บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

รีวิวและวิเคราะห์ The Face Men Thailand 2 EP. 10 ท่าไม้ตาย

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2561 - 22:17 น.
AA 100

เวทีสุดท้ายมาถึงแล้ว 

การต่อสู้ย่อยได้ผ่านไป การต่อสู้ครั้งที่ใหญ่สุดมาถึงแล้ว
ก่อนหน้าที่อาจจะออกท่าไม้ตายธรรมดา แต่ครั้งนี้ต้อง ultimate

ในเวทีเดียวกัน ในเวลาที่เท่ากัน
ทีมไหน ใครกัน จะใช้พื้นที่และเวลานั้นอย่างคุ้มค่าที่สุด
การต่อสู้ของ 4 คนที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเกม เพื่อมีหนึ่งเดียวที่ชนะ
แต่การต่อสู้นั้นไม่ใช่การต่อสู้เพียงลำพัง
สู้ร่วมกับ เมนเทอร์ที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกเป็นคนพิเศษที่สุด
สู้ร่วมกับ เพื่อนพ้องที่พร้อมสนับสนุนให้เพื่อนไปถึงฝั่งฝัน
ถึงการแข่งขันจะเข้มข้นแค่ไหน แต่เห็นความงดงามของความรักเสมอ

สำหรับรายการที่มีมาหลายๆ ต่อหลายซีซั่นเช่นนี้
แม้อาจจะเป็นซีซั่นที่เรตติ้งน้อยที่สุด แต่กลับเป็นซีซั่นที่มีคุณภาพอย่างมาก
การลงทุนเรื่องการผลิตที่เป็นกำไรของคนดู ทั้งยังทำให้เห็นว่ารายการทีวีไทยก็มีศักยภาพ
ทุกมาสเตอร์คลาส ทุกแคมเปญ ยากคู่ควรกับความสามารถของเมนเทอร์และผู้เข้าแข่งขัน

การรวมตัวของ มาสเตอร์เมนเทอร์ผู้เป็นคุณแม่ของวงการ ผู้มอบความรักแก่เด็กรุ่นใหม่
เมนเทอร์แดดดี้ผู้เป็นผู้ใหญ่ของวงการ ผู้มอบความรู้ และข้อคิดให้แก่ทุกคน
เมนเทอร์บ้าพลังผู้ตะลุยมาทุกวงการทุกทวีป ผู้กล้าหาญที่จะเสื่ยงทำสิ่งที่ยากยิ่ง
เมนเทอร์สัตว์ประหลาดผู้เป็นเด็กแนวของวงการ ผู้ที่ทำให้รู้ว่าความแตกต่างไม่ใช่สิ่งที่ผิด

ผู้เข้าแข่งขันที่ทุ่มเทให้กับทุกการแข่งขัน ทั้งยังมีแง่คิดดีๆ ให้ได้เรียนรู้
สุดท้ายจะแพ้หรือชนะ แต่เราได้เห็นไฟนอล 4 ที่คู่ควรที่สุด
และสิ่งที่สำคัญไม่ว่าจะซีซั่นไหน เราจะได้แชมป์ที่สมศักดิ์ศรีเสมอ

Final Walk

ทุกครั้งที่มีการก้าวไปอีกขั้น ย่อมมีคนที่ยึดติดกับอะไรเดิมๆ ขัดแย้งเสมอ อย่างเช่น Final Walk ของ The Face Thailand ที่ยังมีผู้ชมส่วนหนึ่งที่อยากจะหวนกลับไปสู่การเดินแบบแบบ The Face Thailand ss1 แล้วมองว่าการดัดแปลงในซีซั่นที่ผ่านมาคือผิด ในมุมที่อยากจะพูดถึงคือ ตรรกะที่เอามาใช้ไม่ได้แล้วคือ The Face ต้นฉบับไม่มีอย่างนี้ เพราะจริงๆ The Face ต้นฉบับไม่เคยมีถึง Season 6 ซึ่งเชื่อว่าหากมีถึงก็อาจจะไม่ต่างกัน เพราะธรรมดาของรายการทีวีหากไม่มีวิวัฒนาการหรือเติมอะไรใหม่ๆ เข้าไปมันก็จะตายในที่สุด

ทีมซอนย่า
ทีมซอนย่า

การวิวัฒน์ของการรายการที่เห็นได้ชัดในซีซั่นนี้คือ การยกระดับความยากของแคมเปญ ทั้งยังยกระดับความมาสเตอร์คลาสที่ยากจนแคมเปญบางอันในซีซั่นเก่าต้องหลบไปเลย เมื่อมันวิวัฒน์ขนาดนี้การเดินแบบธรรมดาอย่างนั้นคงอยู่ในระดับเดียวกับมาสเตอร์คลาสเท่านั้น ซึ่งหากจะเอาสิ่งนี้มาตัดสินว่าใครคือแชมป์ของซีซั่นนี้ มันคงไม่คู่ควรสำหรับเหล่าไฟนอลวอร์คและไม่สมศักดิ์ศรีแชมป์เลย อีกทั้งการมีเมนเทอร์ที่เก่งกาจมารวมตัวกันขนาดนี้ การปล่อยให้เหล่าเมนเทอร์ได้สร้างสรรค์โชว์สุดอลังการนั่นก็คือกำไรของคนดูชัดๆ

ทีมซอนย่า
ทีมซอนย่า

อีกสิ่งหนึ่ง หากรายการประกวดและเรียลลิตี้ตีแผ่การทำงานของศิลปะในแขนงหนึ่ง คือการยกระดับวงการนั้นไปด้วย Final Walk ในรูปแบบนี้ก็ตอบโจทย์เช่นกัน นี่เหมือนการยกระดับให้เห็นว่านายแบบทำได้มากกว่าเดินเป็นไม้แขวนเสื้อ แต่พวกเค้าคือศิลปินผู้ทำได้ทุกอย่างเพื่อสร้างความบันเทิงและตอบโจทย์โชว์ทุกอย่าง

ธรรมดาของการแข่งขันย่อมมีทีมที่ดีกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่างานชิ้นอื่นจะไม่มี เพราะโชว์ของทั้งสามที่ที่ต่อเนื่องกันได้สร้างรสชาติที่หลากหลาย ดีไปในทางของตัวเอง เป็นโชว์ไฟนอลวอร์คที่ดีทั้งสามทีม รวมถึงไฟนอล 4 ในซีซั่นนี้ก็สมศักดิ์มากจริงๆ

ทีมโทนี่
ทีมโทนี่

โชว์ทีมโทนี่

จากสัตว์ประหลาดกลายเป็นปิศาจ

โชว์ของทีมโทนี่ได้ตอบโจทย์ความเป็นตัวตนของทีมสัตว์ประหลาดได้เป็นอย่างดี ด้วยบรรยากาศแบบคืนวันปล่อยผี ยมบาลอย่างโทนี่ได้อนุญาตให้พวกปิศาจออกมาอาละวาดในวันนี้ งานศิลป์ของทีมโทนี่ก็เรียกว่าผสมระหว่างความเป็นไทยกับสากลตั้งแต่การแต่งตัวที่เป็นไทยประยุกต์ ดนตรีประกอบที่มีเครื่องไทยไปผสม มีความเป็นไทยเอาองค์ประกอบของ "ศาล" อย่างนางรำ เล่าเรื่องด้วยภาพเหมือนเหล่าปิศาจออกมาจากศาล มีสัมภเวสีเป็นบริวาร ส่วนความเป็นสากลคือแฟชั่นโชว์ และการเปิดคอนเสิร์ต

สิ่งที่โดดเด่นของโชว์ทีมโทนี่คือการเล่าเรื่อง การเล่าเรื่องของทีมโทนี่แบ่งเป็น 2 ช่วง ซึ่งสื่อถึงทีมสัตว์ประหลาดของเขาได้เป็นอย่างดีคือ ช่วงของสิ่งที่โลกต้องการให้เป็น และสิ่งที่พวกเขาต้องการจะเป็น

ทีมโทนี่
ทีมโทนี่

ช่วงของ สิ่งที่โลกต้องการให้เป็น นั่นคือการเดินตามกรอบของความเป็นนายแบบ ตั้งแต่เบสท์ผู้ที่ฟาดทุกรันเวย์ โดมที่ไม่ได้มีลุคของเด็กน้อยจอมซน หมูหย็องและแบงค์ที่มาแบบไม่มีจริตเยอะ วิลเลี่ยมที่มาแบบนิ่งๆ และไฟนอลวอร์คคือเรียวตะ ซึ่งเหมือนล้อสิ่งที่เรียวตะเจอมาคือ การร้องขอของมาสเตอร์ลูกเกดคือ "อยากเห็นด้านซีเรียส" เรียวตะได้เดินรอบแรกออกมาในแบบโมเดลที่ซีเรียส มีแอดติจูดที่เท่และคูล ซึ่งในครึ่งแรกทุกคนเดินได้อย่างดีจริงๆ โดยเฉพาะโดมที่สกิลน้อยกว่าเพื่อนๆ ก็อัปเกรดมาได้ดีมาก

ทีมโทนี่
ทีมโทนี่

ช่วงครึ่งหลังนั้นคือ การทำสิ่งที่อยากจะทำ เป็นในสิ่งที่อยากเป็น ไม่อยู่ในกรอบอะไรทั้งนั้น วิลเลี่ยม เบสท์อยากร้องอยากแรปก็เอา หมูหย็องอยากจะเป็นวิคตอเรีย ซีเคร็ทก็ทำ แบงค์อยากสะบัดผมอยากจะควงวิลเลี่ยมก็ทำ โดมอยากจะโชว์ความเป็นน้องไข่ดาวก็ทำ มาถึงเรียวตะที่ทลายกรอบว่านายแบบต้องนิ่ง เท่ คูล ด้วยการปล่อยท่าประจำ กระโดดโลดเต้น และนอนบนเวที 

ทีมโทนี่
ทีมโทนี่

เมนเทอร์โทนี่ได้แสดงให้เห็นความเป็นทีมสัตว์ประหลาด คือ เมื่ออยู่ในกรอบพวกเค้าก็ปรับตัวเองให้เป็นตามนั้นได้อย่างดี แต่เมื่อต้องการความเป็นตัวตนที่พิเศษของพวกเค้า ก็แสดงความพิเศษเหล่านั้นออกมาจริงๆ

ทีมโทนี่
ทีมโทนี่

หลายคนอาจมองว่า "ชักจะเละแล้ว" เพราะอยู่ในกรอบว่าไฟนอลวอร์คคือเดินแบบ ซึ่งจริงๆ แล้ว Final Walk มันถูกวิวัฒน์จนเป็นแฟชั่นโชว์ที่เปิดพื้นที่ให้นำศิลปะการแสดงอื่นๆ เข้ามาแล้ว การนำเรื่องเพลง เรื่องการเต้นเข้ามาก็ไม่ใช่เรื่องผิด รวมถึงนี่ไม่ใช่โชว์ที่เอาไว้ให้พวกคนในวงการแฟชั่นดูเท่านั้น นี่คือแฟชั่นโชว์ในทีวีโชว์ซึ่งมีผู้รับชมที่หลากหลาย ซึ่งโชว์ของทีมโทนี่ก็ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ เพราะสร้างความบันเทิงให้กับผู้ชมจริงๆ

ทีมโทนี่
ทีมโทนี่

เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ทีมโทนี่ได้ทำเป็นมากกว่าการสร้างโชว์ที่สนุก แต่ยังเป็นการส่งสารถึงคนดูว่า อย่าได้ยึดติดกับกรอบที่มันไม่มีอยู่จริง หลุดจากรอบที่บอกว่าเพศชายต้องเป็นอย่างนี้ หลุดจากกรอบที่บอกว่านายแบบต้องเป็นอย่างนี้ หลุดจากกรอบว่าแฟชั่นโชว์ต้องเป็นอย่างนี้ โดยมีเมนเทอร์โทนี่เป็นพี่ชายหัวหน้าแก๊งที่กำลังบอกกับสัตว์ประหลาดนอกในจอและนอกจอว่า "การที่พวกนายเป็นตัวของตัวเองแล้วทำให้ดีมันคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว" และนั่นมันก็คือหัวใจของทีมโทนี่ ทีมที่มีอยู่หนึ่งเดียวในประวัติศาสตร์ที่เป็น "ทีมสัตว์ประหลาด"

ทีมโทนี่
ทีมโทนี่
ทีมหมู
ทีมหมู

โชว์ทีมหมู

มุ่งหน้าสู่อนาคตเลยไอ้ลูกชาย

โชว์ในครั้งนี้เหมือนการล้อกับความเป็นหมู อาซาว่า คือแฟชั่นจากโลกอนาคต โดยเฉพาะเรื่องแว่น เลยได้โชว์ที่มีกลิ่นของความเป็นโลกอนาคต แต่ยังมีคงคาแรกเตอร์ของทีมหมู คือเป็นทีมที่มีแดดดี้ไฮโซ และมีลูกชายเป็นสุภาพบุรุษสุดสมาร์ท คูล มีแก่นสาร มีคลาส แต่แฝงด้วยความอบอุ่นและขี้เล่น อยู่รวมกันมีความเป็นบอยแบนด์

การออกแบบแอดติจูดการเดินนั้นก็ได้แสดง 2 พาร์ของทั้งคู่ คือพาร์ทของความเป็นความเนี้ยบ คูล สมาร์ท อย่างกับธีมในแคมเปญโหนสลิง แต่เมนเทอร์หมูได้แก้ข้อที่พลาดไปในไฟนอลวอร์คครั้งที่แล้วคือเรียบไป ด้วยการมีพาร์ทที่ให้ป๊อบปี้และคิมขายความเป็นตัวเอง ป๊อบปี้ขายความคล่องแคล่วและทะเล้น คิมขายความมีชีวิตชีวา

ทีมหมู
ทีมหมู

การสร้างความต่างด้วยชุดคือ ไฟนอลวอร์คใส่สูทสีขาวเรืองแสง ส่วนคนที่เหลือใส่ชุดสีดำ ได้ทำให้เกิดภาพคุณชายสองคน มาพร้อมกับ บอดี้การ์ดชุดดำที่เสริมบารมีให้คุณชายทั้งสอง ทีมนี้ได้ขายความพร้อมเพรียง และ movement ที่หล่อ เท่ คูล สมาร์ท

