บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

มาตุภูมิแห่งหัวใจ (2018) เรื่องเดียวก็สร้างมาสเตอร์พีซ และบทน่าจำ ให้นักแสดงหลายคน

Downpour ติดตาม กำลังติดตาม
เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2561 - 07:00 น.
AA 42

มาตุภูมิแห่งหัวใจ (

Heart Of The Motherland ) เรื่องเดียวก็สร้างมาสเตอร์พีซ และบทน่าจำ ให้นักแสดงหลายคน

เรื่องนี้ชอบการแคสที่สุด ชมทีมผู้ผลิตเลยว่ามีสายตาที่ดีที่เลือกคนได้ตรงกับงาน คือไม่ใช่การแค่ดาราที่ว่างตรงกัน หรือเอากระแสนั่นนี่ แต่ทุกคนลงตัวกับบท ส่วนใหญ่ไทยก็หน้าไทย ชนทางเหนือก็ดูเหนือๆ ฝรั่งก็ฝรั่ง เข้าถึงบทบาทไม่มีใครรู้สึกว่าจับยัด ไม่ขายคู่จิ้น (เพราะถ้าขายคู่จิ้น ยายป๋อมแป๋มต้องเล่นเป็นน้องหมอก แม่ลูกเกดหรือแม่ศรีริต้าต้องเล่นเป็นนายพล) และดึงนักแสดงมีฝีมือมารวมกันพร้อมป้อนบทให้แสดงแสนยานุภาพ ชมบทโทรทัศน์ด้วย ที่ไม่ทิ้งตัวละครไหน ทุกคนมีทางให้เล่น ทุกคนมีบทบาท ทุกคนมีจุดขาย แม้แต่บทเล็กน้อยก็ไม่ได้กระจอกเลย

บอย ปกรณ์ - เบน เตชัส
Pakorn Chatborirak as Major Techat Wasutraphaisan (Ben)

บอยจัดเป็นพระเอกดัง แต่ผลงานมีทั้งดังและไม่ดัง บทบาทที่คนจำคือแนวกวนๆ ตลกๆ แต่ถ้าจะเล่นแนวนั้นไปทั้งชีวิตก็ไม่ได้ ส่วนงานดราม่าของบอย มีตั้งแต่ไฟรักอสูรที่บอยเองคงไม่อยากจำ และที่น่าชื่นชมคือเรื่อง หงส์แต่ก็คนก็ยังติดภาพพระเอกกวนๆ เกรียนๆ อยู่ รวมถึงการเล่นบทที่ไม่มีอะไรน่าจำในละครหลายๆ เรื่อง ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ มีคนแซะบอยกับผลงานที่ไม่ค่อยปังว่า บอยควรเลือกบทบ้าง นี่แหละเรื่องนี้ที่เขาเลือกแล้ว แล้วเลือกได้ดี และก็เชื่อว่าทางค่ายมองเห็นอะไรมากกว่าไม่มีใครเล่นก็เอาบอยเล่น

เตชัส เป็นพระเอกที่มีอุดมการณ์ สู้เพื่อปกป้องประเทศและคนที่รัก มีความกล้าหาญ เท่ ฉลาด แต่ก็มีความเป็นมนุษย์ แล้วเป็นคนมีปม มีความแค้น มีความโกรธ ทำให้ได้แสดงดราม่า มีดราม่าที่เจ็บปวดอย่างการสูญเสียคนรักไปต่อหน้า โดยที่ทุกคนปกป้องเค้า ตั้งแต่โฮป ปมนี้ก็มีผลต่อสองเส้นเรื่อง เรื่องภารกิจที่ต้องการกวาดล้างยาเสพติดชดเชยสิ่งที่ตัวเองผิดพลาด เรื่องความรักมีความไม่พร้อมจะเริ่มความสัมพันธ์กับใคร และมีเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวที่พ่อเป็นทหารตอนแรกไม่เข้าใจพ่อ แต่พอเกิดวิกฤตในชีวิตก็พ่อนี่แหละที่มาประคองชีวิต และก็ได้เดินตามพ่อ มีพ่อเป็นไอดอล และเมื่อต้องเสียพ่อเพราะพ่อปกป้องตนชีวิตก็เจอวิกฤติอีกครั้ง เกิดความสับสนกับทั้งงานและความรัก ค้นหาเส้นทางและเดินกลับมาสู่เป้าหมายเดิม

