกครองเค้ามีติดตัวกันแน่ๆ ไม่ได้มาปกครองกันแบบมั่วๆ

เรามาลองวิเคราะห์ทางของเมนเทอร์แต่ละคนดู และที่อยากเน้นเลยว่า โลกการทำงานมันก็มีวิธีการปกครองคนหลายรูปแบบ แล้วค่อนข้างเซอร์ไพรส์ที่ทีมงานได้เลือกเมนเทอร์ที่มีการปกครองไม่ซ้ำแบบกัน มา 3 แบบ และเป็นแบบที่มีอยู่จริง เป็นสามแบบที่มีข้อดีต่างกัน และเหมาะในการปกครองคน 3 แบบ ตามการแบ่งผู้เข้าแข่งขันเป็น 3 ทีม

อย่ารีบตัดสินว่าอะไรดีกว่าอะไร
เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นคุณอาจจะรู้จักโลกการทำงานน้อยไป หรือคุณคงยังเรียนอยู่และไม่เคยสัมผัสโลกการทำงานเลย !!!

โลกนี้มันไม่แบน

มาสเตอร์เมนเทอร์ลูกเกด

จากไม่กี่อีพีที่ผ่านมาน่าจะเห็นมาสเตอร์ลูกเกดได้ในระดับนึง อย่างแรกคือเป็นผู้บริหารสูงสุด มาปั้นคน จากผู้เล่นสู่ผู้ชมบนอัฒจันทร์ มาประเมินเด็ก มาประเมินเมนเทอร์ ในอีพีนี้เราเห็นการเฝ้าดูเด็กและเมนเทอร์เติบโตไปด้วยกัน และมันทำให้เห็นสิ่งสำคัญกว่าการแพ้ชนะในแคมเปญนี้ คือความสัมพันธ์ของเด็กกับเมนเทอร์ ที่แต่ละทีมเมนเทอร์เป็นผู้นำได้อย่างดี ส่วนเด็กก็เป็นผู้ตามได้อย่างดี อาจมีเด็กเก่งและอ่อนแล้วแต่สกิล แต่ใจของเด็กทุกคนมันให้เต็มที่กับเมนเทอร์และงาน และดูลูกเกดจะพึงพอใจกับภาพรวมขององค์กรจริงๆ

ความน่ารักอย่างนึงที่เห็นในอีพีนี้ ที่เหมือนซีซั่นนี้จะวางให้ซอนย่าทำอะไรก็ผิดในสายตาลูกเกด ผิดแบบผิดยันเงา แต่พอเห็นเพื่อนทุ่มเท เด็กๆ ของเพื่อนก็ทุ่มเท ก็ต้องชมและปกป้อง

ตอนแรกกะจะเสนอความเห็นว่า จะดีกว่ามั้ยถ้าจะแก้ปัญหาเรื่องเทสต์ของกรรมการด้วยการดันให้มาสเตอร์ลูกเกดให้มีอำนาจตัดสินใจเท่าลูกค้า แต่มาคิดดู มาสเตอร์ลูกเกดคือตัวละครแทนหัวหน้าองค์กรหรือประธานบริษัท ที่กำลังทำงานไปเสนอลูกค้า ตามบทบาทนี้มาสเตอร์ลูกเกดไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินอยู่แล้ว สิ่งที่เขาต้องทำคือมาช่วยลูกค้าประเมินงาน มาให้ความเห็นเพื่อช่วยลูกค้า และหน้าที่ในรายการทีวีคือมาสื่อสารและประเมินงานต่อคนดู ที่สำคัญที่สุดคือประเมินสิ่งที่ลูกค้าไม่สนใจและอยู่ในการตัดสินของเขา คือ การบริหารจัดการในทีม

อาจเป็นตำแหน่งที่อยู่สบายสุดและจืดจางลงกว่าตอนเป็นเมนเทอร์ เพราะอยู่ระดับผู้บริหารไม่ต้องลงมาคลุกกับทุกอย่าง แต่มาสเตอร์ลูกเกดก็ได้รับการทดสอบไม่ต่างกัน ลูกเกดเหมือนคนที่อยู่รอดในองค์กร ทำมาหมดทุกอย่าง เจอปัญหาในทุกรูปแบบ แล้วในวันหนึ่งก็ได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเพื่อปกครองเมนเทอร์อีกที สิ่งที่ท้าทายลูกเกดนอกจากการปกครองเด็กใหม่ๆ ที่เข้ามาพร้อมปัญหาใหม่ๆ แล้ว ยังต้องปกครองเมนเทอร์ 3 แบบ

เริ่มต้นด้วยผู้ใต้บังคับบัญชาที่อาวุโสกว่า ที่ปกครองได้ยากกว่าคนที่อาวุโสน้อยกว่า, ผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นดาวรุ่งที่ต้องเฝ้าดูอยู่ห่างๆ ในอนาคตถ้าเค้าต้องเจอพิษภัยทางการเมืองจากอีกสองเมนเทอร์ มาสเตอร์จะทำอย่างไร, และผู้ใต้บังคัญบัญชาที่พีคสุด คือ ผู้บังคับบัญชาที่อยู่ระดับเดียวกัน ทั้งวัย ประสบการณ์และยังเป็นเพื่อนกันอีก เป็นสาวนอกต่างองค์กรที่ย้ายมาซักพัก เป็นยัยตัวแสบที่ไม่ยอมจะก้มหัวให้เลย แถมยังชอบสั่นบัลลังก์มาสเตอร์ของเธอ ปั่นทีมอื่นๆ และตีกับลูกค้า

ล้วนเป็นบททดสอบของผู้บริหารอย่างลูกเกดว่าจะรับมืออย่างไร 

ซีนที่ทำให้เห็นมาสเตอร์ลูกเกดได้ชัด คือช่วงห้องดำ ไม่รู้ว่าดราม่ามันคืออย่างไร แต่เหมือนสถานการณ์ที่ทดสอบลูกเกดว่าจะรับมือกับปัญหาอย่างไร เมื่อเกิดปัญหาการประเมินงานขึ้นในองค์กร เมนเทอร์คนนึงไม่ยอมรับและหายไป อีกคนก็หัวเสีย อีกคนก็เป็นน้องใหม่ที่ชนะในบรรยากาศที่มาคุ

สิ่งที่ต้องทำของผู้บริหารสูงสุดคือ เข้าไปดูแลงานเอง เป็นเรื่องปกติที่ถ้ามีคนหายไป อาจจะป่วยหรือใดๆ หัวหน้าที่อยู่เหนือกว่าต้องเข้ามาแก้ปัญหา ส่วนลูกน้องที่อยู่ล่างกว่าต้องช่วย

นอกจากลูกเกดมารับผิดชอบในฐานะหัวหน้าของพี่หมู และมาขับเคลื่อนรายการแล้ว ยังมาทำหน้าอื่นๆ ด้วย ได้แก่ 1 มาโยนแบบทดสอบให้เด็กในทีม แล้วดูว่าพวกเขามีวิธีการจัดการในวิกฤตนี้อย่างไร 2 มาโยนสถานการณ์ว่าเมนเทอร์โทนี่จะตอบสนองอย่างไร

ลูกเกดเลือกจะบอกทุกอย่างในมุมของพี่หมู บอกถึงความจุดด้อยในอีกรูปและปัญหาเรื่องโฆษณาสินค้าของพี่หมู เพื่อให้เด็กเข้าใจภาวะของพี่หมู ก่อนจะโยนแบบทดสอบว่าให้ทุกเลือกกันเอง ด้วยสายตาของลูกเกดที่มีคำว่าดูสิจะทำยังไงกัน แสดงธาตุแท้ออกมาซิ แต่สุดมันก็เปลี่ยนเป็นสายตาภูมิใจที่เด็กแต่ละคนรักพวกพ้อง และบอมเองก็มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่

จากนั้นแกก็เดินแผนการไซโคต่อ ด้วยอย่างแรก หาทางเซฟเด็กให้พี่หมูและทดสอบเมนเทอร์น้องใหม่ว่า เขาจะเล่นเกมอย่างไร ซึ่งโทนี่ก็แสดงให้เห็นว่าเค้าตามเกมทัน ที่ก็ทำให้ลูกเกดดูปลื้มอยู่เบาๆ

ก่อนจะต้องมาเจอการโยนแบบทดสอบของเมนเทอร์เพื่อนที่ขี้ปั่นพอกัน ซอนย่าเล่นสงครามประสาทขัดคืนคำสั่ง เชิญเด็กแต่ไม่เชิญเมนเทอร์ แม่คุณก็ตลบด้วยการให้เมนเทอร์มาแต่ไม่ให้เด็กมา และทำต่อหน้าเด็กในองค์กร สายตาซอนย่ามีคำว่าด่ากรูสิ ส่วนลูกเกดมีคำด่าอยู่ในใจเป็นหมื่นล้านคำ

แต่สุดท้ายลูกเกดก็ไม่ไหลไปตามเกม ...ถ้าลูกเกดอารมณ์ขึ้นนี่แพ้เลย ลูกเกดรับมือได้แสดงอำนาจสั่งอะไรต้องได้อย่างนั้น ...ต้องบอกเลยว่าที่บอกว่าคู่นี้เหมือนส่องกระจก นี่ก็คือขี้ปั่นเหมือนกัน และเรือ #เกดพิม ก็ได้พายต่อ เพราะพิมก็ช่างรู้วิธีกวนประสาทให้เกดได้อารมณ์ขึ้น ส่วนเกดดูรู้ที่จะรับมือความตั่งต่างของพิมได้ดีมาก