ส่วนบทบาทของเมนเทอร์หมูนั้น ได้สวมบทบาทเป็นแดดดี้เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังและชักใยลูกๆ อย่างนึงจริงๆ แล้วเมนเทอร์หมูเองไม่ได้เด่นอะไรขนาดนั้น เพราะโชว์นี้ออกแบบมาเพื่อเป็นการแสดงบนเวที เมนเทอร์หมูไม่ได้ขโมยซีนอะไรมากเพราะแทบจะอยู่หลังสุดตลอด การแสดงของเมนเทอร์หมูก็เป็นเพียงพื้นหลังให้เด็กเท่านั้น แต่เมื่อเป็นรายการทีวีแล้ว switcher กลับตัดภาพมาเก็บภาพแคบของเมนเทอร์หมูมากไป เลยสร้างการรับรู้ของคนดูว่าเมนเทอร์หมูเด่นมากกว่าความเป็นจริง โดยเฉพาะซีนโชว์เดี่ยวของคิมที่กลับมาตัดรับเมนเทอร์หมูแทนเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากจริงๆ

ทีมหมู
ทีมหมู

งานศิลป์ของทีมหมูจะใช้โทนแสงโทนไฟสีน้ำเงินและสีเขียว ซึ่งสื่อถึงความสุขุม ความสมาร์ท และเสริมภาพของความเป็นโลกอนาคต มีกิมมิคคือการยิงเลเซอร์ของแดดดี้หมูเพิ่มความล้ำ ซึ่งตอนที่ดูรอบชิงของ Drag Race Thailand นาตาเลีย เพลียแคม ผู้ที่ชนะในเวลาต่อมาก็ได้ใช้ความเล่นใหญ่และความรวยเอาเลเซอร์มาใช้ในโชว์ จากนั้นก็รอดูมาตลอดว่าเลเซอร์จะถูกนำมาใช้ใน Final Walk ของ The Face บ้างมั้ยแล้วครั้งนี้ก็มาจริงและมาในโชว์ที่เหมาะซะด้วย

งาน VTR ก็สอดคล้องกับความเป็นทีมหมูเป็นอย่างดี ใช้โทนดำเทาสื่อถึงความไฮเทคและคลาสิกไปด้วยกัน มีกิมมิคที่การแว่นสมกับการเป็นลูกชายของเมนเทอร์หมู อาซาว่า ใน VTR นี้จะเห็นสมาชิกทุกคน อาจเพราะทีมหมูอาจจะไม่ทราบว่าป๊อบปี้กับคิมใครจะได้เดินหรือได้เดินทั้งคู่ด้วย เลยเลือกที่จะทำ VTR แบบไม่ได้เน้นใครเป็นพิเศษ

ทีมหมู
ทีมหมู

ส่วนเรื่องของความเป็นไทยคือเรื่องของซาวด์ ด้วยการ featuring กับ The Face of หมอลำ แม่บานเย็น รากแก่น จึงเกิดภาพที่ดีมากกว่าเมื่อผู้หญิงที่เป็นไอค่อนของวัฒนธรรมไทยมาในลุคแฟชั่นโลกอนาคตซึ่งเสริมโชว์ของทีมหมูได้เป็นอย่างดี ซึ่งเบื้องหลังนั้นการใส่แว่นเลเซอร์แม่บานเย็นก็เป็นคนที่ขอว่าอยากใส่ด้วย... ซึ่งเปรี้ยวสมกับเป็นแม่ของเมนเทอร์โทนี่ สำหรับการแจมในครั้งนี้เมนเทอร์อยากจะเซอร์ไพรส์เมนเทอร์โทนี่น้องรัก เลยให้แม่บานเย็นปิดความเป็นลับซึ่งแม่บานเย็นก็ทำให้แบบซื่อๆ เลย ... นับว่านอกจากเป็นการเลือกใช้คนที่เหมาะกับงานแล้ว ยังได้เห็นมิตรภาพที่น่ารักระหว่างพี่น้องคู่นี้

บานเย็น รากแก่น
บานเย็น รากแก่น
ทีมซอนย่า
ทีมซอนย่า

โชว์ทีมซอนย่า

ลูอิส หมัดสะบัดชัย ศิษย์แม่ซอน

เมนเทอร์ซอนย่าเป็นเมนเทอร์คนเดียวที่เคยทำไฟนอลวอร์คแบบโชว์เป็นทีมมาก่อน จากโชว์ของทีมพลอยซอนย่าก็นับว่าเป็นโชว์ที่ดีเหมือนกัน เมนเทอร์ซอนย่ายังรักษาส่วนที่ดีไว้ แก้ไขส่วนที่พลาดไป ทั้งยังเติมสิ่งใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีในโชว์ครั้งไหนๆ มาอีก ... เล่นของยากแต่ทำจนไร้ที่ติ ซึ่งมันก็ได้ Masterpiece อย่างแท้จริง

ทีมซอนย่า
ทีมซอนย่า

โชว์ได้แสดงความเป็นตัวตนของทีมคือ "บ้าพลัง" ไอเดียแรกของโชว์นี้คือความที่แม่ซอนย่าต้องการเอาทหารขึ้นไฟนอลวอร์ค ความเล่นใหญ่คือการวางแผนตั้งแต่เริ่มรายการ บังคับลูกเรียนเดินแบบเรียนเต้นเพื่อสิ่งนี้ และซ้อมถึงสองเดือน ... อะไรจะขนาดนั้น

ทีมซอนย่า
ทีมซอนย่า

นอกจากธีมทหารแล้ว ความเป็นไทยที่เมนเทอร์ซอนย่านำมาใส่ในงานก็เป็นแนวการต่อสู้และบ้าพลังเช่นกัน ทั้งมวยไทย ซึ่งจริงๆ อาจจะเรียกว่าเป็นองค์หนึ่งของเมนเทอร์ซอนย่า เพราะครั้งหนึ่งก็ได้ชื่อว่าเป็น The Face of มวยไทย ที่ฝรั่งเรียกเธอว่า "ซอนย่ามวยไทย" ครั้งนี้ลูกชายก็มาในมาด ลูอิส หมัดสะบัดชัย ศิษย์แม่ซอน รวมถึงการลั่นกลองสะบัดชัย ซึ่งคือวัฒนธรรมไทยสำหรับการรบ และสื่อถึงชัยชนะไม่ต่างจากไพ่เดอะซัน

ทีมซอนย่า
ทีมซอนย่า

การเลือกมาในธีมนี้ก็เรียกว่าฉลาดมาก ก่อนหน้านี้มักจะเห็นความเห็นจากผู้ชมว่า ลูอิสเป็นคนบ้าพลังไม่ควรอยู่กับเมนเทอร์บ้าพลังเพราะจะคุมพลังของลูอิสไม่ได้ หรือเมนเทอร์ซอนย่าควรให้ลูอิสหรี่พลังลงหากจะชนะไฟนอลวอร์ค แต่เมนเทอร์ซอนย่ามาเหนือกว่านั้น คือปล่อยให้ลูกเป็นตัวของตัวเองคือบ้าพลังให้สุดแต่สร้างโชว์ที่สอดคล้องกับความบ้าพลังนี้ ซึ่งมันกลายเป็นผลลัพธ์ดีมาก

ทีมซอนย่า
ทีมซอนย่า

รวมถึงแอบคิดว่ามันก็ฉลาดไปอีกแบบ คือลูอิสเป็นฝรั่งไม่มีเชื้อไทย มันต้องมีคนตั้งคำถามบ้างล่ะว่าฝรั่งคู่ควรกับการเป็นแชมป์รายการไทยหรือไม่ แต่เมื่อลูอิสต่อยมวยไทย ตีกลองสะบัดชัย มันได้ภาพสไตล์ฝรั่งหัวใจไทยซึ่งเป็นภาพที่คนไทยมักจะอ่อนไหวอยู่แล้ว เชื่อว่าคงเรียกความรักจากคนไทยไปเยอะ

ทีมซอนย่า
ทีมซอนย่า

นอกจากเมนเทอร์ซอนย่าแล้ว choreography ในครั้งนี้ได้ทีมเดียวกับทีทำของทีมพลอยซอนย่ามาช่วย ซึ่งก็ได้ pattern การเดินที่สลับซับซ้อนเล่นยากเช่นเคย สิ่งที่น่าสนใจคือการเป็นงานแฟชั่นโชว์ที่เอาทั้งการแปรขบวนของทหาร และฟุตเวิร์คของมวยมาผสมผสานด้วย แล้วทำให้ได้ไลน์การเดินแบบที่ล้ำมากๆ

ทีมซอนย่า
ทีมซอนย่า

ในเรื่องของศิลป์ได้ใช้การคุมโทนด้วยชุดดำ ไฟนอลวอร์คโดดเด่นด้วยสีทอง ทั้งหมดมีเสื้อที่ปักหลังด้วยโลโก้ทีมซอนย่า เหมือนได้ย้อนภาพช่วงเวลาที่ทีมซอนย่าใส่เสื้อทีมมาทำแคมเปญกัน การจัดแสงและกราฟิกสีแดง ที่สื่อถึงการต่อสู้ ซึ่งอย่าง The Voice เองก็มีธีมสีแดงเพื่อจะสื่อถึงการต่อสู้เหมือนกัน ทั้งยังตัดกับสีชุดได้ดี ด้าน VRT ก็ได้จัดเต็มของของมวยไทย ซึ่งถ้าเอาการต่อยมวยมาไว้กับการเดินอาจจะเกินไปก็ได้ แต่เมื่อเอาไปใส่ใน VTR มันก็ลงตัว ทั้งยังปลุกความรู้สึกฮึกเหิมก่อนเริ่มดูโชว์ได้อย่างดี ทีมหมูจะมีแม่บานเย็นมารับเชิญแล้ว ทีมซอนย่าก็ได้อองตวน ปินโต นักมวยไทยระดับโลกมารับเชิญเป็นเงาวาดท่าแม้ไม้มวยไทยด้วยเช่นกัน

ทีมซอนย่า
ทีมซอนย่า

สิ่งที่จะมองข้ามไม่ได้ คนคนเดียวอาจจะสร้างความสำเร็จระดับหนึ่ง แต่หลายคนจะสร้างความสำเร็จที่สูงกว่านั้น เหล่าพวกพ้องทีมซอนย่าก็สำคัญมากเช่นกัน ความพร้อมเพรียงที่สุดจะ perfect ทุกจังหวะย่ำตรงกัน หันพร้อมกัน ทุกคนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาก นับจังหวะยังไงถึงได้ขนาดนี้ อีกทั้งทุกคนยังอยู่ด้วยแอดจิจูดเดียวกัน แอนดี้ที่หน้าตาสตรองอยู่แล้วแต่จริตการเดินเป็นอีกแบบก็ปรับมาเป็นแบบนี้ได้ คัทจังที่ยังคงเดินแบบเก่งเหมือนเดิมแต่เพิ่มเติมด้วยแอดติจูดในการเดิน ที่มาแบบสตรองคัทจังก็ทำได้ กอล์ฟที่เรายังไม่เคยเห็นมีแอดติจูดแบบนี้ในงานชิ้นไหนก็ทำได้ดีมาก คิมที่แข็งแกร่งทุกท่วงท่าเวทีจะเป็นรูแล้ว รุจที่ก็ออกก่อนใครก็แต่รับมืออะไรยากๆ แบบนี้ได้อย่างดี

ทีมซอนย่า
ทีมซอนย่า

อาจจะมองว่าดีจังทีมนี้ดร็อปเพื่อให้เพื่อนเด่น แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้นเสียทีเดียว ทุกคนในทีมซอนย่าก็พ่นไฟอย่างสุดๆ เช่นกัน แต่การจัดวางไม่ได้ทำให้การพ่นไฟนั้นไปกลบไฟนอลวอร์ค แต่ดันกลายเป็นเสริมบารมีให้กับลูอิสด้วยซ้ำ รวมถึงมีเมนเทอร์ที่เป็นซูเปอร์โมเดลตัวท็อปมาเดินข้างๆ ประดับบารมีไปด้วย เมื่อลูอิสเดินคนเดียวอาจมีพลังระดับหนึ่ง แต่เมื่อมีเพื่อนร่วมทีมและเมนเทอร์ก็เหมือนมีพลังทวิคูณไปอีก อีกทั้งทุกคนแทบไม่ต้องบอกเลยว่าซ้อมกันหนักแค่ไหน เพราะงานมันได้ทำให้เห็นแล้วว่าต้องซ้อมกันมาอย่างหนักหน่วงมากๆ

ทีมซอนย่า
ทีมซอนย่า

ส่วนเรื่องของการส่งเสริม Final Walk นั้น ลูอิสเป็นคนที่หล่อ สูง เดินเป็นนายแบบได้อยู่แล้ว ถ้าเดินแบบเบสิคก็คงธรรมดาไป เลยให้โชว์ทักษะการเดินแบบขั้นสูงขึ้นด้วย pattern ที่ซับซ้อน แต่เท่านั้นไม่พอต้องเพิ่มส่วนอื่นเพื่อโชว์ความสามารถของลูอิสที่มากกว่าการเดินแบบ นั่นคือการแสดง ลูอิสต้องแสดงแฟชั่นโชว์โดยสวมแอดติจูดแบบนักมวย ซึ่งก็ได้ทำให้ลูอิสพิเศษขึ้นมา การโชว์ศิลปะการแสดงอื่นๆ ทั้งการเต้นแบบประยุกต์ การตีกลองสะบัดชัยและกายกรรม เมื่อลูอิสทำทุกอย่างในครบก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าลูอิสเก่งมากขนาดไหน เมื่อเก่งมากขนาดนี้จะไม่คู่ควรกับการเป็น The Face Men Thailand คนที่ 2 ได้อย่างไร