บอยเป็นเบนตั้งแต่ลุคที่ชวนให้นางเอกเข้าใจผิดว่าเป็นเพลย์บอยได้ ดูมีความหื่น และดูเป็นนักธุรกิจที่เป็นฉากหน้าได้ แต่ไม่เกินที่จะเชื่อว่าจะเป็นทหาร บอยตอบโจทย์ของเตชัสได้ครบถ้วน ช่วง comedy บอยก็ทำได้ดีมากๆ บอยมีความพริ้วที่ทำให้รู้สึกมันตลกจริงๆ บางจังหวะธรรมชาติจนเหมือนไม่ได้แสดง เหมือนเกิดจริงๆ การรับส่งกับนางเอกลื่นไหลมาก ความเกรียนของบอยก็ออกมาแบบลื่นไหล ช่วงโรแมนติกให้ความรู้สึกว่าสองคนนี้กำลังสนิทกันและผูกพันขึ้นเรื่อยๆ และรักกันจริงๆ ช่วงรักคนใหม่แต่ก็ยังลืมคนเก่าไม่ได้ หรือช่วงที่ต้องการกันนางเอกออกจากภารกิจ ก็เล่นได้ซับซ้อนดี เข้าใจความรู้สึกของเบนได้ดี

ด้านที่พิเศษบ้าง สกิลที่พระเอกละครบู๊จารชน ทหาร ต้องมี คือความคูล ฉลาด มีลูกล่อลูกชน และกวนประสาทหน่อยๆ ที่บอยตอบโจทย์ได้เลย
มีฉากบู๊ที่เล่นแบบตั้งใจไม่ใช่เอาหล่อเอาเท่ แต่แข็งแรง ดุเดือด พร้อมด้วยอินเนอร์ในการต่อสู้ ความแค้น เกรี้ยวกราด แล้วยิ่งหล่อขึ้นไปด้วย ซีนทหาร เป็นข้อดีที่เรื่องนี้มีฉากทหารจริงจัง ไม่ใช่แค่ทำผ่านๆ ทำให้เห็นสกิลการเล่นเป็นทหาร ที่ขึงขัง เข้มแข็ง บอยก็เล่นตั้งตัว
ตอนตวาดนี่กร้าวใจมาก หล่อขึ้นมาอีกหลายเท่า

ที่จุดขายจริงๆ ต้องยกให้ช่วงดราม่า ทั้งเรื่องรักบอยสามารถถ่ายทอดความรู้สึกของคนมีแผลได้ดี มันจะมีความหน่วงๆ ไม่เศร้าแต่ก็มีความสุขไม่เต็มที่ ทุกครั้งที่พูดถึงโฮป บอยก็แสดงเป็นคนมีแผลจริง รู้สึกว่ามีโฮปอยู่ในใจเบนตลอด และดราม่าที่ที่สุดของเรื่องคือเรื่องครอบครัว เชื่อจริงๆ ว่านี่คือพ่อแม่ลูกกันจริงๆ ช่วงที่พีคสุดคือการเสียพ่อ บอยเล่นได้อย่างน่าขนลุก สะเทือนใจจนต้องร้องไห้ตาม จากนั้นเต็มไปด้วยช่วงดราม่า ที่เมื่อเห็นบอยก็ต้องร้องไห้ตามเค้าแล้ว ฉากอ่านเรียงความคือฉากพีคอีกฉาก มันเหมือนไม่ใช่การแสดง เหมือนเตชัสมาอ่านเรียงความจริงๆ ช่วงที่บอกว่าอ่านต่อไม่ได้ มันเรียลมาก มันสะเทือนใจและจับใจจนต้องร้องไห้ตาม

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่บอยหล่อสุด บางทีหน้าโทรม ถุงตาก็มา แต่ก็คือหล่อและเท่ด้วยบท ด้วยการแสดง บทบาทที่บอยได้ใช้ศักยภาพหลายด้าน มีมิติของมนุษย์คนนึง และเป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยมคนนึง บอยได้เจอบทที่น่าจดจำอีกบท