ที่คาดเดานี้ เริ่มมองเห็นตัวละครของมาสเตอร์ลูกเกดแล้วว่าจะมาทางไหน แต่กำลังคิดว่าในอนาคตมันจะมีอีกมั้ย ที่มันจะเกิดปัญหาในองค์กร แล้วมาสเตอร์ก็ได้โจทย์ที่เขาต้องแก้ และเมื่อเด็กถูกตัดออกไปมีโอกาสเรียนมาสเตอร์คลาสและอยู่ใน #teammasterlukkade มันมีโอกาสที่จะสร้างสถานการณ์อะไรได้บ้าง ต้องมารอดูว่าจะเป็นอย่างไร... ก็น่าลุ้นดีนะ

ถ้าพูดถึงลูกเกดจริงๆ มองว่าการอยู่ตำแหน่งนี้ของเขาเป็นการพักจากการที่แกต้องคิดงานและการคิดซีนให้รายการมาอย่างยาวนาน จนแกเริ่มจะอิ่มตัวแล้ว แล้วมันคือแกผ่านมาทุกโจทย์แล้วด้วย แต่ความคม ความเข้าใจงานและประสบการณ์ของเขามันเหนือใครๆ ถ้าโลกจริงๆ วิธีการอย่างนึงของบริษัทคือการเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นคนที่ดูแลอีกที ส่วนงานเดิมคือเอาคนใหม่ๆ ไฟแรงๆ เข้ามาทำ เหมือนการเปลี่ยนน้ำ ก็จะได้อะไรใหม่ๆ ให้องค์กร แต่ก็มีตัวเก๋าคอยกำกับดูแลอยู่

สำหรับลูกเกดเองเค้าก็ได้พักจากโดนด่า ให้ไอจีแกมีสะอาดสะอ้านบ้าง แต่สิ่งที่แกรักที่สุดยังคงได้ทำที่สุด คือ การสอนเด็ก ทำไมเราถึงพูดว่าแกรัก เพราะดูจากแววตาก็รู้เลย เมื่อแกสอนเด็กและเมื่อเด็กทำได้ตามที่สอน แววตาของแกจะเป็นประกายเหมือนคนที่ยิ้มด้วยสายตา มันจะเกิดกับคนที่ทำสิ่งที่รักมากๆ แล้วก็คิดว่าแกไม่ได้แค่มาทำงานเอาเงิน แต่แกรักที่จะเป็นครูและสอนเด็กรุ่นใหม่จริงๆ

เมนเทอร์หมู

เมนเทอร์หมู
เมนเทอร์หมู

พี่หมูก็ยังคงบุคลิกเดิม จนจะมีโอกาสให้แกร้ายแกก็คงมาในบุคลิกนี้ มีความเป็นลุงตัวเก๋า คม เคี่ยวกับลูกทีม แต่ก็มีความฮาหรรษาอยู่ เปิดมาก็ปล่อยฮาด้วยท่าขึ้นสลิง จากภาพซอนย่าที่ขึ้นสลิงได้คล่องและสวยมาก ตัดมาที่พี่หมูคือเอ็นดู ตามด้วยซีนขี้โกงแอบส่งสัญญาณให้ลูกทีม นอกจากจะได้ประโยชน์แล้ว ยังได้บริหารความเก๋าของแก ที่แบบโกงต่อหน้าอีกสองเมนเทอร์แท้ๆ ก็ไม่มีใครห้าม หรือเพราะฮาดีทั้งคู่เลยปล่อยแกไป มาสเตอร์ลูกเกดก็คงไม่กล้าห้ามเพราะแกเคยทำบ่อย ตามมาด้วยการแซวเรื่องซูเปอร์แมน ที่มีซีนผ่อนคลายซักอัน ผ่อนคลายทั้งในรายการและหน้างาน โดยเฉพาะคนดูที่เกร็งทีมซอนย่าไปหมดแล้ว

พี่หมูจะดูไม่ใช่หัวหน้าที่ลงมาเล่นหรือมาถึงตัวลูกน้องมาก จะดูมีภาพที่เป็นผู้ใหญ่และพึ่งพิงได้ ค่อยชี้ว่าจะให้ไปทางไหน แท้ไม่ได้ดูเป็นเพื่อนลูกน้องอย่างทีมอื่น พี่หมูกับลูกน้องก็ไม่ได้มีระยะห่างที่มากเกินไป คิมที่เป็นเด็กสามารถเสนอไอเดียได้ และพี่หมูรับฟังอย่างดีและตอบได้อย่างดี และมันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ถ้าลูกน้องมีอะไรก็ต้องถามก่อน พี่หมูก็เป็นหัวหน้าที่ดีที่มีคำตอบที่ใส่ใจและให้รายละเอียด

การทำงานหน้าเซ็ตของพี่หมูนอกจากจะบันเทิงกับการทำภาษามือนอกกติกา พอช่วงกำกับจริงๆ ก็ได้กลายร่างเป็นผู้กำกับที่มีความเก๋า ชัด คม ไปช้าๆ ที่เป็นการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับธีม เมื่อเป็นเรื่องสมาร์ทก็มีบุคลิกที่สมาร์ทระหว่างการกำกับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ให้ผลดีอยู่แล้วกับการกำกับโทนอะไรก็ทำแบบโทนนั้น

และเป็นภาพที่สมเป็นพี่หมูจริงๆ คือไม่โอ๋ ไม่ปลอบประโลมลูกน้องใดๆ ทั้งนั้น แกจะไม่ถามว่าเจ็บมั้ย แต่แกพูดเลยว่า "อย่าทำหน้าเจ็บปวด" มันคือตอนนี้ทำงานต่อให้เจ็บก็ทนไปก่อน เป็นภาพของผู้นำสายเก๋าสายโหดผู้มุ่งมั่นในงาน ลูกน้องก็ต้องอดทน ต้องทำให้ได้ และลูกน้องก็เสริมภาพของแกจริงๆ ฟังแล้วทำตาม ดูแลตัวเอง

สิ่งที่เกิดขึ้นในรายการที่เราก็ไม่รู้ว่าอะไรจริงบ้างอะไรไม่จริง แต่ก็ทำให้คนดูเหวอในระดับนึง ตึงเครียดกว่าเมนเทอร์ซอนย่าโวยวาย คือมาสเตอร์ลูกเกดบอกว่าเมนเทอร์หมูยอมรับคำตัดสินไม่ได้ และแสดงออกด้วยการไม่มา ลองมาวิเคราะห์ว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างไรได้บ้าง
- พี่หมูต้องการประท้วงจริง เป็นการแสดงออกซึ่งการไม่ยอมรับในผลการตัดสินแบบหนึ่ง
- พี่หมูให้คิวไม่ได้ อาจจะต้องไปดูแลธุรกิจ ป่วย และบังเอิญมีประเด็นเลยทำให้เป็นประเด็นใหญ่แล้ว
- เล่นเกมการเมืองเพื่อจะเซฟลูกทีม ถ้ามันมีประเด็นนี้ขึ้นมา ต่อให้ส่งให้ไปโทนี่ก็ไม่กล้าตัด
- สร้างบททดสอบให้ลูกทีม ว่าพี่หมูไม่อยู่ใครจะเป็นอย่างไรบ้าง แล้วเค้าควรจะดูแลลูกทีมต่อไปแบบไหน โดยเตี๊ยมกับลูกเกดไว้แล้วให้มาปั่น
- สร้างบทบาทให้มาสเตอร์ลูกเกด เพราะต้องมาประกาศเรื่องมาสเตอร์คลาสอยู่แล้ว แต่ขอคิวลูกเกดแต่เอามาใช้แค่ช่วงท้ายนิดเดียว ก็ไม่คุ้มค่าตัวและอาจจะเสร็จเร็วกว่าแต่งหน้าทำผม เลยให้ลูกเกดมาทั้งช่วง
- แบ่งเบาเมนเทอร์ซอนย่าบ้าง ครั้งที่แล้วซีนใหญ่มากก็ต้องสลับไปให้ทีมหมูบ้าง แกเอาซีนเดินหนีเฟียซๆ ก็พอให้มีคนด่าสนองความอินแล้ว

 

ถ้าให้วิเคราะห์มันก็คงจะจริงที่พี่หมูไม่มาจริงๆ เพราะพี่หมูเป็นคนเดียวที่ไม่มีภาพการสัมภาษณ์ตอนกลางคืนเหมือนลูกเกด ซอนย่า โทนี่ ซึ่งมันน่าจะถ่ายหลังจากการตัดสินจบ เป็นไปได้ว่ารู้ผลแล้วก็ไม่พอใจและไม่ยอมให้ถ่ายต่อ (แล้วก็ทิ้งให้ซอนย่าต้องวีนหน้ากล้องแทน เพื่อให้รายการมีอะไรไปตัดต่อ ทั้งที่ซอนย่าควรวีนพระอาทิตย์)

ใดๆ ก็ตาม ภาพที่เกิดก็เห็นอย่างนึงคือ ลูกทีมแกก็มีการแสดงความรักต่อแกแบบของเขา พยายามตั้งสติและประคองทีมเพื่อผ่านตรงนี้ไปให้ได้ วิกฤติมักจะสร้างฮีโร่ และทุกคนพร้อมเป็นฮีโร่

ผู้นำแบบเมนเทอร์หมู
แนวทางของเมนเทอร์หมูไม่ค่อยมีดราม่าเพราะเป็นตามตำรา ถ้าจะเปรียบเทียบแล้ว การปกครองทีมของลูกเกดคืออยู่ระหว่างหมูกับซอนย่า แล้วพอครั้งนี้เป็นหมูกับซอนย่ามันลงล็อคมากขึ้นเพราะเค้า contrast กัน มากกว่าลูกเกด contrast กับหมู