ทีมซอนย่า
ทีมซอนย่า

เมนเทอร์เสือ ชนะ เก้ง

หมู อาซาว่า
หมู อาซาว่า

เมนเทอร์หมู

ช่วงเวลาที่เปราะบาง

ในแคมเปญการแสดงเมนเทอร์หมูในวันนี้ดูผิดฟอร์มจากที่แล้วมา ราวกับว่ายิ่งรักลูกมากแค่ไหนยิ่งตึงเครียดทุกครั้งเพราะกลัวลูกจะเสียใจหากไม่ได้ไปถึงฝัน มวลบรรยากาศตึงเครียดได้เกิดในทีมหมูอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งยังสัมผัสได้ว่าทั้งสามคน พี่หมู ป๊อบปี้ คิม เหมือนกับมีอะไรในใจกันอยู่ เมื่อคิมที่เป็นเจ้าหนูมหัศจรรย์ก็เกิดอาการประหม่าอย่างไม่เคยเป็น หรือป๊อบปี้ที่แทบจะเป็นเจ้าพ่อแอคติ้งของรายการกลับองค์ไม่ลง ก็ได้เห็นภาวะเครียดของเมนเทอร์หมู แต่เราก็ได้เห็นการพยายามควบคุมอารมณ์แล้วประคองลูกหมูทั้งสองผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ได้เห็นความรักที่จะไม่ซ้ำเติมเด็กทั้งสอง ทั้งคำพูดที่แสดงให้เห็นว่ารักลูกมาแค่ไหนกับคำว่า "เราอาจจะกดดันเค้ามากเกินไป"

หมู อาซาว่า
หมู อาซาว่า

รับมือกับบทละคร

สิ่งที่เห็นมาตลอดของเมนเทอร์หมูคือ เป็นคนที่บรีฟเก่งมาก มีระบบระเบียบความคิด ด้วยการพูดภาพรวมแล้วไปที่จุดที่เล็กลง รู้ว่าเน้นอะไร รวมถึงครั้งนี้เราได้เห็นวิธีทำงานกับบทของนักแสดงด้วยคำศัพท์ "เข้าปาก" ปกติที่แล้วมนุษย์จะมีชุดคำพูดของตัวเอง แต่หากต้องมาพูดตามบทที่เป็นชุดภาษาของคนเขียนบทก็อาจจะพูดได้ไม่เข้าปาก อาจจะจำบทไม่ได้ หรือพูดแล้วไม่เป็นธรรมชาติ เหมือนที่คนดูชอบตินักแสดงว่ามายืน "ท่องบท" เหรอ ซึ่งเมนเทอร์หมูน่าจะถามมาดีแล้วว่า ประโยคไหนที่ห้ามผิดเลย ซึ่งก็คือ tagline ตอนจบ นอกนั้นลูกค้าคงขอว่าแค่สื่อความหมายให้ตรงก็พอ จึงได้ให้เด็กปรับคำพูดให้เข้าปาก ซึ่งเป็นวิธีที่ดีมาก เพราะป๊อบปี้ที่กังวลกับบทพูดขนาดนั้น ถ้าเมนเทอร์หมูเลือกที่จะบังคับให้พูดเป๊ะทุกคำ ป๊อบปี้คงแย่กว่านี้มาก

หมู อาซาว่า
หมู อาซาว่า

แดดดี้แห่งประวัติศาสตร์

สิ่งที่ทำให้เห็นมากกว่าการเมนเทอร์ผู้เก่งกาจ รอบรู้ และเจนสนามรบ นั้น สิ่งที่สร้างความประทับใจต่อผู้ชมไม่น้อยคือ "ความเป็นแดดดี้" เมนเทอร์หมูยอมเป็นผู้ร้ายในสายตาผู้ชม เลือกที่จะดุเด็กสร้างความกดดันสารพัดทั้งหมดเพื่อให้ลูกทีมสู้และตั้งใจ ความใจร้ายปากร้ายอาจเป็นเรื่องจิตวิทยา แต่ของจริงคือความรักของเมนเทอร์หมูที่มีต่อแก๊งลูกหมู ในซีซั่น 1 เราอาจจะไม่ได้มุมอะไรแบบนี้ของเมนเทอร์หมูมากนัก แต่ในซีซั่นนี้ได้เห็นอย่างชัดจริงๆ เมนเทอร์หมูอินกับลูกทีมอย่างกับเป็นลูกชายจริงๆ แล้วลูกทีมก็รักและเคารพเมนเทอร์หมูอย่างแดดดี้จริงๆ การที่ทั้งสองฝ่ายต่างสู้เพื่อกันและกัน มันคือสิ่งที่ทำให้ผู้ชมอินและเอาใจช่วยทีมหมูตลอด และเมื่อเห็นลูกทีมทำพลาดโดยที่เกินขอบเขตที่เมนเทอร์จะสามารถช่วยอะไรได้มันก็หน่วงหัวใจคนดูจริงๆ

สุดท้ายแล้วจะชนะหรือแพ้ในรอบสุดท้าย แต่เมนเทอร์หมูคือผู้ชนะอีกคน เพราะได้ชนะประวัติศาสตร์ไปแล้ว ทั้งชนะในแคมเปญและชนะในความเป็นแดดดี้

หมู อาซาว่า
หมู อาซาว่า
ซอนย่า คูลลิ่ง
ซอนย่า คูลลิ่ง

เมนเทอร์ซอนย่า

นางร้ายแม่พระเอก

เนื่องจากอะไรๆ ก็เป็นดังใจและพอให้ไปนอนรอที่ไฟนอลวอร์คได้ เลยเห็นภาพความเป็นนางร้ายขี้แซะ แซะต่อหน้า แซะลับหลังและอีกภาพที่ยังไม่หายไปคือแม่ที่ปกป้องลูกแบบสุดๆ ถ้าว่าลูกฉันฉันโต้กลับแถมบลัฟคนอื่นไปด้วย ถึงแรงแต่ทำไมเหรอ... ก็คุณลูกเก่งจริง จบนะ ! อีกทั้งเนื่องจากทีมหมูก็ทำผลงานได้ไม่สู้ดีนัก และพี่หมูก็ไม่อยู่ในอารมณ์จะมาแซะใคร เลยเห็นภาพไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรในรายการนี้ ไอ้ที่รวมทีม #internationalmonster เป็นแค่มายา กลายเป็นเห็นเมนเทอร์ซอนย่ากับเมนเทอร์โทนี่มาบลัฟกัน

ซอนย่า คูลลิ่ง
ซอนย่า คูลลิ่ง

ส่วนในไฟนอลวอร์คนั้นอย่างที่เคยบอกว่าเมนเทอร์ซอนย่าจะไม่ทำซ้ำในสิ่งที่ตัวเองเคยทำมา ฉะนั้นการเดินแบบแบบฉับๆ หรือการเดินแบบสไตล์หลีดมือก็ไม่ได้เห็นในครั้งนี้ และมาในแนวเรียบหรูและแพง มีกิมมิคด้วยท่าฟาดเฟอร์ด้วยจริตองค์แม่

ซอนย่า คูลลิ่ง
ซอนย่า คูลลิ่ง

เอาทุกเม็ด

ในครั้งนี้เราจะได้เห็นการบรีฟแบบละเอียดของเมนเทอร์ซอนย่าแบบสุดๆ ขยี้กันแบบทุกเม็ด แถมยังช่างรู้ใจลูกด้วยการเตือนว่าอย่าเอามือจับเสื้อนะ เพราะลูอิสเองก็ชอบติดอะไรแบบนี้ รวมถึงที่พิเศษคือการสอนการพูดประโยคทั้งหมด เนื่องจากลูอิสมีพื้นฐานอยู่แล้วสิ่งที่ต้องทำต่อคือสอนสิ่งที่ advance ขึ้น และสอนได้ละเอียดยิบทั้งน้ำหนักและฟิลลิ่งในการพูด ซึ่งเมนเทอร์ซอนย่าก็เก่งเรื่องขยี้อารมณ์ในน้ำเสียงการพูดอยู่แล้ว... ซึ่งได้โชว์มาตลอดรายการ
ซอนย่า คูลลิ่ง
ซอนย่า คูลลิ่ง

มีลูกเป็นยอดมนุษย์... มันไม่ง่าย

จากการให้สัมภาษณ์ในรายการของช่อง PPTV ก็เป็นไปอย่างที่วิเคราะห์คือ เมนเทอร์ซอนย่ามีวิธีการพัฒนาเด็กคือตั้งโจทย์ให้ไกลแล้วให้เด็กไปให้ถึง และสิ่งที่ได้รับรู้เพิ่มเติมคือ เมนเทอร์ซอนย่าวางแผนอนาคตมาให้ลูอิสตั้งแต่ต้น ด้วยความที่ลูอิสเก่งและมีประสบการณ์มาอยู่แล้ว จึงให้ลูอิสทำสิ่งที่ยากและนอกกรอบเพื่อให้ลูอิสเด่นและ "พิเศษ" ซึ่งก็จริง เพราะการให้ทำสิ่งที่ธรรมดาสุดท้ายแม้จะชนะ ก็จะเป็นวังวนที่ทำดีให้ตายก็ไม่พ้นคำว่าหล่อและเก่งมาจากบ้าน

ซอนย่า คูลลิ่ง
ซอนย่า คูลลิ่ง

ทุกๆ ความยากที่เมนเทอร์ซอนย่ามอบให้ได้ทำให้เห็นมากกว่าความเก่งและความหล่อของลูอิส เราได้เห็นความเป็นลูกน้องที่ดีที่ฟังเมนเทอร์อย่างเคร่งครัด ความพยายามที่จะทำเรื่องยากเย็น รวมถึง "ใจ" ของลูอิส อย่างไรก็เชื่อมั่นในเมนเทอร์ซอนย่าจนถึงที่สุด เข้าใจกับสิ่งที่เมนเทอร์ซอนย่าทำ ตัวเค้าเองก็ไม่เคยทำอะไรง่ายๆ เพื่อให้ผ่านๆ ไป พยายามคิดและทำสิ่งที่ยากเพื่อให้ได้งานที่พิเศษเสมอ

ซอนย่า คูลลิ่ง
ซอนย่า คูลลิ่ง

ดราม่าไม่รู้จบ...

อย่างที่คาดการณ์ไว้ตอนวิเคราะห์ความสัมพันธ์มาสเตอร์ลูกเกดกับเมนเทอร์ซอนย่า ว่าหากวันหนึ่งที่ลูอิสได้รับตำแหน่งคงมีดราม่าว่าใครควรได้รับเครดิต ซึ่งคงจะเป็นดราม่าที่หมู่เยาวชนไม่เคยทำงานจะมานั่งถกกันแบบจบไม่เป็น เรื่องนี้ขอสรุปง่ายๆ ว่า เราจะต้องยอมรับกับความเสี่ยงของมาสเตอร์ลูกเกดที่เอาตัวเองเป็นประกันเพื่อฝากเด็กคนนี้ไว้กับเพื่อนตัวเอง

ซอนย่า คูลลิ่ง
ซอนย่า คูลลิ่ง

แต่อีกด้านหนึ่ง การที่จะเป็น The Face Men Thailand ไม่ใช่การเข้ามาในรายการแล้วหล่อกับเก่งมาจากบ้านแล้วจะวาร์ปตัวเองไปไฟนอลวอร์คแล้วได้ตำแหน่งเลย ไม่มีใครคู่ควรกับการเป็นเดอะเฟสในตอนอีพีที่ 1 ทั้งนั้นแต่จะคู่ควรเมื่อผ่านช่วงเวลาต่างๆ ในอีพีที่ 2 ถึงอีพีที่ 10 ต่างหาก ทุกคนต้องผ่านมาสเตอร์คลาสและแคมเปญที่รายการสร้างมาเพื่อทดสอบ ทั้งความสามารถ ความทุ่มเท ความเป็นมืออาชีพ จิตใจและความพิเศษ แล้วคนที่พาลูอิสผ่านการทดสอบเหล่านั้น พยายามทุกอย่างเพื่อทำให้ลูอิสพ้นจากคำว่าเด็กฝากหรือคนที่เก่งมาอยู่ ทำให้ลูอิส "เติบโต" ให้ลูอิสเป็นคนที่คู่ควรจะเป็นไฟนอลวอร์ค และสมศักดิ์ศรีกับการเป็น The Face Men Thailand คนที่ 2 คือ... เมนเทอร์ซอนย่า

ลูอิส เมซ่า , ซอนย่า คูลลิ่ง
ลูอิส เมซ่า , ซอนย่า คูลลิ่ง
โทนี่ รากแก่น
โทนี่ รากแก่น

เมนเทอร์โทนี่

ยังไม่สายที่จะเป็นวายร้าย

เมื่อวันที่ตัวเองทำได้ดี และตัวร้ายประจำรายการดูไม่มีฟีลที่จะแซะใคร พระเอกของรายการเลยต้องเทิร์นมาเป็นสายปั่น จากความเป็นแฟนบอยพี่พิม จากที่เคยจะรวมทีมกันก็ล่มทุกอย่าง บลัฟพี่พิมอย่างหนักเท่าที่จะสรรหาเรื่องมาบลัฟได้ รวมถึงการแซะพี่หมูชนิดที่รุนแรงกว่าครั้งไหน ทั้งการตะโกนป่วน ทั้งการแซะเรื่องโกง เรื่องแอบรู้แคมเปญก่อน แอบไปซ้อมก่อน ปิศาจอะไรเข้าสิงโทนี่... หรือนี่คือร่างจริงแล้วเอาร่างผัวมาหลอกคนดู

ในช่วงเวลาการทำแคมเปญเรียกว่า นี่อาจจะเป็นการทำแคมเปญที่บ้าบอที่สุดในชีวิตเมนเทอร์โทนี่ก็ได้ คำว่าคบคนเช่นใดย่อมเป็นเช่นนั้นมันคงจริง เพราะโทนี่ดูหลุดไปกับเรียวตะเรียบร้อย ในช่วงไฟนอลวอร์ค โทนี่ได้ทำให้รู้ว่าแฟชั่นโชว์ไม่จำเป็นต้อง "เดินแบบ" แต่ "วิ่งแบบ" ก็ได้ หรือจะเต้นก็ได้ อย่ายึดติดกับสิ่งที่คนทำๆ กันมา ทุกอย่างย่อมมีครั้งแรกเสมอ รวมถึงทำให้การพูดคุยบนเวทีที่กลายเป็นที่ติดต่อเรื่องงานก็ได้ 

โทนี่ รากแก่น
โทนี่ รากแก่น

เอาของแปลกเข้าสู้

สิ่งที่คนดูไม่สามารถเห็นได้คือโทนี่ไปคุยกับลูกค้ามาได้ความอย่างไร แต่การออกแบบการแสดงให้เรียวตะมันต่างกันทุกทีมไปเลย โดยเฉพาะเตรียมพร็อบหัวใจกระดาษ อาจด้วยพอเดาได้ว่าทีมอื่นจะมาแนวไหน เลยเลือกทำแนวนี้เพื่อให้โดดเด่นจากคนอื่น ความโดดเด่นคือความพิเศษ ความพิเศษอาจจะพาให้ชนะก็ได้ ส่วนเรื่องที่คุณเต้แนะนำว่าอยากเห็นความเป็นเรียวตะเป็นพระเอก เมนเทอร์โทนี่อาจจะจัดให้จริงๆ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นพระเอกเรื่องเดียวกับที่คุณเต้จินตนาการถึงหรือไม่ 