รักสามเส้าสามภัยพิบัติ ชาคริต-ซอนย่า-โดนัท

เรื่องก็คุ้มกับการรับบทรองอยู่สำหรับชาคริต ก็คือประกบสองนางเอก
ชาคริต-ซอนย่า ดูอัปเกรดฟอร์มละครขึ้นมาทันทีเมื่อชาคริตเจอซอนย่า ถ้าเด็กหน่อยอาจจะว้าวเพราะไม่คิดว่าจะมาคู่กัน แต่ถ้าผ่านยุค 90 ล่ะก็จะว้าวในแง่รีเทิร์น เค้าเป็นไอดอลยุคเดียวกัน เป็นเพื่อนกัน หนังเรื่องแรกของทั้งคู่ก็เล่นคู่กัน และเล่นบทผัวเมียที่รักกันมากในไฟอมตะ

ผ่านมาซอนย่าหักอกชาคริตมาตลอดแล้วก็ถึงเวลาสลับ และมาเป็นผัวเมียที่ปะทะเชือดเฉือนเอาให้ตายกันไปข้างนึง แล้วเลือกมาเหมาะ ช่วงแรกก็เชื่อเป็นผัวเมียกันจริงๆ ออร่าตอนอยู่คู่กันดูเป็นนายพลกับมาดามที่แพงมาก ตอนเล่นด้วยกันทั้งคลอเคลีย ระหองระแหง หึงกันก็ดูจริงมาก และพอต้องปะทะกันก็สมน้ำสมเนื้อ มีพลังที่ต้านกันได้ ด้วยความฮอลลิวูดความจริตฝรั่งของทั้งคู่ก็คือเราดูซีรีส์ฝรั่งกันอยู่ จูบก็แบบฝรั่งอะไรเอย วิธีการพูดต่างๆ ครั้งนี้เป็นตัวละครคู่ที่น่าจดจำอีกคู่ในมิติผัวเมียตีกันเอาถึงตายในบรรยากาศสงครามและการเมือง มันจะมีผัวเมียคู่ไหนมาชิงไหวชิงพริบกับเรื่องสงครามแล้วใช้ทหารต่างๆ เป็นหมาก เป็นปัญหาครอบครัวที่ใหญ่โตเหลือเกิน ฉากคุยโทรศัพท์บัฟกันคือฉากน่าจดจำมาก ในการถ่ายทำทั้งคู่คงไม่ได้คุยกันจริงแต่พลังที่ส่งมาปะทะกันมันทำให้ไฟลุกมากๆ

ชาคริต-โดนัท เป็นคู่ที่ยังไม่ได้ประกบกัน อาจจะด้วยฟอร์มของทั้งคู่ที่ผ่านมายังไม่ทำให้เกิดโอกาสนั้น แต่พอจับคู่ก็มีเคมีบางอย่างที่ได้ มีความเป็นนักแสดงเจ้าบทบาท มีความติสต์ๆ น่าจะมีเคมีอยู่ แล้วพอมาเล่นด้วยกันอายุต่างกันไม่มากแต่ทำให้เชื่อว่าเป็นเรื่องรักต่างวัยได้ รับส่งกันได้ทั้งซีนอารมณ์ ซีนรัก ซีนเศร้า และซีนกลยุทธ์ โดยเฉพาะซีนแทงมีดที่เอว มันเป็นซีนรักที่ประหลาดมาก ส่วนซีนรักใสๆ ตอนเปิดใจแล้วก็มีเคมีกันดีจริงๆ จนก็อาจลืมไปว่าพวกนี้มันร้าย

ส่วนการแคสฝ่ายหญิง ถ้าดูรูปนี้ คุณจะคิดว่าใครร้าย
คนนึงประชาชนกำลังขอชีวิตยิงตาย
คนนึงคนมาลอบฆ่าทำได้แค่จ่อปืนขู่ ไม่กล้าฆ่า

ชาคริต แย้มนาม - นายพลทุนอู
Shahkrit Yamnam as General Dr. Thun Ou
ชาคริตเป็นนักแสดงที่เก่งมากอยู่แล้ว ถึงใครจะบอกว่าเล่นเป็นชาคริตทุกเรื่องก็แล้วแต่ จุดดีของชาคริตคือการแสดงที่เค้าเป็นตัวละครตัวนั้น เค้าอินกับตัวละครนั้นจริงๆ แล้วก็แอคติ้งแบบแสดงซีรีส์ฝรั่ง การที่ชาคริตที่ยังอยู่ในคลาสของพระเอกได้อยู่มารับบทสนับสนุน บทร้ายเต็มตัวแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ถ้าไม่ใช่เงินถึง ก็บทดึงดูด ซึ่งคิดว่าอย่างหลัง นี่เป็นบทที่มีเส้นเรื่องแบบที่เอาไปปั้นเป็นพระเอกนิยายอีกเรื่องได้เลย เป็นบทที่มีมิติ ซับซ้อน เจ้าเล่ห์ มีอะไรให้เล่นเยอะ บทดีกว่าบทพระเอกหลายเรื่องที่ชาคริตรับเล่นอีก