พี่หมูจะเป็นบอสในแบบผู้ใหญ่ รุ่นใหญ่ จะมีความหัวหน้ายุค Gen X มีความเป็นหัวหน้างานที่อยู่มานานแล้ว เก่าแก่ อยู่ตัว แกจะอยู่นิ่งไม่พุ่งชนมากเท่าไหร่ แต่อย่ามาชนแก แกมีเขี้ยวเล็บและความเก๋าเป็นอาวุธ ตอนนี้แกอาจจะยังไม่แผลงฤทธิ์เยอะ... หรือแกทำแต่มองไม่ออก สไตล์นี้มักจะมีข้อคิดที่เรียบเรียงเอาไว้แล้ว พอถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมก็จะมีข้อคิดที่มาจากการคนที่ผ่านโลกมาเยอะ มาบอกเด็กๆ ที่เดินตามหลัง สิ่งที่นำเสนอลูกทีมมักเป็นเรื่องสัจธรรมสอนลูกสอนหลาน

อย่างที่บอกว่าแกจะดูแลลูกน้องแบบให้ลูกน้องรู้จักสู้เอง อาจจะเพราะแกมีองค์กรที่ใหญ่ในชีวิตจริง แล้วมันต้องการคนที่โตและมาช่วยแบ่งเบาภาระของแกอะไรแบบนั้นก็ไม่รู้นะ แต่เอาแค่ในรายการแกจะเป็นผู้นำที่ควบคุมก็จริง แต่เมื่อเป็นหน้าที่ของลูกน้องก็ให้สู้กันเอง และต้องแอคทีฟเอง และถ้าลูกน้องไม่ดีแกจะใช้ไม้แข็ง ไม่แอคทีฟหรือสู้ไม่ไหวก็อยู่กับแกไม่ได้ แกลอยแพได้นะ แกทำมาแล้ว ลูกทีมก็คือนอกจากสู้กับนอกทีมก็ต้องแอคทีฟเพื่ออยู่ให้ได้ในทีมตัวเองด้วย

สำหรับการปกครองแบบนี้ต้องสู้และต้องดูแลตัวเองให้ได้ และผลลัพธ์ที่เวิร์คคือ อติลา ทันทีที่พี่หมูเล่นจิตวิทยาส่งเข้าห้องดำสามคนแล้วงอนใส่ อติลาเค้าแอคทีฟมากกว่าเดิมอีก ดูแลตัวเองได้ และยังดูแลน้องๆ ได้อีก อติลากลายเป็นคนที่ชนะได้รัวๆ และนอกจากเค้าจะเก่งแล้ว อติลาช่วยพี่หมูคิด โฟกัสกันสิ่งที่อยู่ในเซ็ต คิดแล้วทำ ไม่ต้องรอแต่พี่หมูคิดให้อย่างเดียว และต่อให้พี่หมูไม่มาอติลาก็พาทีมชนะได้อยู่ดี 

ซึ่งทีมหมูทีมนี้โชคดีที่มันเคยมีเหตุการณ์ครั้งที่แล้วเกิดขึ้น แถมการเดินเข้าห้องดำของเมนเทอร์ซอนย่า (ซีนเดียวแต่สร้างประโยชน์ให้เมนเทอร์ 3 คน) เป็นการส่งซีนให้เมนเทอร์หมูเพื่อที่จะประกาศเจตนารมณ์ว่าเค้าจะปกครองลูกทีมอย่างไร อีกทั้งมีซีนให้แกเคลียร์ดราม่าเมื่อวันวาน ในซีซั่นก่อนคนดูดราม่าไม่มีชิ้นดี ด้วยความไม่เข้าใจว่าพี่หมูใช้จิตวิทยาและมอบบททดสอบให้ลูกทีมอยู่ บ้างก็ว่าพี่หมูงอนเป็นเด็กๆ ไร้สาระ หรือสร้างดราม่าเอามัน และไม่ได้มีซีนให้พี่หมูได้มีโอกาสมาแก้ตัว แต่ในซีซั่นนี้เปิดมาแกก็ได้เคลียร์ตัวเองแบบไม่มีใครโต้แย้งได้

เมื่อลูกทีมเค้ารู้ตั้งแต่เนิ่นๆ และตรงนี้ก็น่าจะต้องตื่นตัวแล้วล่ะ แล้วเมื่อเหตุการณ์พี่หมูหายได้วนมาอีกครั้ง ทุกคนเข้าใจแล้วว่านี่คือช่วงเวลาที่พี่หมูให้สู้กันเอง ทุกคนพากันผ่านช่วงเวลานี้ บอมรู้ตัวว่าต้องทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมเค้าก็เป็นหลักได้ดีไม่ต่างจากที่อติลาเคยทำ ที่คาดการณ์คือวิธีเลี้ยงแบบไข่ตากฝนของพี่หมู อาจมีใครที่ไม่ไหว อาจจะน้อยใจที่ไม่ปกป้องเลย และหลุดไปเลยบ้าง แต่คนที่ผ่านมาได้อย่างดีเยี่ยมก็เป็นคู่แข่งที่อันตรายมากๆ เช่นกัน

เมนเทอร์โทนี่

โทนี่ รากแก่น
โทนี่ รากแก่น

เมนเทอร์โทนี่ตั้งใจมาเป็นตัวเองฉะนั้นบุคลิกก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก ยังคงมีความปล่อยตัวเองไปตามกระแส เมนเทอร์โทนี่ยังเป็นมีความเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของเด็ก ด้วยความที่โจทย์เป็นอะไรที่เข้ากับทีมเลยบรีฟง่าย และจะเห็นการเก็บรายละเอียดของลูกทีม ด้วยการบรีฟงานทีละคน ที่มันให้ความพิเศษสำหรับบุคคลนั้นๆ จริงๆ สัมผัสได้ถึงความใส่ในแบบที่คนสไตล์นี้ต้องการ

ในอีพีนี้พอถึงหน้างานเมนเทอร์โทนี่ดูปล่อยด้านอ่อนไหวออกมา ที่เรามักจะเห็นในด้านนิ่ง ติสต์ อะไรแบบนี้เป็นส่วนใหญ่ และดูจะเซ็นซิทีฟมากกว่าอีกสองทีม อย่างหมูกับซอนย่าจะทะลุจุดนั้นไปแล้วคือไม่ใช่อีโมชั่นในงาน ส่วนโทนี่จะมีความโอ๋น้องหน่อยๆ แบบที่ไม่กล้าสั่งให้เด็ดขาดในช่วงที่เห็นสีหน้าเจ็บปวดของลูกทีม ซึ่งมันอาจจะเห็นชัดด้วยเพราะทีมนี้ต้องทำหน้าร่าเริง พอเจ็บก็ร่าเริงไม่ออก หรือบอดี้ของทีมนี้บางกว่า และเมนเทอร์โทนี่ได้แก้ปัญหาด้วยการให้แบงค์เหยียบไหล่ ไม่ว่ากลยุทธ์หรือสัญชาตญาณแต่มันมีผลมากกว่าทางกายของแบงค์ แต่มีผลทางใจของลูกทีมทั้งหมด หัวหน้าที่ลงมาเจ็บด้วยกันเหนื่อยด้วยกัน มันเรียกใจให้ทุกคนต้องอดทนและสู้ต่อ (และเห็นน้ำใจของเมนเทอร์อีกสองทีมที่เค้าไม่ประท้วงกับการที่เมนเทอร์ไปเสริมแรงให้นายแบบอย่างนั้น)

ตามด้วยช่วงการสื่อสารกับเด็กเมื่อชนะ ที่มีซีนเปิดใจคุยกับเด็ก ที่มันเห็นการเชื่อมต่อทางจิตใจระหว่างเมนเทอร์กับลูกทีม

การตัดสินในห้องดำ ทำไมถึงให้บอมอยู่
- ตามเนื้อผ้า บอมทำดีกว่ารุจอยู่แล้วไม่มีอะไรซับซ้อน
- เพราะทีมพี่หมูทำดีกว่า และหลายคนเห็นด้วยว่าทีมพี่หมูดีมาก ก็ไม่ควรตัดคนของทีมหมู
- เป็นสิ่งที่รู้กันว่าจะไม่ตัดตัวท็อปที่อาจเป็นไฟนอลวอร์คของแต่ละทีม
- ถ้าเดาทางแล้ว ต่อให้โทนี่ไม่ตัดทีมซอนย่า ซอนย่าก็จะมาตัดทีมโทนี่อยู่ดี จะก่อความแค้นหรือไม่ก็โดนอยู่ดี เลือกผูกมิตรกับทีมหมูดีกว่า
- พี่พิมไม่ได้ขอ น้องโทเลยตัดได้

สิ่งที่น่าจะเป็น เหตุผลโทนี่คงไม่มีอะไรนอกจากตั้งใจมาเลือกคนที่อ่อนกว่าออก และไม่ได้มาเล่นเกมอะไรมากมาย แต่เกมน่าสงสารของรุจได้ผลมั้ย ก็ได้ผลอยู่ เพราะดูๆ แล้วโทนี่ก็มองเห็นว่าการส่งบอมก็คือแทบจะไม่รุจมีหวังในการอยู่ต่อเลย และก็ได้ตอกบอมไปถึงสองครั้ง ข้างในยังไม่พอ ยังมาขยี้ต่อข้างนอกเพื่อให้ทุกคนทราบอย่างทั่วถึง แต่อย่างไรมันจะตัดบอมไปได้อย่างไร ก็ต้องตัดรุจไปตามระเบียบ มันก็ถือว่าเขาก็ให้ความแฟร์เท่าที่เขาจะให้ได้กับทั้งสองคนที่สุดแล้ว

จริงๆ แล้วโทนี่สามารถทำซีนห้องดำได้อย่างน่าสนใจเลย สามารถตอกบอมเรื่องมาเพราะแผนได้ เหมือนอ่านเกมลูกเกดออก ที่สร้างจุดว้าวให้กับซีนนี้มากๆ และสร้างจุดว้าวอีกจุดด้วยการพูดเหมือนจะเทไปทางรุจแล้ว ทำให้บอมลนลานเสียจังหวะสุดๆ จนช่วงนั้นคนดูคิดว่าบอมไม่รอดแล้ว ก่อนจะหักมุมด้วยการให้บอมรอดและรุจไป และก็มีซีนมาให้พีคอีกเมื่อโทนี่พูดว่าเข้าใจแผนของการส่งบอมต่อหน้าลูกเกดที่อยู่เบื้องหลังแผนนี้ โชว์สปิริตด้วยการบอกเลยว่าการเลือกบอมเข้าไปมันไม่แฟร์กับทีมซอนย่า นอกจากนี้ก็ยังประกาศให้เห็นว่าจะมาแผนแบบนี้เขาก็อ่านเกมออก ซึ่งลูกเกดต้องไม่ลืมว่าเค้านับถือศาสนาลูกเกด คงดูมาครบทุกซีซั่นจนเข้าใจลูกเกดได้ทุกกระบวนท่าแล้ว 