เทคนิคเผาหัวเทียน

สิ่งที่เมนเทอร์โทนี่นำมาใช้คือการทำให้เรียวตะผ่อนคลายรวมถึงเรียกพลังให้เรียวตะก่อน ส่วนหนึ่งคือไม่ทำให้ตื่นกล้องตื่นคน รวมถึงการได้ลำดับสุดท้ายก็ถือว่าเป็นคนที่รอนานที่สุด ปกติแล้วการที่นักแสดงต้องมารอนานๆ มักเกิดความง่วงหรือเครื่องฝืดขึ้นมา ฉะนั้นการมีอะไรกระตุ้นก็เป็นเรื่องดี เมนเทอร์โทนี่ได้ขอให้เรียวตะกอดทักทายกับดารัณก่อน ซึ่งก็เป็นวิธีการสร้างความคุ้นเคยระหว่างนักแสดงร่วม ซึ่งปกติแล้วหากนักแสดงมีความรู้สึกไม่มีกำแพงระหว่างกันเวลาแสดงร่วมกันก็จะคล่องขึ้น ... แต่ก็ไม่ต้องกอดเสมอไป และไม่ต้องกอดแน่นขนาดนั้นนะ

การเผาหัวเทียนของเมนเทอร์โทนี่ก็เรียกว่าเหมือนละครโรงใหญ่ ที่นอกจากจะทำให้เรียวตะทำงานได้ดีขึ้นแล้ว ยังได้ปลุกทีมงานที่อาจจะเริ่มง่วง เจอแบบนี้ทีมงานต้องตื่นตัวไปด้วย คุณหมอที่อาจจะเช้าไปจนจะหลับแล้วก็ได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง รวมถึงเรียกความสนใจจากกรรมการไปด้วย แบบว่า "จับตามองฉันให้ดีนะ" ตามด้วยการบรีฟที่เฮฮาปาจิงโกะกันสุดๆ เมนเทอร์เล่นให้ดูบ้างอะไรบ้าง 

โทนี่ รากแก่น
โทนี่ รากแก่น

อย่างไรก็ตาม อย่างที่วิเคราะห์มาตลอดว่าความแตกต่างของสามเมนเทอร์คือความกลมกล่อมและความสนุกของรายการ ในช่วงก่อนหน้านั้นอาจเป็นเมนเทอร์ซอนย่าที่ชอบให้เด็กทำอะไรมากกว่าโจทย์ซึ่งเป็นสีสันของรายการ ในแคมเปญนี้เมื่อเมนเทอร์ซอนย่าไม่เล่นอะไรบ้าพลังแล้ว เมนเทอร์โทนี่ก็ได้ทำหน้าที่ทดแทนคือสร้างงานที่สนุกและประหลาดเพื่อสร้างสีสันให้รายการแทน ... ก็ต้องยอมรับว่าสามเมนเทอร์ก็เป็นทีมเวิร์คที่ดี

เมนเทอร์โทนี่ดูจะทำอะไรหลากหลายมากขึ้นแล้วในรายการ และเซอร์วิสคนดูเป็นแล้ว ซีซั่นหน้าเมนเทอร์โทนี่อาจจะกลายเป็นน้องชายสุดแสบยิ่งกว่าครั้งนี้ก็ได้ ซึ่งต้องมารอดูว่า ทีมสัตว์ประหลาดรุ่น 2 จะเป็นอย่างไร และเมนเทอร์เสือ ชะนี เก้งจะกลับมาเจอกันอีกหรือไม่

หมู โทนี่ ซอนย่า
หมู โทนี่ ซอนย่า
ป๊อปปีั
ป๊อปปีั

ป๊อบปี้ : ผู้ชายแห่งความหวัง

ป๊อบปี้ ชายผู้มีชัยชนะเป็นรองเพียงแชมป์ ด้วยสถิติพาทีมชนะแคมเปญ 2 ครั้ง ชนะทีม 1 ครั้ง และชนะมาสเตอร์คลาส 1 ครั้ง เรียกได้ว่าเป็นดาวแอคติ้งคนหนึ่งของรายการ แต่สิ่งที่สำคัญคือ ป๊อบปี้ไม่ใช่ผู้ชายที่หล่อที่สุด ไม่ใช่คนสูงที่สุด แต่ความสามารถและความพยายามได้พาเค้าไปถึงการเป็นไฟนอลวอร์ค ป๊อบปี้เป็นผู้ชายแห่งความหวัง ที่เรื่องราวของเค้าบอกกับคนดูว่าสำหรับคนที่เก่ง พยายาม มีฝันและใฝ่ ย่อมมีที่ยืนเสมอ

ป๊อปปีั
ป๊อปปีั

ป๊อบปี้ผ่านรอบออดิชั่นจากการเห็นชอบของเมนเทอร์ทั้งสาม ซึ่งป๊อบปี้ได้โชว์สกิลการเดินแบบที่เมนเทอร์หมูอธิบายว่า เตี้ย ล่ำ แต่เดินแล้วไม่เตี้ย ซึ่งนั้นเป็นการบอกได้ว่าป๊อบปี้เป็นคนมีสกิลที่ดีทีเดียว ตามด้วยรอบคัดเข้าทีมที่เมนเทอร์หมูกับเมนเทอร์ซอนย่ารอเพื่อจะชิงตัวเค้า รวมถึงมาสเตอร์ลูกเกดก็เตรียมจะยกให้เมนเทอร์หมูด้วย ซึ่งทำให้น่าสนใจว่าประวัติงานของเค้าคงเด็ดไม่เบาถึงทำให้เป็นที่หมายตาขนาดนี้ ก่อนที่ป๊อบปี้จะแสดงความชัดเจนที่จะเข้าทีมหมู ช่วงเวลาเพียงนิดหน่อยแต่ทำให้เห็นตัวเค้าหน่อยๆ ว่าน่าจะเป็นคนที่ฉลาดไม่เบา

ป๊อปปีั
ป๊อปปีั

ป๊อบปี้อยู่ในทีมหมูในฟอร์มที่ไม่ใช่เบอร์ต้นๆ อะไรนัก ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่าตอนแรกคิดว่าจะมาอยู่ไม่กี่ตอนก็พอ พอให้คนรู้จักแล้วก็ไปทำอย่างอื่นต่อ แต่เมนเทอร์หมูได้กระตุ้นว่าถ้ามารายการนี้คิดแค่นั้นไม่ได้ ซึ่งถูกต้องแล้วที่เมนเทอร์แดดดี้หมูกระตุ้นแบบนั้นไม่งั้นวันนี้คงไม่มีป๊อบปี้ที่เก่งกาจคนนี้

ป๊อปปีั
ป๊อปปีั

ป๊อบปี้กลายเป็นตัวสร้างสีสันในรายการ ด้วยความที่เป็นคนพูดเก่ง ทำคลิปกับในช่องหนึ่งอยู่แล้ว ทั้งทีมงานที่ร้องขอให้ป๊อบปี้อยู่ในคาแรกเตอร์ "จีน่า 2" ให้หน่อย ป๊อบปี้ก็จัดเต็ม ซึ่งต้องชื่นชมป๊อบปี้ที่เต็มที่ให้กับงาน แข่งขันในเกมก็เหนื่อยแล้วยังทำหน้าที่สร้างความบันเทิงในรายการอีก และยอมรับว่าป๊อบปี้ได้สร้างจังหวะตลกได้มากมาย ทั้งยังคอยแซวเพื่อนต่างค่ายเพื่อสร้างบรรยากาศที่ทำลายเส้นแบ่งเรื่องทีมใครทีมมัน

ป๊อปปีั
ป๊อปปีั

แต่นอกเหนือจากความปากเก่งแล้ว ผลงานของป๊อบปี้ก็ไม่ใช่เบาๆ เริ่มตั้งแต่มาสเตอร์คลาสเดินแบบ ที่ป๊อบปี้อยู่ในมาตรฐานที่ดีของทีมหมู ตามด้วยแคมเปญวอนจิน ที่เมนเทอร์หมูก็ชมว่าป๊อบปี้ทำได้ดีเหมือนกัน ในมาสเตอร์คลาสมาร์คทองคำป๊อบปี้ก็เริ่มไชน์ขึ้น ในโจทย์จักรยานนอกจากลูอิสก็มีป๊อบปี้นี่แหละที่เล่นกับพร็อบได้หลากหลาย ยกจักรยานแล้วกระโดดแสดงความแข็งแกร่ง โชว์สีหน้าที่สดใสไม่ห่วงหล่อ แม้ไม่ชนะแต่ลูกค้าชมเรื่องความสดใส

ป๊อปปีั
ป๊อปปีั

แล้วก็มาถึงช่วงที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตในรายการของป๊อบปี้ สำหรับแคมเปญโหนสลิงนั้นเรียกว่าทีมหมูทำงานได้อย่างดีมาก เป็นระบบระเบียบมาก แต่การแพ้ชนะมันตัดสินที่ภาพภาพเดียว ซึ่งภาพที่ทีมหมูเลือกมาเป็นภาพที่ป๊อบปี้หลุดธีมและดันอยู่กลางเฟมแล้วทำให้ทีมแพ้ แต่หากจะบอกว่าป๊อบปี้ทำให้ทีมแพ้มันก็บอกไม่ได้เต็มที่เพราะคนดูไม่เห็นว่ารูปอื่นๆ ป๊อบปี้เป็นแบบนี้หรือไม่ อาจจะเป็นคราวซวยที่ภาพที่ดีที่สุดของทีมดันเป็นภาพที่ป๊อบปี้หลุดก็ได้ แล้วความซวยนี้ก็ทำให้ป๊อบปี้กลายเป็นจำเลยสังคม รวมถึงซีนในช่วงก่อนห้องดำ ที่ไม่ได้เห็นว่าเขาเสนอตัวเข้าห้องดำแต่ดันเห็นซีนเค้าสัมภาษณ์ไปร้องไห้ไป ทำให้คนดูไม่เข้าใจแล้วโจมตีป๊อบปี้ด้วยอคติ

ป๊อปปีั
ป๊อปปีั

เมื่อช่วงที่ต่ำสุดผ่านไปมันก็คือเวลาของขาขั้น... "เมื่อถึงวิกฤตจะกำเนิดฮีโร่" ในแคมเปญแทรมโบลีนมีเพียงป๊อบปี้คนเดียวเท่านั้นที่รู้วิธีกระโดดแล้วเด้ง ซึ่งทำให้เมนเทอร์หมูฝากความหวังไว้ที่ป๊อบปี้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการที่ป๊อบปี้ฟังเสียงในหัวตัวเองแล้วทำอะไรเองโดยไม่ปรึกษาเมนเทอร์ ซึ่งแม้จะกระโดดได้ดีแต่รูปก็ใช้ไม่ได้เลย ป๊อบปี้ได้ปรับตัวตามที่เมนเทอร์บอกในรอบหลังๆ ซึ่งรูปสุดท้ายก็เจอปัญหาเรื่องแป้งกระเด็นมาโดนหน้าเต็มๆ จนขายลูกค้าไม่ได้

ป๊อปปีั
ป๊อปปีั

ถึงแม้จะไม่ชนะแคมเปญแต่ต้องยอมรับว่าป๊อบปี้ได้ฉายแสงขึ้นมาแล้ว ทั้งเรื่องทักษะทางร่างกายเพราะรายการนี้จะมีแคมเปญสตั๊นแมนอีกยาว ทั้งเรื่องการจัดการกับภาวะกดดันได้อย่างดี รวมถึงความเป็นไฟต์เตอร์ ซีนที่เมนเทอร์ซอนย่าตกใจจนไปซบเมนเทอร์โทนี่มันคือช่วงที่รายการตัดหลบเพื่อไม่ให้หวาดเสียวเกินไป ซึ่งมันคือภาพป๊อบปี้เด้งผิดแบบจนช่วงลงเอาคอลง ซึ่งตัวป๊อบปี้อาจจะเจ็บมากไม่น้อย แต่เค้าก็ทำต่อจนช็อตสุดท้าย

สิ่งที่ทำให้เห็นนอกจากความเป็นฮีโร่และไฟต์เตอร์คือ ความเป็นพี่ชาย ในช่วงที่แดดดี้หมูเล่นจิตวิทยาเพื่อให้พลฮึดสู้และให้เด็กคนอื่นรู้ว่าแดดดี้จะไม่โอ๋นะ ป๊อบปี้ได้เข้ามากระตุ้นพลให้เข้าไปสู้ในห้องดำ แม้คำพูดจะดูปากร้ายแต่มันมีความรู้สึกของพี่ชายอยู่ในนั้น

ป๊อปปีั
ป๊อปปีั

แล้วกราฟของป๊อบปี้ก็ได้พุ่งขึ้นอีกเมื่อพาทีมชนะแคมเปญได้ และเป็นชัยชนะแรกของทีมหมู ป๊อบปี้ได้แสดงทักษะการแสดง มีการแสดงที่พอเหมาะไม่มากไม่น้อยเกินไป รู้จักจังหวะตอนไหนควรให้เวลา ตอนไหนควรขยี้ แล้วยังรู้มุมกล้องและมุมตัวเอง เมื่ออยู่ในงานป๊อบปี้สามารถทำให้ตัวเองดูหล่อเป็นพระเอกได้อย่างน่าสนใจ แต่ชัยชนะครั้งนี้เมนเทอร์หมูก็ยังไม่พอใจและกดดันลูกๆ อีก ทั้งยังสร้างศัตรูรอบทิศเพื่อให้ลูกอยู่กลางดงกระสุนและเอาชีวิตรอดให้ได้ด้วยการชนะแคมเปญ