ผู้นำแบบเมนเทอร์โทนี่

เมนเทอร์โทนี่เป็นผู้นำในรูปแบบที่ค่อนข้างเข้าถึงกลุ่มเยาวชนเยอะกว่าผู้นำแบบอื่น เพราะถ้าเป็นเด็ก Gen Y หรือ Gen Z ก็น่าจะชอบ เพราะอยู่แล้วน่าจะสบายดี ถ้าในองค์กรจะเป็นพวกรุ่นใหม่เพิ่งขึ้นมารับตำแหน่ง จะมีความคลำทางและไม่บริหารอำนาจเท่าไหร่ แต่ข้อดีคือความสดใสจะทำให้ตื่นตัว และไม่มีความกดดันเยอะ ดูเหมือนจะเฉยเมยอยู่เฉยๆ แต่ต้องปล่อยไปแล้วทีมเค้าจะมีงานมาเอง จะเป็นสายติสต์เค้าตีกันก็จะอยู่เฉยๆ จะไม่ไปชิงดีชิงเด่นกับใคร แต่ก็อย่าได้คิดว่าจะไม่มีใครมาปะทะนะ


ด้วยความเป็นบอสรุ่นเด็ก รุ่นใหม่ เลยออกมาเป็นแบบเพื่อนรุ่นพี่ของลูกน้อง จะให้ความเป็นกันเองเพื่อลดช่องว่างระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง ครบสูตรต้องจบงานต้องพากันไปตั้งวงที่ร้านแถวบริษัท ความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้ากับลูกทีมจะเป็นแบบต่างคนต่างประคองกันไป เวลาพูดจะใช้วิธีแบบเพื่อนคุยกัน เปิดใจคุย สร้างความเป็นกันเอง สร้างความเป็นแก๊ง

คิดว่าลูกทีมให้ใจโทนี่มาตั้งแต่เลือกเข้ามาอยู่แล้ว เพราะแต่ละคนคือสัตว์ประหลาดที่มันคนคนนึงมองเห็นคุณค่า เท่านั้นก็พร้อมจะเดินตามคนคนนี้แล้ว การทำงานร่วมกันที่ให้แต่ละคนเป็นตัวของตัวเอง และการใส่รายละเอียดให้แบบรายบุคคลก็เป็นการทำให้แต่ละคนรู้สึกดี ตามด้วยชัยชนะในครั้งแรกก็ได้เรียกศรัทธาได้อย่างสุดๆ แล้ว การปะทะหลังห้องดำก็ได้โชว์ความเจ๋งที่ทำให้ลูกน้องเชื่อได้ว่าจะฝากชีวิต การได้ชัยชนะกลับมาและมาชื่นชมลูกทีมต่อก็ยิ่งบวกความศรัทธาและกำลังแรงใจให้ลูกทีม

คนที่เหมาะกับบอสอย่างโทนี่คือพวกเด็กหัวขบถ พวกมีคาแรกเตอร์ พวกที่ต้องทำงานแบบปล่อยๆ ให้อิสระ แล้วเค้าจะมีของเด็ดมาให้เอง และเป็นของเด็ดที่มันแตกต่างเพราะมาจากคนแบบอย่างนี้ ซึ่งโทนี่ก็ได้เลือกแล้วว่าใครจะมีเคมีตรงกับเค้า แล้วก็เหมาะที่จะอยู่ในการปกครองแบบนี้ ถ้าเด็กกลุ่มนี้ไปอยู่ทีมอื่นก็อาจจะไม่เหมาะ และคนแบบอื่นๆ ก็เหมาะกับบอสแบบอื่นๆ ซึ่งผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนได้อยู่กับบอสที่เหมาะกับตัวเองแล้ว ตามที่คาดการณ์แล้วลูกทีมทีมนี้ก็จะลูกน้องที่ดี จะทำตามที่บอกที่สอน และความอิสระจะให้เค้าไชน์ในแบบของเค้า และจะเป็นของที่เมนเทอร์โทนี่ต้องการ

ที่เคยเห็น คนในลักษณะนี้จะมีตัวที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยคอยปกป้องอยู่ห่างๆ ในที่นี่ก็คือคนแบบลูกเกดนี่แหละ ตอนนี้เขาชนะอย่างต่อเนื่องลูกเกดก็คงอยู่ห่างๆ แต่ไม่รู้ว่าเจอพายุเข้าจะมีอะไรให้ลูกเกดต้องช่วยหรือไม่ แต่คิดว่าโทนี่คงเอาตัวรอดได้เพราะก็ทันเกมกันอยู่ แล้วในเกมก็ไม่เหมือนโลกความจริงๆ เกมมันมีกติกาและขอบเขต ก็ไม่น่าจะมีอะไรที่โทนี่จะต้องไม่ไหวจริงๆ

อาจจะวิเคราะห์ได้น้อย เพราะตอนนี้เราเห็นแต่แค่ช่วงเวลาของชัยชนะ เรายังไม่ได้เห็นช่วงเวลาของการผิดหวัง ช่วงเวลาของการสูญเสีย ที่ต้องดูต่อไปว่าถ้าเจอขึ้นมาโทนี่จะจัดการเหตุการณ์เหล่านี้ยังไง เมื่อต้องเจอเกมการเมือง หรือการเล่นนอกกรอบที่อาจเกิดขึ้นปะทะเข้ามาแล้วเค้าจะเปลี่ยนไปหรือไม่ แล้วถึงตอนคงวิเคราะห์ความเป็นบอสของโทนี่ได้มากกว่านี้

เมนเทอร์ซอนย่า 

ซอนย่า คูลลิ่ง
ซอนย่า คูลลิ่ง

วันนี้ยังมีความซอนย่าอยู่คือ Fifty shades of Mentor Sonia แม้ยังคงรั่วบ้างคูลบ้างอยู่อย่างเดิม แต่รู้สึกดาร์กมากขึ้น จนเริ่มหวาดกลัวแล้ว อีพีแรกเป็นเอ็มวีเพลงรัก อีพีสองเป็นลูกคุณหนูตัวแสบ อีพีสามมาแบบ matriarch of gangster ในหนังแนวแก๊งมาเฟียฝรั่งที่เปี่ยมอำนาจจริงๆ ไม่จำเป็นต้องวิ่งนำหน้า แต่แค่ 'สั่ง' เดอะแก๊งจะวิ่งเข้าใส่แบบไม่ตั้งคำถาม ไม่ออกนอกทาง ไม่หยุดจนกว่าหัวหน้าจะสั่งให้หยุด

ในช่วงที่คุยกันลูกค้าก็สะท้อนถึงความมาลุย เป็นซีนมิติใหม่ของการรับบรีฟด้วยการโหนสลิงคุยกับลูกค้า เซอร์วิสคนดูกันไป พอทำแคมเปญด้วยความที่ได้โจทย์สตรอง ก็สร้างบรรยากาศของความสตรองโดยเริ่มจากตัวเองที่มาบรีฟในมาดขาลุย ตอนกำกับนี่ก็ไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอและคุณแม่โอ๋ลูกเลยแม้แต่น้อย มาในโหมดบอสหญิงขาลุย มากด้วยอำนาจ ต้องยอมรับว่าลูกทีมเองได้ช่วยส่งเสริมภาพความเป็นผู้นำของเมนเทอร์ซอนย่าไปด้วย ไม่มีใครทำให้แสดงความอ่อนแอจนทำให้บอสเขวจนไม่กล้าออกคำสั่งเพราะกลัวลูกน้องแย่ และทำให้บอสทำหน้าที่ได้อย่างเด็ดขาด

 

แคมเปญจบแต่สงครามประสาทเพิ่งเริ่ม ความเป็นมาเฟียก็ไม่จาง ความขบถก็มา อะไรที่ไม่เห็นด้วยก็ประกาศให้โลกรู้ว่าไม่เห็นด้วย คิดยังไงก็สื่อสารกับลูกทีมไปอย่างนั้น รับรู้เรื่องราวเดียวกันเพื่อจะได้แชร์ความรู้สึกร่วมกัน เธอไม่แคร์ใครและไม่เอาแบบแผนอะไรทั้งนั้น จะไปก็ลุกเดินหนีไปเลย เมื่อมาสเตอร์มาสั่งก็อย่าหวังจะยอมง่ายๆ ก็โชว์ต้านอำนาจซักนิดนึงด้วยการตลบกลับคำสั่ง ไอ้คนถูกเชิญไม่ให้มาไอ้คนไม่เชิญกลับมา... ถ้าไม่มีกล้องจับอยู่อาจมีลูกยันจากลูกเกด

แต่ใดๆ แก๊งสเตอร์กลุ่มนี้อาจร้ายๆ ต่อคนนอกกลุ่ม แต่ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ หัวหน้าแก๊งจะเป็นนางฟ้าต่อลูกน้องเสมอ ทำทุกอย่างเพื่อลูกน้อง "ไม่ว่าเราจะเผชิญกับอะไร พี่จะสู้เพื่อน้องๆ เสมอ" ใครมาทำอะไรลูกแก๊ง เธอเจ็บ เธอเสียใจ เธอโกรธ เธอดุดัน เป็นการไซโคว่าแค้นนี้จะต้องชำระแน่ การคาดการณ์ให้ตอนนี้คือเมนเทอร์ซอนย่าดูข้ามขอบเขตไปหลายอย่าง และเธอกล้าทำได้ทุกอย่างในรายการแน่ๆ อาจมีอะไรอึ้งๆ อีกในอนาคต ... แกจะเป็นนางร้ายที่ร้ายและเกรียนที่สุดในโลกเดอะเฟสหรือไม่