ป๊อปปีั
ป๊อปปีั

ตามมาด้วยการถ่ายทำที่เกิดขึ้นหลังจากรายการได้ออนแอร์ไปหลายตอนแล้วเกิดกระแสเกลียดทีมหมูโดยเฉพาะกระแสเกลียดป๊อบปี้ ป๊อบปี้มาด้วยสปิริตใหม่ คือสปิริตของการพิสูจน์ว่าทั้งตัวเค้าและทีมหมูมีศักยภาพแค่ไหน เริ่มจากมาสเตอร์คลาสกระโดดแทรมโบลีนที่ป๊อบปี้โชว์สกิลทุกอย่าง ทั้งทางร่างกาย สมองคือการจัดการกับแจ็คเก็ตจนแจ็คเก็ตเด่นมาก รวมถึงการใช้เทคนิคที่ทำให้หน้าของเค้าหล่อในช่วงที่กระโดดอยู่ ภาพของเค้าทุกองค์ประกอบ รถ เสื้อ ตัวเค้า มันลงตัวไปหมดซึ่งก็นำชัยชนะมาสเตอร์คลาสครั้งแรกและครั้งเดียวมาให้ทีมหมู ตามด้วยแคมเปญดำน้ำที่ตัวเค้าทำได้อย่างดี ถึงรูปของเค้าไม่ใช่รูปที่เป็นตัวแทนของทีมและพาทีมชนะ แต่ต้องยอมรับว่าป๊อบปี้ได้ภาพดีๆ เยอะเช่นกัน

ป๊อปปีั
ป๊อปปีั

ตามมาด้วยช่วงฉายแสงอีกครั้งในแคมเปญเดินแบบ ซึ่งป๊อบปี้เป็นคนที่เดินแบบแล้วดูเป็นคนตัวสูงอยู่แล้วก็เรียกความสนใจจากกรรมการเป็นอย่างมาก รวมถึงซีนไคล์แม็กซ์ที่ต้องขึ้นงาช้าง ป๊อบปี้ได้สร้างซีนไฟต์เตอร์ซึ่งมันเห็นภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังอยู่ในจุดที่ยากเย็น โอกาสของชัยชนะกำลังจะไปจากเค้า เค้าร้องขอให้ช้างช่วยเพื่อที่จะได้ซีนไคล์แม็กซ์ แล้วช้างก็ยอมทำตามกลายเป็นภาพที่กรรมการประทับใจ รวมถึงการแบทเทิลที่เมนเทอร์หมูได้วางหมากมาดีแล้วทำให้ป๊อบปี้ชิงซีนช่วงจบได้อย่างดี ซึ่งทุกอย่างรวมกันก็ทำให้ป๊อปปี้เป็นผู้ชนะแคมเปญในวันนั้น

ป๊อปปีั
ป๊อปปีั

ป๊อบปี้เป็นตัวน่ากลัวเสมอในแคมเปญสตั๊นแมนและแอคติ้ง ในมาสเตอร์คลาสน้ำมะพร้าวป๊อบปี้ทำได้ดีตอบโจทย์ทุกอย่างแค่มาพลาดตรงพูด tagline ผิดทำให้ใช้ไม่ได้เลย แต่อย่างน้อยป๊อบปี้ก็ได้ครอสออกกำลังกายจากลูอิสซึ่งลูอิสคงเห็นว่าป๊อบปี้ทำผลงานในวันนั้นได้ดีจริงๆ ตามด้วยแคมเปญตามหากลิ่นหอม ป๊อบปี้ทำได้ดีสมบูรณ์กับทุกอย่าง ทักษะร่างกาย รวมจังหวะ ลูกขยี้ในการแสดง รวมถึงสิ่งหนึ่งที่เห็นคือ เวลาป๊อบปี้เข้าฉากกับผู้หญิงแล้วต้องแสดงว่าชอบมันจะออกทางสายตาตลอดซึ่งนี่ก็ทำให้ป๊อบปี้มีเคมีกับสาวๆ ที่มารับเชิญเสมอ และต้องยอมรับว่าป๊อบปี้มีส่วนอย่างมากสำหรับชัยชนะของทีม

ป๊อปปีั
ป๊อปปีั

ตามมาด้วยในมาสเตอร์คลาสเรือสำเภาที่เป็นเรื่องของการแสดง ป๊อบปี้ยังคงแสดงได้ดีสมบูรณ์ ตามด้วยแคมเปญสุดท้ายที่ก็เข้าทางป๊อบปี้ด้วยความเป็นแคมเปญแอคติ้งแนวสตั๊นแมน ป๊อบปี้ทำได้ดีในทุกส่วน สิ่งที่โดดเด่นคือการรู้มุมกล้องและมุมตัวเอง อินเนอร์ รวมถึงลูกแถมด้วยการตีลังกาก่อนปิดท้าย ซึ่งสร้างความว้าวได้ไม่น้อยแล้วดูแล้วเอาไปชิงชนะได้ แม้แคมเปญวันนั้นจะไม่ชนะ แต่สิ่งที่ป๊อบปี้ชนะคือชนะใจเมนเทอร์หมูแล้วเลือกเค้าเข้าไปในรอบไฟนอลวอร์ค รวมถึงอีกด้านที่เราได้เห็น ป๊อบปี้ได้พูดถึงการเสียสละเป็นหนูทดลองที่แสนดีของฟิล์ม มันเห็นถึงน้ำใจที่จะให้คนดูรักและชื่นชมน้องชายคนนี้ และได้เห็นอีกด้านคือป๊อบปี้ก็ต้องเป็นพี่ที่ดีเค้าถึงได้น้องชายที่ดีอย่างนี้

ป๊อปปีั
ป๊อปปีั

รวมถึงเกิดซีนที่น่าประทับใจเมื่อเมนเทอร์หมูได้เลือกป๊อบปี้เพื่อส่งสารกับสังคมว่า คนที่ต้นทุนอาจจะน้อยกว่าใคร หากมีความพยายามและความสามารถที่มากล้น พวกเค้าควรได้รับโอกาส รวมถึงได้แสดงให้เห็นว่าอคติของคนดูไม่ใช่เรื่องที่ต้องใส่ใจเลย คนเป็นพ่อย่อมรู้ว่าลูกชายของตัวเองเป็นอย่างไร ทำไมต้องนำอคติของใครก็ไม่รู้มาตัดโอกาสของลูกชายที่แสนดีของเค้า ซึ่งนี่แหละคือน้ำดีของรายการ แม้จะมีการเล่นเกม แม้จะมีดราม่า แต่ผู้ที่ได้โอกาสเป็นไฟนอลวอร์คคือผู้ที่คู่ควรจริงๆ

ป๊อปปีั
ป๊อปปีั

ป๊อบปี้ได้เข้ามาเป็นไฟนอลวอร์คอย่างสมศักดิ์ศรี แต่เส้นทางของเค้ากลับต้องเจอช่วงที่ยากลำบากอีกครั้ง เมื่อในรอบการแสดงที่ป๊อบปี้ถนัดมากกลับองค์ไม่มาเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่วิเคราะห์ได้ยากมากกว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะมันคงเป็นเรื่องที่อยู่ในใจของป๊อบปี้ แล้วไม่ใช่ว่าเมนเทอร์หมูจะฟอร์มตกหรืออะไร เพราะเมนเทอร์ทำได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น มันมีเรื่องมากมายที่เกินขอบเขตที่เมนเทอร์จะช่วยได้ นี่ก็คงเป็นอย่างนั้น แต่ละเทคของป๊อบปี้มีข้อผิดพลาดทั้งนั้น ซึ่งป๊อบี้ก็ดูจะรู้ตัวเองดี นี่น่าจะเป็นไม่กี่ครั้งที่ทำให้เห็นไฟต์เตอร์อย่างป๊อบปี้ตกอยู่ในภาวะอ่อนแออย่างนี้

ป๊อปปีั
ป๊อปปีั

แต่สุดท้ายแล้วป๊อบปี้ก็ได้รับโอกาสเดินไฟนอลวอร์คจริงๆ แม้ว่าอาจจะไม่ใช่ผู้ชนะ การเป็นทีมเวิร์คกับคิมที่แม้ว่าทั้งคู่จะต้องแข่งกันไปด้วย แต่ไม่มีฆ่าใครบนเวทีราวกับว่าใครคนใดคนหนึ่งได้ก็ได้ ซึ่งเห็นความเป็นครอบครัวของทีมนี้ โชว์ของป๊อบปี้ก็มีช่วงเวลาของตัวเองบนเวที เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เห็นสกิลการเดินแบบของผู้ชายตัวไม่สูงอย่างเค้าก็เป็นนายแบบและนักแสดงที่มีศักยภาพได้

ป๊อปปีั
ป๊อปปีั
ป๊อปปีั
ป๊อปปีั

คิม : เจ้าหนูมหัศจรรย์

คิมเรียกว่าเป็นเจ้าหนูมหัศจรรย์ของรายการ ราวกับคนที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ที่สามารถทำได้ทุกอย่างบนโลกนี้แล้ว แล้วก็ทำได้ดีเสียด้วย คิมเป็นลูกครึ่งอังกฤษที่สไตล์เด็กฝรั่งที่ค้นหาตัวตนด้วยการทำอะไรหลายอย่าง คิมเป็นนักกีฬารักบี้ทีมชาติ เป็นนักร้องนักดนตรี เป็นคนที่อยากเข้าวงการเป็นนายแบบและนักแสดงอยู่แล้ว แล้วเมื่อมีรายการนี้คิมไม่ทิ้งโอกาสที่จะลอง คิมเป็นคนที่ไม่ได้มีประสบการณ์ด้านนี้มาเยอะ แต่เมื่อจับมาเรียนมาโค้ช แล้วโดนเข้าไปหน้าเซ็ตก็ทำได้เลย คิมมักมีลูกเซอร์ไพรส์มาเสมอ ทำในสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าเค้าจะทำได้ขนาดนี้ และนี่คือความมหัศจรรย์ของเค้า

คิม
คิม

ภาพแรกของคิมคือเป็นลูกครึ่งที่ทำให้เหล่าเมนเทอร์เสียงแตก ด้านมาสเตอร์ลูกเกดบอกว่า "ดูแรกๆ หล่อ ดูนานๆ ไม่หล่อ" ส่วนเมนเทอร์ซอนย่าหวีดออกหน้าออกตาว่า "เด็กน้อย... น่ารักอ่ะ" ส่วนเมนเทอร์หมูแม้จะมีประกายในแววตาที่ดูว่าหลงรักอยู่เหมือนกัน แต่ก็ตัดสินใจยังไม่ได้ แต่เมื่อได้จ้องตาพ่อหมาป้าน้อยก็เกิดการผูกจิตแล้วก็ให้ผ่านรอบออดิชั่น ตามด้วยการเลือกให้เข้าทีมหมู ซึ่งเมนเทอร์หมูได้บอกว่าเป็นสไตล์ฝรั่งจัดๆ ซักคนในทีม

คิม
คิม

เมื่อถึงแคมเปญแรก กลับทำให้คนเซอร์ไพรส์เมื่อน้องเล็กที่ประสบการณ์น้อยกว่าใครอย่างคิมกลับโดดเด่นขึ้นมา มีเสน่ห์จนมาสเตอร์ต้องกลับลำเลยว่าคิมหล่อมาก ยิ้มแล้วโลกสดใส นอกจากใบหน้าแล้วก็ยังเห็นว่าคิมทำงานได้และทำงานเป็น ตามด้วยมาสเตอร์คลาสมาร์คทองคำ ซึ่งเราได้เห็นคิมมากขึ้นว่าเด็กคนนี้ก็เจ๋งไม่เบา คิมได้ทำโจทย์เป็นคนแรกโดยที่เค้าให้สัมภาษณ์ว่าผมเป็นคนแรกผมต้องทำมาตรฐานให้สูงไม่งั้นผมจะโดนกลบ เด็กคนนี้ไม่ได้มาเล่นๆ นะ

คิม
คิม

แล้วงานที่ทำให้คิมเปล่งประกายอย่างมากคือ แคมเปญโหนสลิงที่นอกจากบอมที่เป็นกัปตันที่ดี ก็มีคิมเป็นลูกน้องที่ดี เราได้เห็นช่วงซ้อมที่คิมเสนอไอเดียกับเมนเทอร์หมู ซึ่งก็ดูเมนเทอร์หมูจะต้องคอยเตือนคิมอาจด้วยเพราะยังมีประสบการณ์น้อย แต่เมื่อถึงหน้างานคิมก็กลายเป็นเจ้าหนูมหัศจรรย์ ที่เสิร์ฟแต่ท่ายากให้ทีม ทั้งยังหล่อ สมาร์ทและนิ่ง ซึ่งงานในวันนั้นต้องให้เครดิตกับคิมอย่างแรงๆ ตามมาด้วยผลงานเข้าชิงมาสเตอร์คลาสด้วยการถ่ายภาพกับหัวเหว่ยในธีมสมาร์ท

คิม
คิม

แต่ทุกคนย่อมมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก ช่วงยากลำบากของคิมคือแคมเปญแทรมโบลีน ซึ่งคิมทรงตัวไม่ได้เลยแล้วไม่ได้ภาพดีๆ เลย ช่วงเวลาที่แย่ผ่านไปก็ถึงช่วงที่กราฟขึ้นแล้ว ในแคมเปญแอคติ้งหัวเหว่ยได้ทำให้เห็นความสามารถของคิมมากขึ้น คิมเป็นมือใหม่ก็จริงแต่มีเสน่ห์บนจอมากๆ จนเมนเทอร์พลอยต้องหวีดว่าเหมือนตุ๊กตาเคน แม้ว่าคิมจะยังไม่มีลูกขยี้ และอินเนอร์ยังน้อยไป แต่สิ่งที่ทำให้เห็นและเป็นสิ่งที่ดีคือ "ความจริงใจในการแสดง"ซึ่งแค่คิมต้องฝึกฝนและมีประสบการณ์ก็จะพร้อมใช้งานได้เลย

คิม
คิม

กราฟของคิมพุ่งขึ้นอีกครั้งเมื่อเค้าพาทีมชนะเป็นครั้งแรกด้วยแคมเปญดำน้ำ คิมตอกย้ำภาพของความเป็นเจ้าหนูมหัศจรรย์ เมื่อปล่อยลงน้ำปุ๊บ คิมก็สามารถสร้างท่าโพสที่ทำให้กรรมการหลงรักได้ทันที รวมถึงไหวพริบของการเอาแว่นดำมาใส่ ซึ่งนอกจากจะทำให้พร็อบชัด ธีมชัด แล้วยังไม่ต้องห่วงเรื่องตาหยีเลย ซึ่งก่อนที่จะทำแคมเปญคิมได้พูดไว้ว่า "ถึงเวลาที่หมาป่าน้อยจะกลายเป็นจ่าฝูง" ซึ่งทำให้เป็นความทะเยอทะยานในตัวของหนุ่มคนนี้และเป็นความทะเยอทะยานที่เค้าทำได้สำเร็จด้วย

คิม
คิม

ตามด้วยแคมเปญเดินแบบที่คิมปล่อยออร่าอย่างรุนแรง ด้วยลุคของเจ้าชายอังกฤษบนหลังม้า ซึ่งคิมบอกว่าขี่ม้าเป็นอยู่แล้ว... นี่ไงทำเป็นหลายอย่าง นอกจากความสง่างามแล้ว คิมได้แสดงทักษะการเดินแบบโดยเฉพาะการฟูลเทิร์นซึ่งทำให้ผู้ชมติดตากับภาพนี้เป็นอย่างมาก

คิม
คิม

คิมยังคงรักษาระดับได้อย่างดี เริ่มด้วยมาสเตอร์คลาสน้ำมะพร้าวที่ตอบโจทย์ทุกอย่างและแสดงได้อย่างเป็นธรรมชาติ แถมยังคิดซีนเองได้ด้วยการเป็นคนเดียวที่วิ่งลงมาเพื่อมาชูขวดที่หน้ากล้อง แต่ก็พลาดตรงที่มือดันปิดโลโก้สินค้าไปหมด ตามด้วยแคมเปญตามหากลิ่นหอม คิมได้เป็นตัวเปิดซึ่งก็ทำได้สดใสมากๆ รวมถึงซีนปิดก็ได้โอกาสเป็นตัวเลือกที่ให้เป็นคนพูด tagline ในเทคที่ 2

คิม
คิม

ตามมาด้วยช่วงก่อนคัดเข้าไฟนอลวอร์ค คิมยังคงท็อปฟอร์ม ตั้งแต่มาสเตอร์คลาสเรือสำเภาที่แสดงได้อย่างเป็นธรรมชาติและสื่อสารได้ดี ตามมาด้วยแคมเปญวิ่งแข่งกับรถ คิมได้ทำเป็นคนสุดท้ายของทีม หากวิเคราะห์แล้วอาจไม่ใช่ว่าเมนเทอร์หมูรักคิมมากว่าป๊อบปี้ แต่อาจเพราะเมนเทอร์หมูเลือกป๊อบปี้ไปแล้ว แล้วต้องการให้คิมวิ่งเพื่อชีวิตของตัวเอง หากคิมเข้าเพราะป๊อบปี้พาเข้าคงไม่สมศักดิ์ศรีเมื่อเทียบกับคิมพาตัวเองเข้าเอง 

คิม
คิม

ซึ่งก็เป็นไปตามนั้น คิมยังคงเป็นเจ้าหนูมหัศจรรย์ แอดติจูดในการแสดงของเค้ามันมีแรงดึงดูดบางอย่างที่มันพิเศษมากๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่กำกับไม่ได้มันต้องมาเอง ซึ่งคิมได้สร้างสิ่งนี้จนเมนเทอร์หมูต้องหลั่งน้ำตาออกมา รวมถึงถูกใจลูกค้าแล้วทำให้คิมเข้ารอบไฟนอลวอร์คอย่างสมศักดิ์ศรีจริงๆ

คิม
คิม

แต่เส้นทางของเจ้าหนูมหัศจรรย์ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด หลายคนอาจมองว่าการพูดไทยได้พูดอังกฤษได้มันก็จบ แต่การพูดทั่วไปกับพูดบทมันคนละเรื่อง นักแสดงหลายคนก็ดร็อปเพราะการพูดบทมานักต่อนัก ซึ่งคิมเองก็ได้กังวลกับบทพูดจนทำให้คิมทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ต้องยอมรับว่าส่วนที่ดีของการแสดงในครั้งนี้คือ เมื่อคิมได้รับโจทย์ให้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นคิมก็ปรับตัวเองได้

คิม
คิม

ตามด้วยไฟนอลวอร์คที่ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้ชนะแต่คิมก็ได้ทำผลงานได้ดีเหมือนกัน ทั้งในด้านการเดินแบบซึ่งถ้าย้อนไปดูมาสเตอร์คลาสเดินแบบครั้งแรก คิมก็มาไกลมากจริงๆ คิมคือคนที่ใช้เวลาเพียงเท่านี้แต่ทำได้ขนาดนี้แล้วจะไม่เรียกว่าเจ้าหนูมหัศจรรย์ได้อย่างไร ...ถ้า 4 ปีข้างหน้ามีออลสตาร์อีกรอบ คิมคงเป็นคนที่น่ากลัวที่สุด

คิม
คิม
เรียวตะ
เรียวตะ

เรียวตะ : สัตว์ประหลาดที่ชัดที่สุด

เรียวตะก้าวเข้ามาในรายการอย่างโดดเด่น... ด้วยความตลก ความแปลก ความเป็นสัตว์ประหลาด ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเรียวตะไม่ได้คู่ควรมากพอที่จะอยู่ในรายการนี้ หรือเรียวตะเป็นเพียงแค่ตัวโจ๊กที่ไม่นานก็ออก แต่เรียวตะกลับสร้างความเซอร์ไพรส์ด้วยการไปถึงไฟนอลวอร์ค ... ซึ่งได้บอกเล่าความเป็นจริงของรายการนี้ว่าไม่มีใครคู่ควรกับไฟนอลวอร์คตั้งแต่อีพี 1 แม้แต่คนเดียว แต่สิ่งที่ได้ทำตลอดอีพี 2 ไปถึงอีพีที่ 9 นั่นแหละที่ทำให้คู่ควรต่อการเป็นไฟนอลวอร์ค

เรียวตะ
เรียวตะ

ในมาสเตอร์คลาสเดินแบบครั้งแรกเรียวตะดูจะเป็นที่เอ็นดูของมาสเตอร์ลูกเกดเป็นอย่างมาก เรียวตะอาจจะยังเดินแบบได้ไม่ดีนัก แต่ก็เริ่มจับทางได้ว่าต้องเดินอย่างไร ตามด้วยแคมเปญวอนจินที่เมนเทอร์โทนี่ได้วางบทให้เด็กแต่ละคนต่างกัน บางคนเน้นโพส บางคนเน้นการแสดงเพื่อเล่าเรื่อง ซึ่งเมนเทอร์โทนี่ได้มองเห็นความสามารถในการแสดงของเรียวตะ แล้วได้มอบบทบาทการแสดงเป็นผู้ติดต่อสื่อสารเกี่ยวกับงานประท้วงซึ่งเรียวตะก็ทำได้ดี แล้วเป็นองค์ประกอบหนึ่งในชัยชนะของทีม

เรียวตะ
เรียวตะ

ตามด้วยโจทย์มาสเตอร์คลาสที่เห็นความพิเศษของเรียวตะมากขึ้น ซึ่งความพิเศษของเรียวตะคือเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเปรียบเทียบกับลูอิสที่เล่นกับจักรยานได้ 108 วิถี เรียวตะก็เล่นกับกระดานโต้คลื่นได้ 108 วิถีเช่นกัน ซึ่งก็ดูจะโดนใจเมนเทอร์ซอนย่าผู้ชอบอะไรนอกรอบแบบนี้ 

เรียวตะ
เรียวตะ

ตามมาด้วยแคมเปญโหนสลิงที่ทำให้เรียวตะฉายแสงเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของการทำงานที่เป็นคนสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับการทำงานของทีมโทนี่ พลังงานของเรียวตะได้ส่งต่อถึงน้องๆ หลานๆ ในทีม และรวมถึงผลงาน ความร่าเริงเล่นใหญ่ใส่เต็มของเรียวตะเป็นที่ถูกใจของกรรมการเป็นอย่างมาก ซึ่งยิ่งเมื่องานชิ้นนี้ชนะแคมเปญนี้ก็ทำให้เรียวตะมีผลงานไปด้วย

เรียวตะ
เรียวตะ

ภาพรวมของเรียวตะในมาสเตอร์คลาสนั้นอยู่ในระดับกลาง แล้วก็ไม่เคยชนะหรือชิงอะไรกับใครเลย ซึ่งก็ทำให้เรียวตะคงสภาพการเป็นมวยรองของทีมไปอย่างยาวนาน แต่อย่างน้อยก็ต้องบอกว่าแม้ว่าจะไม่เข้าเป้าเลย แต่ไม่มีเคยมีครั้งไหนที่เรียวตะจะไม่พยายาม เรียวตะยังคงใส่ความคิดสร้างสรรค์ ใส่เต็ม และพยายามเรียนรู้และปรับเปลี่ยนตัวเองเสมอ

เรียวตะ
เรียวตะ

ส่วนเรื่องของแคมเปญ ช่วงเวลาที่แย่ของเรียวตะคือแคมเปญแทรมโบลีนที่กระโดดภาพจนทำให้เค้ากลายเป็นกุ้งเทมปุระที่กำลังชุบแป้ง แต่ในที่นี้ต้องบอกว่าการถ่ายภาพในรายการจะเป็นช็อต ซึ่งในช็อตนึงจะมีหลายเฟม ทางรายการได้เลือกเฟมนั้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่เฟมที่เรียวตะลอยตัวขึ้นสูงสุดมันดีกว่านั้นเยอะ สิ่งที่เราได้เห็นจากเรียวตะไม่ได้มีความเป็นเด็กที่อ้อนโทนี่ให้กอด แต่เราได้เห็นเรียวตะพูดหลังจากที่ทำพลาดว่า "ขอโทษที่ภาพของเค้าไม่เป็นประโยชน์กับทีม" ซึ่งนี่คือความเป็นผู้ใหญ่ของเค้า สำหรับการขอโทนี่กอดจะขอตีความว่า จริงๆ แล้วอาจเพราะเรียวตะมองว่าพวกพ้องในทีมกำลังแพนิคและเครียดมากกว่าเลยสร้างซีนตลกเพื่อให้ทุกได้ผ่อนคลาย ซึ่งอยากบอกว่าบางครั้งความจริงใจมันขับเคลื่อนงาน แต่บางทีรอยยิ้มอาจจะขับเคลื่อนงานก็ได้

เรียวตะ
เรียวตะ

ตามมาด้วยแคมเปญหัวเหว่ยที่เมนเทอร์โทนี่ได้เลือกที่จะสร้างความแตกต่างด้วยการเอาของแปลกไปจีบลูกค้า ซึ่งมันเป็นการวางแผนที่มีความเสี่ยงก็จริง ทุกคนเห็นตรงกันว่าเรียวตะเล่นเกินไปเยอะแต่โทนี่ก็ปล่อยให้เป็นอย่างนั้น เพราะคงคิดไว้แล้วว่าหากความแปลกนี้มันสร้างความพิเศษในสายตาลูกค้าทีมโทนี่ก็สามารถชนะได้ ดีกว่าให้เรียวตะเป็นเล่นในทางของคนอื่นแล้วเล่นได้ด้อยกว่าซึ่งนั่นไม่มีโอกาสชนะเลย สุดท้ายแล้วทีมโทนี่ได้แพ้แคมเปญนี้ ซึ่งเรียวตะคือ 1 ใน 3 ที่ทำแคมเปญนี้จึงเสี่ยงที่ต้องเข้าห้องดำ แต่ก็รอดเพราะลูกค้าให้เรียวตะดีกว่าวิลเลี่ยมแล้วทำให้วิลเลี่ยมเป็นคนเข้าห้องดำในวันนั้น

เรียวตะ
เรียวตะ

ท่ามกลางความเสียดายของแฟนๆ ต่อการตกรอบของวิลเลี่ยม เรียวตะก็เป็นอีกคนที่โดนลากไปบูลลี่ว่าไม่มีดีอะไรนอกจากตลก ทำไมโทนี่ต้องเก็บเรียวตะไว้ด้วย ... แต่คำถามนี้ก็มีคำตอบเมื่อถึงอีพีถัดมา ตั้งแต่มาสเตอร์คลาสแทรมโบลีนที่ทำให้เห็นว่าเรียวตะยังคงความพิเศษของเค้าไว้คือความคิดสร้างสรรค์ เรียวตะสร้างงานได้หลากหลายมาก รวมถึงผลงานที่เค้าทำเพื่อทีมก็มาถึงกับแคมเปญดำน้ำ เรียวตะเป็นคนที่ทำผลงานได้ดีที่สุดของทีมในวันนั้น ด้วยความคิดสร้างสรรค์และเล่นใหญ่ของเรียวตะทำให้ตัวเค้าทำแคมเปญนี้ได้อย่างดี อีกทั้งในเรื่องของไฟต์เตอร์ เรียวตะคือหนูทดลองของวันนี้ เจออุปสรรคเรื่องความไม่พร้อมต่างๆ แต่เค้าก็อึดและสู้จนได้ผลงานที่ดีจนสามารถให้ทีมมีภาพดีๆ มาชิงกับเค้าได้

เรียวตะ
เรียวตะ

แล้วก็มาถึงช่วงเวลาที่ทำให้เห็นด้านอื่นๆ ของเรียวตะมากขึ้น ตั้งแต่แคมเปญเดินแบบกับสัตว์ แม้ว่าเรียวตะจะยังเดินไม่เก่งและจูงควายได้เหมือนสิ้นหวังในชีวิต แต่ที่ต้องชมคือการปรับแอดติจูดในการเดินได้ จากเรียวตะที่ตลกล้นๆ กลายเป็นคนซีเรียสได้ ทั้งยังสะท้อนความเป็นลูกน้องที่ดีของโทนี่ เรียวตะมั่นคงกับสิ่งที่โทนี่บอกโดยที่ไม่แหกอะไรทั้งนั้น แล้วก็ถึงช่วงเวลาของห้องดำ โทนี่ได้เลือกเรียวตะเข้าไปเพื่อเล่นเกมกับเมนเทอร์หมู เพราะคิดว่าความเอ็นดูของเมนเทอร์หมูที่มีต่อเรียวตะจะทำให้โทนี่เซฟคนได้