 

ผู้นำแบบเมนเทอร์ซอนย่า

กองทัพที่แม้นำโดยผู้หญิงก็เป็นกองทัพที่แข็งแกร่ง ลูกทีมอดทน สั่งอะไรได้อย่างนั้น ยากจนแตะขอบเขตของมนุษย์ก็ทำ ไม่มีข้ออ้างและไม่มาทำอ่อนแออ้อนหัวหน้าเลย อะไรบ้างที่มันน่าจะส่งผลลัพธ์นี้

คิดว่าน่าจะเป็นเพราะการรับรู้ว่าบอสของเขารักลูกทีม พร้อมสู้ไปกับลูกทีม ตั้งแต่การแสดงความรัก ไม่ว่าจะกอด คำชม ให้กำลังใจ ไม่เคยตำหนิลูกทีม ใจเย็นและน่ารักกับลูกทีมเสมอ การทำให้รู้สึกว่าลูกทีมมีความสำคัญและต้องการให้อยู่ ถ้าเสียไปไม่ร้องไห้ก็โมโหกระฟัดกระเฟียด พอช่วงงานการแสดงพลังในช่วงบรีฟ และกำกับที่ให้ความรู้สึกว่าบอสทุ่มเทให้จริงๆ 

ที่สังเกตคือดูจะจริงจัง บ้าพลัง และดุดันขึ้นมากจากออลสตาร์ อาจเพราะลูกทีมไม่ใช่ผู้หญิงแล้ว (อติลาจัดเป็นผู้หญิง) แต่เป็นเด็กผู้ชายทั้งทีม การเป็นผู้หญิงที่นำทีมผู้ชายก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ในโลกความจริงอคติทางเพศก็ยังคงมีอยู่เสมอ ผู้หญิงต้องทำอะไรเยอะแยะเพื่อจะเป็นผู้นำแล้วรอด โอเคว่าเค้าคือซอนย่า คูลลิ่ง มันก็ช่วยในระดับหนึ่ง แต่จะมาสวยๆ ไปเรื่อยๆ ก็ไม่ได้ ต้องแสดงพลังและความแข็งแกร่งมากกว่าเดิม และรวมกับไอเท็มโกงคือสวยเซ็กซี่น่ารัก... ผู้ชายทำงานด้วยแล้วมีความสุข

ดราม่าปกครองลูก

ก็งงนะทำไมถึงดราม่า?!... ทั้งที่บอสในองค์กรต่างๆ ก็เป็นอย่างนี้กันเยอะแยะ มีบอสมากมายที่สู้กับทุกคนแต่ใจดีกับลูกน้องมาก มีบอสมากมายปกป้องลูกน้อง เถียงแทน ชี้แจงแทน โดนด่าแทน หรือรับผิดแทนก็มี เบื้องหลังอาจจะไปตำหนิลูกน้องสองต่อสอง หรือจะปล่อยให้ลูกน้องเข้าใจเองก็มีทั้งนั้น 


แนวทางนี้คือ เมื่อเป็นผู้นำก็ต้องรับผิดชอบทุกอย่าง จะรับข้อตำหนิไว้เอง ไม่ใช่ว่าโดนด่ามาก็เอาคำด่ามาด่าลูกน้อง หรือเอาลูกน้องมาโดนด่าแทน ไม่มีลูกน้องคนไหนจะทน ไม่เสียกำลังใจในการทำงาน ก็เกลียดหัวหน้า แต่ไม่ตำหนิก็ไม่ปล่อยไปเฉยๆ ก็จะมีวิธีพูดว่าด้อยตรงไหนและให้กำลังใจไปด้วย "ลูกค้าติมาอย่างนี้ แต่พี่ก็ว่ามันไม่ได้แย่ขนาดนั้น" นี่คือจิตวิทยาของแก 

รวมถึงการซื้อใจลูกน้อง ธรรมดาของลูกน้องเมื่อรับรู้ว่าหัวหน้าให้ใจมาแล้วเขาจะให้ใจกลับ หัวหน้าปกป้องมาก็ให้ความจงรักภักดีและสนับสนุนกลับไป ถ้าใช้ได้อย่างเหมาะสมแล้วความสัมพันธ์ของหัวหน้ากับลูกน้องจะเหนียวแน่นและมีพลังมาก หัวหน้ามีอำนาจ และลูกน้องก็เติบโต เพราะเค้าพร้อมจะทุ่มใจให้กับงานที่ได้รับมอบหมายตลอด มีเคสที่สำเร็จมากมาย และในทางกับกันหัวหน้าที่ไม่สู้เพื่อลูกน้องเลย กับลูกน้องที่ขัดคอหัวหน้าตัวเองต่างหากที่ทำให้ความสัมพันธ์มันพังลง แล้วพังกันทั้งคู่ 

สิ่งที่น่าจะซื้อใจลูกทีมมากที่สุดคือ การเดินเข้าห้องดำไปปกป้องเด็ก ทุ่มเทตั้งแต่อีพีต้นๆ คงเป็นเพราะมันเป็นเซ็ตทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นต่อไป จากออลสตาร์แกชนะแคมเปญแรกแกเรียกความเชื่อมั่นและเชื่อใจจากลูกทีมได้ทันที แต่ซีซั่นนี้เปิดมาแล้วแกแพ้ ก็ต้องแอคทีฟหน่อย วิธีการมันไม่ถูกใจคนดูเพราะเค้าไม่ได้ซื้อใจคนดู แต่เค้าซื้อใจลูกทีมซึ่งมันสำเร็จ เด็กในทีมห่วงใย สนับสนุน และปกป้องซอนย่ากลับจริงๆ

ส่วนการที่บูลลี่ลูกทีมซอนย่าที่ปกป้องแม่ทีม... มันก็ปกป้องอยู่แล้ว มันมีเหตุผลอะไรที่ลูกทีมต้องมาด่าหัวหน้าทีมโชว์คนดู ในเมื่อหัวหน้าดีกับเขา ทำทุกอย่างเพื่อทีม แลกศักดิ์ศรีแลกหลายอย่างเพื่อลูกทีมคนเดียว แล้วลูกน้องจะปกป้องหัวหน้าก็เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว ถ้าตรงกันข้ามคงเป็นลูกน้องที่ใจแย่มาก...

ถ้าเทียบกับโลกจริงๆ แล้ว การปกครองของเมนเทอร์ซอนย่าก็ต้องได้ลูกทีมที่เหมาะด้วย พวกไฟแรง ดาวเด่น บ้าพลัง ต้องอยู่ทีมแบบนี้ จะต้องบ้างานหน่อย ใช้งานหนัก แต่เค้าจะดึงพลังของคุณออกมาอย่างถึงขีดสุด คุณจะได้พ่นไฟแบบไม่ห่วงเรื่องอื่น เพราะแม่ทีมจะ "เล่นการเมือง" ให้คุณเอง แล้วเค้าได้คนมาได้เหมาะจริงๆ แม้แต่ลูอิสกับคัทจังก็เหมาะด้วย

ที่เริ่มเห็นแล้วคือเคมีของเค้ากับลูกทีม มันเป็นพี่สาวหัวหน้าแก๊งที่เป็นสมองและหัวใจของทีม ลูกทีมจะเป็นแขนขาหอกโล่กำลังให้เค้า ลูกทีมเองดูจะต้องดูแลบอสสาวด้วย แล้วมันได้ซีนที่สะท้อนความเป็นสุภาพบุรุษ เช่น การแตะไหล่ปลอบใจบอส การพูดปกป้อง ที่จะขอคาดการณ์กับทีมนี้ บอกเลยว่ามันจะต่างกับออลสตาร์ ซอนย่าจะไม่เจอลูกน้องคาแรกเตอร์ทราย เด็กๆ ของแกสั่งแล้วจะไม่มีเสียงในหัว ไม่ฟังเสียงใครอื่น และปั่นหัวไม่ได้ และไม่เฉื่อยแฉะแต่จะพลังงานไฟต์เตอร์รุนแรง

ทีมคงไม่ใช่ทีมลูกคุณหนูแต่อาจจะเติบโตและเป็นผู้ชายเต็มตัว เพราะเค้าไม่ได้เรียนรู้แค่สู้เพื่อตัวเอง แต่สู้เพื่อพวกพ้องและบอสสาวของเค้าก็ได้... เทปหน้าลูอิสส่งสารไปถึงโทนี่โดยตรงว่า "วันนี้จะไม่มีพี่น้องผมคนใดต้องกลับบ้าน" ลูอิสเค้าไม่ได้โฟกัสแค่จะชนะเพื่อตัวเอง แต่เขามีใจที่จะชนะเพื่อปกป้องทีม และเป็นคำพูดที่เป็นลูกผู้ชายมากๆ...

ลูกทีม

ทีมโทนี่
โดม : มีตำหนิในมาสเตอร์คลาส ที่คิดว่าเพราะโดมอายุน้อยและประสบการณ์คงน้อย เพราะไม่มีคนคุมเลยทำตัวไม่ถูกและยังทำได้ไม่ดี แคมเปญออกมาดี ยังไงก็เสน่ห์ของเขามันก็ยังช่วยเค้าได้มากอยู่ เรื่องพูดหน้ากล้อง เป็นคนที่พูดเหมือนเจ็บลิ้นอยู่ แล้วพูดภาษาไทยได้งงมาก จนอยากร้องขอให้พูดภาษาอังกฤษและเปลี่ยนการพูดหน่อย แต่เปลี่ยนใจ เพราะเค้าพูดแบบนี้คนดูถึงได้จำเค้าได้ เค้าพูดอย่างนี้มันก็เป็นตัวตนเค้า ก็พูดต่อไปเถอะ งงก็อ่านซับเอา

แบงค์ : ยังทรงๆ แต่บอดี้ของแบงค์ดูจะสร้างปัญหาให้การทำโจทย์ต่างๆ ก็จะพูดหน้ากล้องในแนวของการขายความน่ารัก ก็พูดเก่งอีกคนในทีม

หมูหยอง "หมูหยองคิดว่า..." : อยู่ในเกณฑ์ดีเหมือนเดิม และความเป็นไฟต์เตอร์และหัวหน้าแก๊งยังคงอยู่ มีซีนที่ช่วยกระตุ้นและกำกับเพื่อนๆ ในทีม เป็นคนที่มีคอนเทนต์ในตัวเองตลอด เริ่มเกลียดคำว่า "หมูหยองคิดว่า..." แล้ว แต่ก็เอาเถอะมันเป็นเทคนิคให้คนจำชื่อได้ เค้าก็ยังมีคอนเทนต์ในตัวของเค้าอยู่ แล้วก็เล่นใหญ่เล่นโตให้กับรายการ แล้วก็รู้วิธีชิงซีนและส่งเสริมสตอรี่ให้กับทีมทางหน้าจอ เป็นตัวที่ทีมนี้ได้มาแล้วคุ้มอยู่ แล้วก็ดีกับหมูหยองที่พูดเยอะพูดมากได้คนดูไม่ด่า เพราะว่าเป็นทีมพระเอก

เรียวตะ : แคมเปญทำได้ดี โดดเด่นในแคมเปญ เพราะช่วยฟีลในภาพอย่างมาก ดูเป็นคนที่ชอบทำตัวให้ตลกเฮฮา แต่หน้างานแอคทีฟ ทุ่มเทและคิดอยู่ตลอด ด้วยความที่เค้าเป็นตลก เค้ารู้ว่าจะต้องทำยังไงในหน้าจอ มันก็ดูรู้ว่ามันคือการเตรียมมา มันผสมแอคติ้ง แต่เป็นแอคติ้งเพื่อต้องการให้รายการสนุก ให้คนรอบข้างสนุก มันก็เป็นการแอคทีฟและแอคติ้งที่มีประโยชน์ แล้วเค้ารู้ว่าตัวเองต้องเป็นคาแรกเตอร์แบบไหนในรายการและทำได้ดี

วิลเลียม : โดดเด่นในมาสเตอร์คลาส ความซึมๆ เนือยๆ ไม่ได้มีแล้ว ความเท่ความสดใสออกมา วิลเลี่ยมเวลาอยู่หน้ากล้องก็เป็นสายหนุ่มติสต์ก็ดูมีคาแรกเตอร์ของเขาอยู่

เบสท์ : มีตำหนิในการจัดระเบียบร่างกายในมาสเตอร์คลาส แคมเปญกลมกลืนกับทีมได้ดี ถึงในงานจะดูเป็นอีกคนนึง พออยู่หน้ากล้องเค้าก็ดูเป็นเด็กบ้านๆ การสวิชต์ของเค้าก็เป็นคาแรกเตอร์หนึ่งในรายการ จริงๆ ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก สูงขนาดนั้นอยู่รวมกับเพื่อนๆ นี่คือยังไงก็รู้ว่าเบสท์อยู่ที่ไหน

ทีมหมู
ป็อบปี้ "มิสเตอร์ชิงซีน" : กลายเป็นจุดอ่อนในภาพแคมเปญที่หลุดธีม ส่วนมาสเตอร์คลาสมีความแอคทีฟดี ทั้งหมดขอชื่อชมในความแอคทีฟให้กับรายการ การโยนมุกเพื่อช่วยอรรถรสรายการ โดยเฉพาะซีนแซะพี่พิม ที่มันก็เป็นซีนที่น่ารักดี เหมือนเด็กสายกวนในบริษัทแซวพี่ตัวเก๋าแล้วโดนกัดตอบ ก็อรรถรสดี ก็ทำให้รู้ว่าป็อบปี้ไม่เข้าทีมซอนย่าอาจเพราะไม่อยากเจอภาษาอังกฤษรัวๆ แต่ระวังตัวไว้ด้วยอย่าไปเจอแกที่ห้องดำ เพราะเคยปฏิเสธแกและแซะแกไว้ หรือจะซีนยกยอพี่หมูหรือแซวระหว่างซีน โดยเฉพาะแซวลูอีสนี่ก็ตลกดี เพราะมันดูเป็นแซวที่ไม่ประสงค์ร้ายและส่งซีนให้เพื่อนด้วย แล้วลูอิสก็เล่นกลับมันก็ทำให้มีอะไรขึ้นมา มันดูมีการเชื่อมโยง แต่อย่างนึงที่คิดว่าต้องปรับคือช่วงฮาอาจจะเล่นใหญ่ได้เพราะก็รู้อยู่แล้วว่าทำเอาฮา แต่ช่วงจริงจังอาจจะหรี่ลงหน่อย ไม่งั้นสิ่งที่แสดงตามความรู้สึกจริงๆ มันอาจจะดูไม่จริง

คิม : คนที่โดดเด่นขึ้นมาเรื่อย อย่างที่เคยบอกว่าเค้าเป็นน้องเล็กที่ไม่อ๊องไม่รั้งท้าย ไม่มึน ไม่งง แถมยังกล้าพูดกล้าถามอย่างตอนเสนอความคิดเห็น แถมเป็นดาวเด่นในแคมเปญทั้งสองที่ผ่านมา ต้องจับตามองเขาไว้ให้ดีๆ เพราะเดอะเฟสคือคนที่ไม่โดดเด่นในวันแรก มีเมนเทอร์ยกคนเดียว แล้วสร้างความเด่นด้วยผลงาน เข้าเกณฑ์อยู่เหมือนกัน แถมลูกเกดยังเคยติไว้ด้วย รอแค่ให้ลูกเกดพูดว่าคิมเป็นเดอะเฟสไม่ได้หรอกนี่ก็ครบแล้ว ในช่วงพูดหน้ากล้องมีการสัมภาษณ์ที่น่ารักและเป็นธรรมชาติ เค้าก็มีเคมีที่ทำให้รายการกลมกล่อมเหมือนกัน

พอล : พอลยังคงเป็นคนที่คิดเป็นได้ตัวเอง ในมาสเตอร์คลาสเค้าก็คิดเองได้ว่าผลิตภัณฑ์ผิว ก็โชว์กล้าม ความเล่นใหญ่โดยคิดไว้แล้วของเค้ามันแสดงถึงความตั้งใจ ถือว่าแอคทีฟกับการแข่ง และยังทำดีเหมือนเดิม การพูดหน้ากล้องของพอล เค้าอยู่ระหว่างคนที่มีคอนเทนต์ในตัวกับคนที่จริงใจ เป็นสัดส่วนที่ก็โอเคเพราะมันจะได้มีความหลากหลายในรายการ แอร์ไทม์ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่มันอาจจะดีกับเค้าก็ได้

ฟิล์ม : ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ทำได้ดีในมาสเตอร์คลาส และความไทยผิวแทนหล่อสไตล์ลูกทุ่งนักฬาก็ทำให้เค้าโดดเด่นของเค้า ในแคมเปญทำได้ดีไม่รั้งท้าย แอร์ไทม์ไม่ค่อยมีเพราะคงพูดไม่ทันใคร แต่จริงๆ แล้วไม่ต้องอะไรเยอะ พวกสร้างอรรถรสในทีมนี้มีเยอะแล้ว ฟิล์มก็พูดอะไรไปตรงกับใจนั่นแหละ ไหนๆ ก็สายไทยลูกทุ่งอยู่แล้ว ก็ปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ดูจริงใจไปเลย

พล : ยังคงอ่อนสุดในทีมเช่นเคย เป็นจุดอ่อนอีกคนในแคมเปญ แต่ก็ยังมีไหวพริบในระดับนึงรู้ว่าตัวเองกล้ามดีก็ใช้กล้ามเป็น ดูคาแรกเตอร์อาจจะเป็นเด็กอ๊องในทีมแทนที่จะเป็นน้องคิมก็ได้

บอม "กัปตันขยันพูด" : บอมมีเสน่ห์ที่สะดุดตาลูกค้า เหลือเรื่องความเชี่ยวชาญในความเป็นนายแบบที่ต้องเพิ่มเติมเท่านั้น จะเป็นคนที่ครบเครื่อง ในช่วงแคมเปญทำหน้าที่ได้ดีมากๆ กับความเป็นกัปตันทีมให้ทีมหมู และผลงานก็ออกมาดีซึ่งเค้าควรได้เครดิตตรงนี้ ส่วนแอร์ไทม์ในการพูดหน้ากล้องเยอะ มองว่ามันเป็นเรื่องดีที่เค้าแอคทีฟ ถ้าเค้าพูดเก่งก็ต้องพูดเพื่อบิ้วรายการ ไม่ใช่ปล่อยให้รายการมันผ่านไปเงียบๆ บอมเป็นพิธีกรเค้าคงเข้าใจจุดนี้ดี แล้วเค้าทำได้ดีกว่าอีพีที่แล้ว ที่ก็ค่อนข้างผิดหวังที่เป็นพิธีกรแล้วทำไมพูดเหมือนฝืนๆ ท่องๆ แต่อีพีนี้ลื่นไหลขึ้น มีซีนของเขาคือการเสนอตัวเข้าห้องดำ ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วในความคิดเขาจะยังไง แต่เค้าน่าจะเป็นคนรอบคอบในชีวิตและน่าจะคิดหลายชั้นในระดับนึง ถ้าจะวิเคราะห์ว่าบอมคิดอย่างไร ได้อะไรจากการทำแบบนี้ แบบที่เอาตัวเองไปเสี่ยงต่อการออก
- เอาซีน ใครทำซีนนี้ในรายการแจ้งเกิดทุกคน
- ความรู้สึกล้วนๆ ความเป็นกัปตันต้องรับผิดชอบกับความพ่ายแพ้ของทีม
- มองเห็นโอกาสรอดกลับมา เพราะรู้จากลูกเกดว่าหลายคนเห็นว่าทีมหมูควรชนะ ย่อมมีโอกาสรอดมากกว่าลูกทีมของซอนย่า และทีมซอนย่าคงไม่ส่งตัวท็อปมาชน ยังไงเค้าก็สู้ไม่ยาก และยิ่งเกมในเดอะเฟสจะรู้กันว่าเมนเทอร์จะไม่ตัดตัวเต็งของแต่ละทีม
- ทำเพื่อพี่หมู เอาชนะใจพี่หมู มองพี่หมูออกว่าแกชอบคนที่สู้ได้ด้วยตัวเอง ไม่มีแกก็สู้ได้ การทำแบบนี้จะสร้างความประทับใจให้พี่หมู และถ้าเซฟทีมได้พี่หมูคงต้องดีใจ