เรียวตะ
เรียวตะ

เรียวตะได้แสดงด้านที่เปราะบางของเค้า เรียวตะได้พูดในสิ่งที่คนดูไม่เคยได้สัมผัสเลยคือ "ปม" ในใจของเค้า คำว่า "อยู่ที่ญี่ปุ่นผมเป็นแค่นักแสดงตลก" เรียวตะอาจจะแสดงด้านของความตลกเพื่อให้เซอร์วิสคนดูหรือทำให้คนรอบข้างมีความสุข แต่มันไม่ได้แปลว่าเค้าไม่จริงจังในการแข่ง ซึ่งเค้าจะพูดถึงความพยายามของเค้าแบบมีน้ำหนักไม่ได้เลย ถ้าเค้าไม่ได้ทำให้เห็นจริงๆ ซึ่งถ้าเราตัดเรื่องความตลกออกไปเราจะเห็นเรื่องพวกนี้ 

เรียวตะ
เรียวตะ

เรียวตะผู้ที่ต้องพกล่ามมาทำแคมเปญ เรียวตะที่เรียนมาสเตอร์คลาสโดยที่มีคัทจังคอยแปลให้ เรียวตะที่พยายามพูดภาษาไทยทั้งที่ระบบภาษาต่างกันเยอะและพูดได้เยอะแล้ว เรียวตะผู้ที่ไม่เคยปล่อยให้โจทย์อะไรผ่านไปง่ายๆ เค้าพยายามใช้ความคิดสร้างสรรค์และความทุ่มเทเพื่อทำทุกโจทย์ เรียวตะผู้ที่จะสู้แม้ว่าตัวเองจะอยู่ในจุดที่เสียเปรียบแค่ไหนก็ตาม ... ซึ่งความเป็นเรียวตะก็ได้ชนะใจเมนเทอร์หมูและปล่อยให้เค้ากลับมา

เรียวตะ
เรียวตะ

เมื่อผ่านคืนวันที่เลวร้ายกับชายผู้สวมแว่นสำหรับวัดสายตา เรียวตะก็ดูจะขาขึ้น ตั้งแต่มาสเตอร์คลาสน้ำมะพร้าวที่เริ่มจะพลิกลุคตัวเองได้แล้ว ตามมาด้วยแคมเปญตามหากลิ่นหอมที่เรียวตะทำได้ดีเลยทีเดียว ทั้งในด้านแอคติ้งที่ออกมาดี แล้วการเคลื่อนไหว เนื่องจากเป็นคนตัวสูงขายาวเวลาเล่นอะไรแบบนี้ภาพมันจะชัดแล้วดี

เรียวตะ
เรียวตะ

ตามมาด้วยโจทย์แอคติ้งมาสเตอร์คลาสเรือสำเภาที่เรียวตะได้สลัดการเล่นล้นออกไปแล้ว แล้วน่าจะเรียกว่าเป็นการแสดงที่เป็นธรรมชาติที่สุดของเรียวตะในรายการนี้แล้ว ตามด้วยช่วงเวลาที่ยากลำบากของเรียวตะในแคมเปญวิ่งแข่งกับรถ อาจด้วยเพราะ "พี่โทนี่" ของเรียวตะไม่มา หรือความแพนิคอื่นๆ ที่ไม่รู้ว่าอย่างไร หรือการร้องขอมุมซีเรียสของเรียวตะอาจจะทำให้เค้าจัดความสมดุลไม่ได้แล้วเสียตัวตนไป ซึ่งเรียวตะได้ทำแคมเปญนี้โดยที่สปิริตบางอย่างมันหายไป

เรียวตะ
เรียวตะ

ในช่วงการเลือกไฟนอลวอร์คก็มาถึง เมนเทอร์โทนี่ได้บอกว่าเค้าจะเลือกด้วย "สัญชาตญาณ" แล้วก็คือเรียวตะ ซึ่งก็ได้ทำให้เรียวตะกลายเป็นไฟนอลวอร์คที่แปลกประหลาดที่สุดในประวัติศาสตร์เดอะเฟส ซึ่งนับแต่ตอนนั้นเรียวตะกับเมนเทอร์โทนี่ก็ได้เป็นคู่หูสัตว์ประหลาดตัวป่วน ตั้งแต่แคมเปญการแสดงที่เมนเทอร์โทนี่ก็กลับมาใช้สูตรการเอาของแปลกเข้าสู้ ถ้าสู้ในทางคนอื่นได้แค่เป็นรอง สู้ในทางของตัวเองเท่านั้นถึงจะเป็นหนึ่ง ซึ่งเรียวตะก็ได้ทำตามที่เมนเทอร์โทนี่ต้องการทุกอย่าง พี่โทนี่ว่าไงผมว่างั้น แล้วก็ออกมาเป็นงานในรอบการแสดงที่บันเทิงที่สุดในประวัติศาสตร์เดอะเฟส ก็ต้องยอมรับว่าคู่หูคู่นี้ทำให้รายการครบรส ทีมซอนย่าสวยๆ หล่อๆ ทำครบเป๊ะสมบูรณ์แบบ ทีมหมูกับช่วงเวลาที่เลวร้ายเรียกน้ำตา ทีมโทนี่หล่อๆ บ้าๆ ขายฮา

เรียวตะ
เรียวตะ

ช่วงเวลาของเรียวตะบนไฟนอลวอร์คถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดี การเดินแบบรอบอินโทรน่าจะเรียกว่าเป็นการเดินแบบเหมาะกับเรียวตะมากๆ ความสมดุลระหว่างความซีเรียสและความสดใสมันอยู่ในสัดส่วนที่ลงตัวจริง แล้วตัวของเรียวตะสูงและขายาวอยู่แล้วยิ่งเดินดีก็ยิ่งดี ส่วนในรอบโชว์เรียวตะได้แสดงถึงความสามารถและเสน่ห์ที่หลากหลายของเค้าไม่ว่า ในพาร์ทของความซีเรียสและสตรองที่สร้างความว้าวได้ หรือจะในพาร์ทเป็นของตัวเองที่เรียวตะได้ฆ่าซีนวิ่งของเมนเทอร์โทนี่ด้วยซีนนอน

เรียวตะ
เรียวตะ

แม้จะไม่ชนะแต่ก็ทำให้เห็นสองมุม มุมแรกคือพัฒนาการของเค้าจากวันแรกที่เดินแบบไม่เป็นเลยแต่วันนี้เค้ายืนบนไฟนอลวอร์คได้อย่างสง่างาม มุมที่สองในวันที่เรียวตะเข้ามาเค้าก็ได้สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ชม ซึ่งในวันสุดท้ายของการแข่งขันเรียวตะก็ยังคงสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ชมเช่นเคย

เรียวตะ
เรียวตะ
ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

ลูอิส : ซูเปอร์แมน It's not easy.

ลูอิสเข้ามาด้วยภาพของผู้ชายที่สมบูรณ์แบบและทักษะระดับมืออาชีพ ผ่านเข้ารอบไปง่ายๆ โดยไม่มีใครกังขาอะไร ตามด้วยการเลือกเข้าทีมที่กลายเป็นซีนดราม่าที่ถกเถียงกันมากที่สุดในซีซั่นนี้ เมื่อไม่มีเมนเทอร์คนใดยกบุ๊คให้กับลูอิสเลย มาสเตอร์ลูกเกดที่เคยร่วมงานและรู้จักกันมาก่อนได้เลือกจะส่งลูอิสไปให้เมนเทอร์ซอนย่า ซึ่งก็ทำให้ไม่พอใจ รายการก็เลือกปิดมุมมองของซอนย่าเพื่อปั่นให้คนดูหลงในวังวนของดราม่านี้...

ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

เมื่อลากดราม่ามาถึงช่วงต้องเคลียร์ เมนเทอร์ซอนย่าก็พูดเหตุผลว่าไม่เลือกเพราะกลัวว่าคนที่เก่งมาอยู่แล้วอย่างนี้จะดื้อและสร้างปัญหา แต่ลูอิสกลับไม่เป็นอย่างนั้นซึ่งทำให้ "ตกหลุมรักตั้งแต่วินาทีแรก" ไม่ว่าเมนเทอร์ซอนย่าจะสอนจะบอกอะไรก็ฟังทุกอย่าง ไม่มีซักคำที่จะเถียง ไม่มีซักครั้งที่ไม่ทำตาม ส่งไปเรียนก็ไปเรียน

ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

นอกจากนี้เมนเทอร์ซอนย่ายังได้วางแผนชีวิตให้กับลูกชายคนนี้ โดยคิดว่าหากให้ทำอะไรง่ายๆ อาจจะชนะจริง แต่ลูอิสก็จะหนีไม่พ้นอคติที่ว่า "เก่งมาอยู่แล้ว" และจะจบออกไปโดยไม่ได้พัฒนาอะไร จึงเลือกเส้นทางที่ยากลำบากให้เพื่อให้ทะลุเพดานขึ้นไปเรื่อยๆ และเพื่อให้ลูกชายคนนี้ "พิเศษที่สุด"

ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

ในมาสเตอร์คลาสครั้งแรกได้เห็นฟอร์มการเดินแบบของลูอิสที่มืออาชีพ มีลายเซ็นคือการโยกไหล่หนักๆ มีความคิดสร้างสรรค์กับการเล่นกับเสื้อผ้า ตามด้วยการทำแคมเปญแรก ซึ่งลูอิสก็กลายเป็นลูกชายที่แม่ไว้ใจเป็นพิเศษ เค้ากับแอนดี้ถูกจัดวางให้อยู่ตรงกลางเฟมและประกบคุณนิ้ง ลูอิสคือคนที่ photogenic กำลังพูดกำลังอ้าปากยังไงก็ขึ้นกล้องหมด ทั้งยังแสดงศักยภาพในเซ็ตงาน เพราะวิธีการกำกับของเมนเทอร์ซอนย่ามันคือวิธีการที่ใช้กับมืออาชีพซึ่งลูอิสทำได้ รวมถึงได้เห็นความคิดสร้างสรรค์ในการคิดท่าทาง แม้แคมเปญนี้จะไม่ชนะแต่ลูอิสก็ได้รับคำชมไปมากมาย

ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

ตามด้วยชัยชนะมาสเตอร์คลาสครั้งแรก ลูอิสเป็นคนที่จะไม่เข้าชิงมาสเตอร์คลาสอะไรเลยแต่จะชนะไปเลย ซึ่งอาจจะเป็นชัยชนะที่มีไว้อ้อนแม่ เพราะเมื่อเมนเทอร์ซอนย่ามาเท่านั้นลูอิสถึงจะชนะ นอกนั้นก็ไม่แม้แต่จะเข้าชิง บางวันก็ล้นจนผิดโจทย์เหมือนมาเอาฮาก็มี สำหรับมาสเตอร์คลาสมาร์คทองคำนั้นราวกับลูอิสได้ยกระดับการแข่งขันในมาสเตอร์คลาส ทั้งการครีเอทท่าโพสแบบ 108 วิถี โพสที่ทั้งคมและตอบ brand personality ของสินค้าด้วย

ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

ตามด้วยแคมเปญทรมานลูกบนสลิง เมนเทอร์ซอนย่าได้เลือกลูอิสให้อยู่ในตำแหน่งที่ประกบกับแอนดี้ที่เป็นคนถือกล้องเพื่อให้ช่วยแอนดี้ และยังเป็นตำแหน่งที่จะเห็นท่าโพสชัดจึงได้เลือกลูกชายที่ไว้ใจมากที่สุดอีกครั้ง ในครั้งนี้แม้ไม่ชนะ แต่ทำเห็นว่าลูอิสและพี่น้องของเค้าเป็นมืออาชีพและลูกน้องที่ดีขนาดไหน เพียงแค่เมนเทอร์ซอนย่าสั่งทุกคนจะทำตามอย่างไม่มีเงื่อนไข รวมถึงลูอิสก็ได้ฉายาซูเปอร์แมนเป็นรางวัลปลอบใจ

ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

ตามด้วยช่วงเวลารุ่งโรจน์ของลูอิสกับการชนะแคมเปญครั้งแรก ซึ่งกลายเป็นวันของลูอิสเพราะทำให้คนดูได้เห็นความเป็นลูอิสได้มากมายจริงๆ ตั้งแต่การเป็นคนที่ชอบพ่นไฟโชว์แม่ ทั้งยังได้เห็นศักยภาพที่เหนือขึ้นไปจากการตั้งโจทย์ที่ยากของเมนเทอร์ซอนย่าโดยการให้จัดระเบียบร่างกายแบบเหนือมนุษย์ ลูอิสทำเควสต่างๆ ได้หมดแล้วทำให้การกระโดดของทีมอื่นเทียบไม่ได้เลย คว้าชัยชนะอย่างขาดลอย ทั้งยังเป็นงานมาสเตอร์พีซไปด้วย

ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

อีกทั้งเห็นความเป็นลูกผู้ชาย ลูอิสได้บลัฟทีมโทนี่ด้วยคำพูดว่า "ภารกิจของผมในวันนี้ คือจะไม่มีพี่น้องคนไหนของผมต้องกลับบ้าน" ราวกลับออกมาจากปากพระเอกโซเน็นจัมป์ รวมถึงช่วงก่อนห้องดำที่ทำให้เห็นความน่ารักของลูอิส ที่พูดกับเมนเทอร์ซอนย่าว่า ...ไม่ว่าแคมเปญเมื่อวานจะเป็นแคมเปญที่ถ่ายรูปเดี่ยวแต่มันคือการทำงานเป็นทีม ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ มันเป็นช่วงเวลาดีสำหรับเค้า...

ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

งานที่มาสเตอร์พีซผ่านไปก็มาถึงงานที่เอาไว้ล้อตลอดชีวิตบ้าง คือมาสเตอร์คลาสถ่ายรูปเป็นหมา แล้วก็เริ่มทำให้เห็นจุดอ่อนซึ่งลูอิสก็รู้ตัวว่าเค้าเยอะไป ตามมาด้วยในแคมเปญแฟชั่นวิดิโอครั้งแรก ภายใต้การเมนเทอร์ของเจ้าแม่การแสดงอย่างพลอย ลูอิสได้แสดงให้เห็นสกิลการแสดงที่ไม่ธรรมดาเลย การเคลื่อนไหวอยู่ในระดับโปรฯ ลูกขยี้ทุกอย่างมาครบ แต่มาตกม้าตายที่การพูด tagline ไม่ได้ด้

ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

หลายคนจะโทษว่าเป็นความผิดเมนเทอร์ที่ไม่บอกบท แต่ต้องยอมรับว่ามันคือความผิดของลูอิสจริงๆ การที่จำบทไม่ได้คือข้อผิดพลาดของนักแสดงซึ่งไปโทษใครไม่ได้ แม้จะทีมจะพบกับความพ่ายแพ้แต่เราได้เห็น "ใจ" ของลูอิส เมื่อกอล์ฟถูกส่งไปห้องดำ ลูอิสมองว่าเค้าได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจนี้แต่เพราะเค้าทำไม่สำเร็จกอล์ฟต้องมารับผิดชอบแทน เค้าก็เดินเข้าไปขอพลอยว่าจะเข้าห้องดำเพื่อจะรับผิดชอบเอง แต่พลอยก็ได้ปฏิเสธด้วยเหตุผลของผู้นำ

ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

ลูอิสยังคงเป็นคนไม่ปล่อยให้โจทย์อะไรผ่านไปง่ายๆ ตั้งแต่มาสเตอร์คลาสกระโดดหน้ารถ จนถึงแคมเปญดำน้ำ ลูอิสได้แสดงความเป็นซูเปอร์แมน เค้ายินยอมที่จะเป็นคนแรก กระโดดลงน้ำและทำให้ดีเพื่อ "ให้เพื่อนที่อยู่ข้างหลังได้สบายใจว่าไม่มีอะไรน่ากลัว" ลูอิสยังเป็นคนที่มีความสร้างสรรค์สูงและกล้าที่จะโพส กัดข้าวต้มมัดในน้ำก็ทำ ภาพลูอิสได้เป็นภาพตัวแทนของทีมซึ่งเป็นภาพฝรั่งใส่ชุดไทยๆ ไหว้และยิ้มสยามแบบที่น่ารักมากๆ

ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

ตามมาด้วยวันที่ไม่สู้ดีด้วยแคมเปญเดินแบบกับสัตว์ ซึ่งคุณแม่ซอนย่าของเค้าก็จัดความยากมาให้ลูกชายอีกแล้ว ให้สัตว์ที่ยากสุดคือช้าง เดินไม่พอจะให้ขี่ช้างด้วย เมื่อถึงโชว์อะไรๆ ก็ไม่เป็นไปอย่างใจ ท่าโพสหน้างาช้างช้างก็ผิดคิวด้วยการยกลูอิสขึ้น อาจด้วยศรีทัพไทยพาป๊อบปี้กับหมูหย็องนั่งแล้วถ้าไม่ให้ลูอิสนั่งอาจจะไม่ยุติธรรมเลยเซอร์วิสให้ แต่ลูอิสแก้ไขสถานการณ์ไปได้ ตามด้วยการปีนช้างขึ้นไปขี่แล้วเดินกลับเวที ที่ศรีทัพไทยก็ไม่อยู่ในอารมณ์จึงทำเสียแผนเป็นครั้งที่สอง

ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

แม้ผลงานจะไม่เข้าเป้าแต่ไม่ได้แปลว่าลูอิสจะดร็อป เพราะได้สร้างชัยชนะมาสเตอร์คลาสที่ 2 ตามมาซึ่งนับว่าเป็นผู้ชนะมาสเตอร์คลาสมากที่สุดในซีซั่นนี้ และสิ่งที่เห็นเพิ่มเติมคือลูอิสเลือกจะมอบครอสฟิตเนสให้เพื่อนต่างทีมอย่าง "พ็อบพิ" (เสียงลูอิส) ซึ่งมันเหมือนวันที่ติช่ามอบครอสฟิตเนสให้จีน่า แล้วมันคงเป็นเหตุผลเดียวกัน มันคือความแฟร์ที่ให้กับคนที่ทำได้ดีเหมือนกันในโจทย์นั้น

ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

ในแคมเปญตามหากลิ่นหอม ลูอิสก็ไม่เข็ดกับเรื่องเลือกลำดับ ยังจะเลือกให้ทีมตัวเองทำเป็นอันดับ 3 เป็นครั้งที่ 3 แล้ว แล้วก็แสงหมดอีก ไฟเสริมก็ไม่มีอีก ในด้านตัวเค้าเอง ความโอเวอร์แอคติ้งดูจะเป็นประเด็นที่เมนเทอร์หมูยกมาติอยู่ตลอด ส่วนเรื่องก้นก็เป็นสิ่งที่มาสเตอร์ลูกเกดโฟกัสเช่นเดียวกัน แล้วสองอย่างนี้ถูกยกมาติในแคมเปญนี้ แต่โดยภาพรวมที่ตัดต่อออกมาก็ออกมาดีอยู่ดี และช็อตปิดกับปู ไปรยา ทั้งจังหวะ อินเนอร์ และเคมีของลูอิสก็ดีมากจริงๆ เรียกว่าเป็นอีกคนที่เคมีสาธารณะ

ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

โค้งสุดท้ายได้เข้ามาถึง แม้ว่าลูอิสจะนอนมาขนาดไหนแต่ลูอิสก็เป็นคนเดิมที่พยายามกับทุกโจทย์ ในมาสเตอร์คลาสเรือสำเภานั้นลูอิสได้คิดนอกกรอบด้วยการออกแบบการแสดงเป็นแบบล้ำๆ ซึ่งหมายจะพ่นไฟว่าตัวเองมีสกิล รวมถึงคงติดนิสัยชอบเสี่ยงมาจากแม่ ลูอิสเสี่ยงที่จะทำอะไรฉีกจากเพื่อนเพื่อให้ตัวเองพิเศษและโดดเด่น โดยแลกกับถ้าลูกค้าไม่ชอบก็คือไม่ชอบเลย ...ซึ่งลูกค้าไม่ชอบจริงๆ แถมไม่ได้คิดเลยว่าโดมกับคัทจังจะต่อติดอย่างไร

ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

ความพลังงานสูงของลูอิสก็ยังไม่หมด ตามด้วยแคมเปญวิ่งแข่งกับรถ ที่ลูอิสยังคงเป็นซูเปอร์แมนของแม่ บอกให้ทำอะไรทำทุกอย่าง ยังคงมีท่าที่นอกกรอบอย่างการสไลด์ก้นหน้ารถ ตามด้วยช็อตวิ่งที่เรียกให้ขนลุกคือวิ่งไปแล้วคำรามไป นอกจากความเก่งและพลังงานสูงแล้วเราได้เห็นการทำเพื่อกันของทีมซอนย่า คัทจังผู้เป็นตัวทดลองก็พร้อมจะดันลูอิส ส่วนลูอิสผู้เป็นซูเปอร์แมนก็ทำทุกอย่างเพื่อให้ทีมซอนย่ามีไฟนอลวอร์คสองคน แม้ว่ามันจะไม่สำเร็จแต่เค้าก็ได้ทำเต็มที่เพื่อทีมและเพื่อเพื่อนแล้ว... ซึ่งคนนั้นคือแอนดี้

ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

ลูอิสได้เป็นไฟนอลวอร์คของทีมซอนย่าอย่างไม่เกินคาด ลูอิสพาทีมชนะแคมเปญเป็นครั้งที่ 2 ในแคมเปญการแสดงครั้งสุดท้ายที่ได้โชว์สกิลแอคติ้งได้อย่างยอดเยี่ยม รวมถึงความเป็นมืออาชีพที่คุมสมาธิและอารมณ์ตัวเองได้อย่างดี ตามด้วยสิ่งที่เป็นที่สุดคือ "ไฟนอลวอร์ค" ลูอิสเริ่มฉายความท็อปฟอร์มตั้งแต่รอบอินโทรซึ่งมาแบบผู้ดีฝรั่งเรียบหรูดูแพง ดูเอาไปไว้บนรันเวย์เสื้อผ้าแพงๆ อินเตอร์ๆ ได้ ตามด้วยโชว์ไฟนอลวอร์ค ที่ทุกคนได้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าลูอิสคู่ควรกับแชมป์จริงๆ ลูอิสเอาศักยภาพทุกอย่างออกมา การเดินแบบ การแสดง และเสน่ห์ นอกจากนี้ไม่ใช่ว่ามีของอยู่แล้วแล้วจะชนะได้เลย แต่โชว์ที่ยากขนาดนี้มันเห็นถึงการผ่านการซ้อมมาอย่างหนัก อันบอกถึง ความทุ่มเทเพื่อให้ได้ตำแหน่งนี้

ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

หลายคนอาจตั้งข้อสงสัยว่า คนที่สมบูรณ์แบบเป็นผู้ชนะแล้วจะเป็นไอดอลให้กับสังคมอย่างไร สุดท้ายมันก็ตอกย้ำหรือเปล่าว่าใครต้นทุนสูงคนนั้นได้ ...ซึ่งไม่ใช่... ไม่ใช่การเข้ามาในรายการแล้วหล่อกับเก่งมาจากบ้านแล้วจะวาร์ปตัวเองไปไฟนอลวอร์คแล้วได้ตำแหน่งเลย ไม่มีใครคู่ควรกับการเป็นเดอะเฟสในตอนอีพีที่ 1 ทั้งนั้น แต่จะต้องผ่านช่วงเวลาต่างๆ ในอีพีที่ 2 ถึงอีพีที่ 10 แล้วพิสูจน์ว่าตัวเองคู่ควรต่างหาก สิ่งที่ลูอิสแห่งทีมซอนย่าทำมาทุกอย่าง ทั้งในเรื่องของงาน ความพยายาม ความเป็นมืออาชีพ ลูกน้องที่ดีและสุภาพบุรุษลูกผู้ชาย นั่นแหละที่ทำให้คู่ควร

ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

สิ่งหนึ่งคือความคิด คนที่หล่อเก่งและมีประสบการณ์แต่กลับถ่อมตน ไร้อีโก้ เมนเทอร์ไม่เลือกกลับไม่คิดโทษใคร เลือกที่จะทำงานให้ดีที่สุด ให้เกียรติเมนเทอร์ มีแต่ความรักเคารพเชื่อฟังต่อเมนเทอร์ซอนย่าไม่เปลี่ยนแปลง, ให้เกียรติเพื่อนร่วมทีมและคู่แข่ง แม้ว่าจะเก่งหรือประสบการณ์น้อยกว่า ก็มีแต่คำชื่นชมต่อพวกเค้าเหล่านั้น รวมถึงเป็นบทเรียนให้กับหลายๆ คนว่า อย่าหลงกับต้นทุนตัวเองแล้วเอามันมาเป็นอุปสรรคในการพัฒนาตนเอง

ลูอิส เมซา
ลูอิส เมซา

ช่วงพิเศษ

ตลอดมามักจะพูดถึงคนที่จะลืมไม่ได้ในรายการ คราวนี้ก็อยากพูดถึงผู้ที่ไม่ใช่ไฟนอลลิสต์ที่มีสร้างความน่าสนใจไม่เบา

เบสท์
เบสท์

เบสท์เจ้ายักษ์ที่เอาไปวางบนรันเวย์แล้วจะได้นายแบบที่ทรงพลัง ช่วงที่ประทับใจคือโชว์ของทีม เบสท์แสดงแอดติจูดที่มั่นใจและสตรองมาก น้ำหนักในการเดินทรงพลังมาก รวมถึงลายเซ็นอย่างการแกว่งแขนไปข้างหลัง ใครมองเบสท์แล้วไม่ว้าวบ้าง ... นอกจากนั้นท่อนแร็ปของเพลง Monster Win ก็มาจากเจ้ายักษ์นี่เอง

คัทจัง
คัทจัง

คัทจังได้เคยกล่าวไว้ว่าตนเองเป็น Top List ของเดินแบบ ซึ่งเค้าสามารถพูดเรื่องนี้ต่อไปได้เลย เพราะคัทจังเดินแบบได้ดีจริงๆ แม้ว่าจะเกิดปัญหานาฬิกาจะหลุดก็แก้ปัญหาไปได้แบบมืออาชีพ การเดินเป็นธรรมชาติเหมือนเดินแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดา มีความสดใสและพลังงาน รวมถึงลุคในวันนี้ทั้งโชว์แรกและโชว์ทีมดูเท่และคูลมากๆ 

วิลเลี่ยม
วิลเลี่ยม

วิลเลี่ยมยังมีสไตล์แบบผู้ชายดิบๆ เมาๆ แต่เป็นความเมาที่คูล แพง กระดูกแก้มของเค้าทำให้เค้าดูชิคมาก การเดินเหมือนไม่มีอะไรพิเศษ แต่ต้องมองเพราะมีออร่าแบบเอาสตาร์ขึ้นไปวางบนรันเวย์

ฟิล์ม
ฟิล์ม

ฟิล์มเป็นหนุ่มไทยที่ดูแพงมากๆ มีเสน่ห์เฉพาะตัวมาก เดินแล้วดูสมาร์ทมาก เรื่องของโชว์รวมจะเห็นว่าฟิล์มจะอยู่ในจุดที่เด่นกว่าพวกพ้องคนอื่นๆ ซึ่งเมนเทอร์แดดดี้คงเห็นว่าจะช่วยโชว์ได้มากกว่าใคร ซึ่งฟิล์มทำได้ดีมาก

รุจ
รุจ

ยกเว้นมะปรางในออลสตาร์แล้วคนที่เดินเปิดโชว์มักจะอ่อนเพราะเป็นคนที่ตกรอบคนแรก แต่รุจไม่เป็นอย่างนั้น รุจเป็นตัวเปิดที่มีพลังมาก รุจเดินได้สมาร์ท ทั้งยังมี facial expression ที่ดีมาก ใช้ตาหวานของเค้าเพื่อดึงดูดคนดู และสู้ตาคนอยู่ตลอด แล้วก็หล่อมากในวันนี้ ส่วนช่วงโชว์ทีมช่วงที่รุจโดดเด่นคือในรอบที่เมนเทอร์ซอนย่ามารวมทีมแล้ว ทุกคนจะเดินด้วยรอยยิ้มมุมปากและอินเนอร์มั่นใจว่าชนะแน่ ซึ่งรุจเชิดคางและทำหน้ามั่นหน้าได้ถึงจริงๆ 

โดม
โดม

บางคนอาจจะ... "โดมเนี่ยนะ" ถ้าเทียบกับวันแรกที่เค้าเดินแบบไม่เป็นเลย เกร็งตั้งแต่กระโหลกยันปลายนิ้วเท้า ก็ต้องบอกว่าเค้าพัฒนาขึ้นอย่างมากจริงๆ วันนี้โดมมาในมาดของนายแบบที่ดูโต คูล แต่แฝงความเป็นเด็กแนว และเป็นวันที่โดมยิ้มสวยมากๆ


ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

รีวิวและวิเคราะห์ The Face Men Thailand 2 EP. 10 ท่าไม้ตาย