แต่ที่เชื่อนะ สิ่งที่โพล่งออกมาทีแรก คือความรับผิดชอบของกัปตันมันคือของจริง ไม่แผน แต่สิ่งที่ช่วยให้ตัดสินใจได้เด็ดขาดคือคำแนะนำจากลูกเกดที่บอมรู้สึกว่าเขามีทางที่จะไปแล้วได้กลับมา เขาถึงเข้าไปแบบมีแผน

ทีมซอนย่า
ลูอิส "ซูเปอร์แมน" : ลูอิสฉายแสงอย่างรุนแรงในอีพีนี้ ตั้งแต่การชนะมาสเตอร์คลาส ในช่วงการทำมาสเตอร์คลาสก็แอคทีฟมาก ยกระดับการแข่งขันมากๆ หรือในช่วงสัมภาษณ์ก็ขี้เล่นสนุกสนาน และเล่นแบบกำลังพอดี มีความเป็นธรรมชาติ รู้สึกว่าจะมีสกิลการแสดงด้วย ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บุคลิกหน้ากล้องออกมาได้ไหลลื่นจริงๆ แล้วทำอะไรก็ดูดีไปหมด ยิ่งทำตัวติ๊งต๊องยิ่งน่ารัก จริงๆ คิดว่าถ้าลูอิสทำท่าซูเปอร์แมนแบบนี้ตอนออดิชั่นแล้วซอนย่าต้องเลือก เพราะเค้าบอกอยู่ว่าชอบผู้ชายขี้เล่น น่าจะเป็นคนที่แบบทำทุกอย่างเพื่อทีมและเพื่อแม่ น่าจะเป็นคนที่บลัฟทีมพระเอกแล้วไม่มีใครด่า ตอนนี้การที่ลูอิสโชว์มุมอื่นๆ มากขึ้นทั้งความฮาและความเป็นไฟต์เตอร์ มันเห็นชัดขึ้นสำหรับเส้นทางเป็น The Face Men เพราะเหมือน The Face 2 ที่เป็นไฟต์เตอร์สายฮาจากทีมนางร้าย

แอนดี้ : อยู่ในมาตรฐานของตัวเอง เป็นตัวท็อปอีกคนหนึ่งในทีมเพราะให้ถือกล้อง แอนดี้ทำได้ดีทั้งถ่ายแบบและเดินแบบ มีความเป็นตัวของตัวเอง แล้วก็มีความคมในการทำงาน มีสายแฟชั่นของทีม แต่ต้องดูว่าพอโจทย์ที่หลากหลายเค้าจะพลิกตัวเองได้ขนาดไหน และคิดว่าถ้าเค้าทำได้เค้าจะเป็นคนที่ครบเครื่องมากๆ การพูดหน้ากล้องถือว่าน้อยมาก อาจจะไม่ใช่ผู้ชายช่างพูด แต่ก็มีความเป็นเป็นตัวของตัวเองในระดับนึง

กอล์ฟ "เชฟหุ่นหมี" : กอล์ฟทรงๆ อยู่ในเกณฑ์ดี ด้วยประสบการณ์ทั้งถ่ายแบบเดินแบบที่น้อย ยังไม่มีสกิลเท่าไหร่ แต่ก็เกาะกลุ่มไป มีความตั้งใจของเค้าอยู่ การพูดหน้ากล้องมีความเป็นธรรมชาติอยู่ แต่พูดอะไรที่จริงจังขึ้นมาหน่อยก็ดูเป็นคนที่มีฟอร์มเป็นผู้ใหญ่มากๆ

คิม : โดดเด่นจนได้เข้าชิงมาสเตอร์คลาส เป็นได้ตามที่คิดว่าเค้าดูไนซ์แล้วเหมาะกับการพรีเซ็นต์สินค้า โดยเฉพาะเรื่องผิว ถ้าคิมเสริมเรื่องความคมและความคล่องในงานก็น่ากลัวอยู่สำหรับพวกเป็นมิตรกับผลิตภัณฑ์ ช่วงแคมเปญทำได้ดี คิมมีแอร์ไทม์น้อยมากเพราะพูดภาษาไทยไม่ได้ แต่ซีนการพูดภาษาไทยแล้วเสียงหลงก็เป็นอรรถรสอย่างนึงในรายการ ดูเป็นคนที่สดใสเอาไว้เติมเรื่องสดใสเข้าในรายการ ไม่ค่อยได้แซะใครสมกับทีมนางร้ายเพราะพูดก็ลำบากแล้ว

คัทจัง : อยู่ในมาตรฐาน อยู่ในเกณฑ์ดี ดูเหมือนบอบบางกว่าคนอื่นในทีม แต่พอต้องทรหดก็ไหวไปกับเค้า ตอนนี้เท่าที่เห็น เค้าเป็นคนที่สอนอะไรทำอย่างนั้น ในมาสเตอร์คลาสสอนให้คุยกับช่างภาพก็ทำ ในแคมเปญบอกให้ทำอะไรก็ทำ ไม่มีดื้อเลยซักนิด แล้วทำให้คิดว่าจริงๆ แล้วเค้าไม่ได้ดื้ออะไร แต่ช่วงออดิชั่นที่ต้องบอกว่าไม่ตัดผมเพราะคงดูซีซั่นที่แล้วที่ลูกเกดบอกว่าถ้ายืนยันว่าไม่ตัดผมจะดูคูลกว่า ช่วงพูดหน้ากล้องธรรมชาติขึ้นมาก แล้วก็คอมเมนท์เก่ง ชมทุกทีมแบบดูธรรมชาติๆ เริ่มมาถูกทางแล้ว แต่รู้สึกว่าเขาจะเป็นคนกวนระดับนึงตอนไปออกสื่อ ซึ่งน่าจะเอาออกมาใช้เพื่อความบันเทิงอยู่นะ ตอนนี้แอบคิดเล่นๆ ว่าคัทจังยังไม่ออกเพราะสำคัญกับรายการ นอกจากแข่ง เป็นไม่กี่คนในทีมที่พูดไทยได้ แล้วยังต้องเป็นล่ามให้เรียวตะ คัทจังจะไม่สามารถออกได้ถ้าเรียวตะยังไม่ออก นี่ถ้าทีมหมูชนะแล้วส่งคัทจังกับเรียวตะมาเจอกัน ห้องดำวันนั้นอาจจะเป็น The Face Men Japan

รุจ : เนื่องจากรุจออกก็ขอพูดเต็มๆ มีความรู้สึกในการดูว่าเค้าไม่ใช่คนที่มั่นหน้าอะไรแบบนั้น ออกจะไม่มั่นใจและนิ่งๆ ด้วยซ้ำ คิดว่าด้วยไทป์ของเค้าก็ไม่ใช่จริตคนไทยส่วนใหญ่ และคงไม่ได้โอกาสมาง่ายๆ เหมือนคนอื่นๆ รู้สึกว่าทันทีที่เปิดประตูมาเห็นซอนย่า คูลลิ่งยกป้ายให้ เค้าดูไม่คิดไม่ฝันจะมาจุดนี้ แล้วเค้าดูไม่ผ่านงานมาเยอะแต่มาอยู่ในรายการก็ใช้ได้ทีเดียว ดูตั้งใจมาก

คิดว่าเค้าคงต้องเล่นบทมั่นหน้าเพื่อเป็นอรรถรส เนื่องจากทีมซอนย่าเป็นทีมนางร้าย ก็ต้องมีลูกทีมที่มาเสริมบทนี้ด้วย แล้วก็ต้องยอมรับว่าเค้าก็แอคทีฟให้กับงานและยอมเล่นบทนี้ ซึ่งไม่เป็นธรรมชาติเลย ความมั่นหน้าไม่ได้ออกมาจากข้างใน คือเหมือนคนถูกบังคับให้มั่นหน้า

คิดว่าลำพังตัวเค้าเองก็สร้างซีนไม่เป็นด้วย ถ้าสร้างซีนเป็นต้องเอาเรื่องกลัวความสูงมาพูดตั้งแต่เริ่ม เพื่อให้คนเห็นใจ เพื่อดูเป็นไฟต์เตอร์ จนแล้วจนรอดทุกคนมาได้รู้จากที่กอล์ฟพูด แล้วพอพูดในห้องดำ แบบนี่แหละที่น่าจะตัวเค้า เค้าไม่ใช่คนที่โอ้อวดอะไรเลย เค้ารู้ตัวว่ายังด้อยและพูดออกมา

แต่... สิ่งที่บอกได้เลยว่าเค้าเป็นจริงๆ คือ เค้ามีความรับผิดชอบต่อนายจ้าง ถ้าอยู่ในตำแหน่งลูกจ้างของรายการ เค้าทำทุกอย่างได้เต็มที่มาก ไม่ว่าจะแอคทีฟให้กับการสัมภาษณ์เป็นความบันเทิง ก็ยังแอคทีฟให้กับมาสเตอร์คลาสและแคมเปญ ช็อตที่หมดเวลาแล้วร่างที่หมดสติของเค้าโรยลงมา มันคือภาพของคนที่เป็นมืออาชีพ รับผิดชอบต่องาน รับผิดชอบทีม รับผิดชอบต่อหัวหน้า และเป็นคุณสมบัติที่งานทุกงานต้องการ...

การแข่งขัน
มาสเตอร์คลาส

ก็ยังชอบมาสเตอร์อยู่ในเรื่องของการให้เวลากับการสอน ก็มีมุกเบาๆ เรื่องการพูดภาษาอังกฤษของเมนเทอร์ซอนย่าเป็นอรรถรส... ก็เค้าชินไง อยู่กับลูกทีมพูดอิงค์ตลอด

ตามด้วย workshop และการแข่ง ที่บอกเลยว่าคิดมาดี ดูไม่ได้ขายครัวกันแบบใครหน้าหล่อขายของดีแล้วชนะ แต่มีเรื่องของทั้งถ่ายรูปให้ดี พรีเซ็นต์สินค้าบนหน้า เล่นกับพร็อบคืออุปกรณ์กีฬา และสื่ออารมณ์ถึงความสดใส แขกรับเชิญเป็นฟิล์มก็คือดีย์ มีอย่างนี้มาบ่อยๆ จะเป็นเรื่องดีมาก ผู้เข้าแข่งขันตั้งใจทำมาสเตอร์คลาสมากๆ แอคทีฟทั้งในารแข่ง และแอคทีฟในการพูดหน้ากล้องมากขึ้น ช่วงสัมภาษณ์ที่มันฝืดมากแบบอีพีที่แล้ว เริ่มจะเข้าที่เข้าทางขึ้น อาจด้วยเพราะไม่ได้ไปยัดอะไรที่ไม่ธรรมชาติให้พูด แต่ยังติดอยู่ในเรื่องการพูดแซวกัน ก็อยากให้เป็นผู้ชายแซว ไม่ต้องให้เป็นแบบผู้หญิงแซวกัน 

แคมเปญ

เป็นแคมเปญที่ผ่านการคิดมาจริงๆ และมีความแปลกใหม่ ความนวัตกรรม ความยาก และภาพที่ได้บนจอทีวีมันทำให้เห็นอะไรหลายๆ อย่างเยอะมาก การทำงานเป็นทีม ความเป็นผู้นำ พลังกาย พลังใจ สกิลการถ่ายแบบ ถือว่าได้ให้ครบทุกอย่างที่มันควรจะมีบนจอทีวีของรายการประกวด

ทีมโทนี่

เนื่องจากเป็นเรื่องความโดดเด่นเรียกว่าเข้าทาง เพราะคาแรกเตอร์หลากหลายอยู่แล้ว และไม่ต้องถูกครอบด้วยกรอบอะไร สนุกสนานได้เต็มที่เหมือนถ่ายเซลฟี่ได้เต็มๆ ในช่วงบรีฟคือทำให้ทุกคนเข้าใจสินค้าให้ตรงกัน เข้าใจฟีลลิ่ง แจกจ่ายบทบาทและไกด์ให้ให้แบบรายบุคคล เพราะมันคือความโดดเด่น ระหว่างการซ้อมก็เน้นตลอดกับเรื่องเป็นตัวของตัวเอง ที่เลือกแบงค์ไว้เป็นถ่ายด้วยเพราะอาจจะไว้ใจในการถ่ายภาพของแบงค์ และหน้าแบงค์อยู่หน้าสุดน่าจะออกมาดีสุด การทำงานมองเห็นการส่งพลังให้กัน หมูหยองคอยกระตุ้นทุกคน ส่วนเรียวตะก็ร่าเริงตลอด และมันก็กระจายพลังนี้ให้ทุกคน ถ้าพลังงานของใครมันลุกขึ้นมามันก็จะจุดพลังงานคนรอบๆ ด้วย ภาพในจอของทีมโทนี่ได้ให้ภาพของความสดใสแม้จะในช่วงเจ็บปวด มีโพสที่สนุกสนานมากมายของพวกเด็กหนุ่มหลากหลายแบบที่มาอยู่รวมกันมีความเป็นเดอะแก๊งของเค้า

ทีมหมู

พี่หมูตีโจทย์คำว่าสมาร์ทและบรีฟให้ลูกทีมได้อย่างดี คือ สมาร์ทที่ไม่น่าเบื่อ หรือง่ายๆ คือหล่อแต่ผาดโผนเพื่อให้ดูมีชีวิตชีวาไม่น่าเบื่อ และโหนสลิงไปแล้วจะไปทำท่าธรรมดาเพื่ออะไร มีการซ้อมบล็อคกิ้ง ท่าทาง การเลือกบอมเป็นตัวเลือกที่เหมาะเพราะมีความเป็นลีดเดอร์ ดูแลทุกคนได้ และบอมคือคนหน้าหล่อพิมพ์นิยม อยู่หน้าสุดคือฟาดเลย ส่วนพวกกล้ามใหญ่ไปขายกล้ามข้างหลัง ทีมนี้ได้กัปตันที่ดีที่สุดจริงๆ บอมให้จังหวะและกำกับน้องได้ดีและแบ่งเบาภาระพี่หมูได้อย่างมาก ส่วนลูกทีมคนอื่นพยายามอยู่ในธีมและทำงานกันเป็นระบบมากๆ เมื่อเมนเทอร์เข้าด้วยความที่เป็นโจทย์ของความสมาร์ทพี่หมูก็สร้างบรรยากาศของความสมาร์ท อย่างที่บอกว่าการกำกับจะเสียงเบาเสียงดังไม่มีอะไรถูกผิด อยู่ที่ว่ารูปมันคือธีมอะไร นี่คือธีมสมาร์ทที่ต้องการความนิ่งความคูล พี่หมูก็ใช้ความขี้โกงที่ได้จากมาสเตอร์ในการส่งสัญญาณมือ ที่ก็ช่างเข้าใจกันนะระหว่างหัวหน้าทีมกับลูกน้อง ก็ยอมเขาก็แล้วกันอุตส่าห์เข้าใจกันได้ การกำกับที่กำกับจริงๆ ก็มีการกำกับที่คม นิ่ง ค่อยๆ ไปที่ละอย่าง เพราะถ้าลนเกินก็ไม่ได้ฟีลของความสมาร์ท ภาพในจอทีวีของทีมหมูต้องว้าวให้กับการโพส มีความเก๋และแฟชั่น ที่แบบว่ามันคือศิลปะ

ทีมซอนย่า

ซอนย่าตีโจทย์จากตัวโทรศัพท์ ที่ตกแล้วไม่แตก ถ่ายทอดแบบเน้นสองอย่างชัดๆ สองอย่างคือโพสให้สตรอง แบบสนุก และโพสแบบไม่กลัวหรือก็คือผาดโผน มีการกระตุ้นความแข็งแกร่งในระหว่างการบรีฟ เป็นมาตั้งแต่ออลสตาร์แล้ว คือถ้าโจทย์เป็นฟีลไหนแกปรับบุคลิคตัวเองเพื่อสร้างบรรยากาศ เด็กจะได้ซึมซับกับฟีลลิ่งนั้นไปตลอดการทำงาน เลือกให้แอนดี้เป็นคนถือกล้อง เพราะตัวท็อปก็คงเป็นลูอิสกับแอนดี้ ซึ่งแอนดี้ตัวเล็กและไม่บังเพื่อนเยอะ และพวกทรงดีๆ ก็ไปโชว์กล้ามกันข้างหลัง ในการทำงานมีการวางแผนมา แบ่งเป็น section ต่างๆ เช่น โพสใดๆ ท่าโดดร่ม และถ้าห้อยหัว ในช่วงที่เมนเทอร์ยังไม่เข้าลูกทีมก็สามารถบริหารกันเองจนครบทุก section เห็นการทำงานร่วมกันเองที่เป็นระบบ และยังเป็นประโยชน์ของเมนเทอร์ที่ทำให้เห็นแต่ละอย่างจนครบแล้วคิดไปด้วยในระหว่างที่ยังไม่เข้ามา จากนั้นในช่วงที่เมนเทอร์เข้ามาก็วน section ต่างๆ อีกรอบนึงและกำกับเพิ่มเติม สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือช็อตเดียวโลกจำอย่างตอนที่ทีมนี้ทั้งหมดทำท่าห้อยหัวโดยพร้อมเพรียง มันเป็นภาพที่พีคในรายการทีวีมาก ที่รายการประกวดนายแบบของไทยมันมาถึงขั้นนี้แล้ว  

ปล่อยดราม่าให้มันผ่านไป แพ้ชนะมันวัดกันที่ภาพจากกล้องมือถือและคำตัดสินก็ได้ผ่านไป
แต่คุณค่าของแคมเปญที่ผ่านมามันไม่ได้มีแค่นั้น นี่คือรายการทีวีและภาพทุกช่วงเวลามันได้บันทึกทุกอย่าง และมันคือกำไรคนดูจริงๆ ความทุ่มเทของเมนเทอร์และผู้เข้าแข่งของทีมนี้มันสุดยอดมาก


แล้วมันก็คืออีกหนึ่งแคมเปญที่ถ่ายทอดทั้งภาพ ทั้งเรื่องราว ทั้งฟีลลิ่งที่ดี อย่างน้อยๆ ถ้ามันจะเป็นซีซั่นร่ำลาก็มีภาพจำที่ดีแล้ว ...

เอ้า... มีประเด็นกับสปอนเซอร์ต่อเนื่อง นี่ต้องคิดเลยว่ายังจะมีซีซั่นต่อไปหรือไม่

ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20

รีวิวและวิเคราะห์ The Face Men Thailand 2 EP. 3 ใจซื้อใจ สายสัมพันธ์ของบอสกับลูกทีม

  • บันทึก