นายพลทุนอู บิ๊กบอสที่โดดเด่นมากในวงการโทรทัศน์ไทย (ไม่เกรงใจจะยกอันดับ 1 ให้ด้วยซ้ำ) มีองค์ประกอบของบิ๊กบอสที่ดีคือต้องเทพ ที่เหนือกว่าพระเอกทุกอย่าง เก่งขนาดที่เป็นนายพลตอนอายุแค่นี้ หล่อ ฉลาด ต่อสู้เก่ง กลยุทธ์ 108 อย่าง มีอำนาจ มีประสบการณ์ มีเครือข่ายเต็มไปหมด แล้วที่โดดเด่นสุดคือเป้าหมายและสาเหตุ ปกติตัวร้ายมักเป็นเรื่องความยิ่งใหญ่ ครองโลก เอาเงิน แต่น้อยที่จะมีเพราะเรื่องความรัก แล้วนี่ก็ร้ายเพื่อความรักจริงๆ เป็นมิติของตัวละครไปด้วย เพราะเป็นซาตานของโลก แต่เป็นเจ้าชายเพื่อผู้หญิงคนเดียว นอกนั้นฆ่าได้ฆ่า ประเทศไหนxxxช่างมัน ทรยศชาติได้เพื่อจะเอาเมืองที่ตัวเองเคยยึดตามหน้าที่มาคืนให้ผู้หญิง สายเปย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

พอชาคริตมาสวมบทนี้มันก็กลายเป็บบทที่โคตรไม่ธรรมดาไปอีก เพราะได้คนที่ออร่าและพลังดาราสูงอย่างชาคริต แล้วเป็นการเลือกที่เหมาะ บิ๊กบอสที่เหนือพระเอกก็ได้คนที่ข่มพระเอกได้ นึกภาพแบบหนังฮีโร่ที่จ้างนักแสดงเก๋าๆ มาเป็นบิ๊กบอส ความห่างชั้นมันคือการลุ้นว่าพระเอกจะไปถึงมั้ย ถ้าบิ๊กบอสไม่เก่ง พระเอกจะยิ่งกาก แล้วนายพลทุนอูก็ไม่ใช่ล้มง่ายๆ ความหล่อ ความเท่ และเสน่ห์ของชาคริตก็เหมาะสม เพราะไปหลอกผู้หญิงที่โคตรสวยอย่างเมย์ทูเอ แล้วยังมีมาดที่สมาร์ท คูล ฉลาด แล้วพอคนแบบนี้ร้ายมันดูน่าขนลุกมาก ชาคริตก็ได้ keep look ของทุนอูไว้ตลอดเรื่อง ทุนอูจะมีความมาดดี รักษาลุคตัวเองให้ดูคูลๆ มีสไตล์ ไม่แสดงอารมณ์จริงๆ มากเท่าไหร่ แต่ถ้ามีหัวเสียก็พร้อมบวก สิ่งที่สุดๆ คือรอยยิ้มของทุนอู ที่เป็นรอยยิ้มที่ชั่วร้ายที่สุด

ฉากชิงไหวชิงพริบ แล้วก็แสดงออกมาดูฉลาด มีความเล่นเกม มีลูกล่อลูกชน กวนประสาทและความชิงเหนือกัน เขามีจริตหนังฝรั่งอยู่แล้วเลยได้ฟีลซีรีส์แนวผู้ชายชิงไหวชิงพริบจริงๆ ดูแล้วสนุกและเข้มข้น เป็นคนที่เล่นทางนี้ได้เก่งมากแค่ปะทะกันด้วยปากกับใจมันดุเดือดแล้ว ทางบู๊ก็เชื่อเลยว่าทุนอูเป็นยอดฝีมือของเรื่อง มีความต่างกับอ้นที่เน้นบ้าพลัง ของชาคริตจะเป็นแนวบู๊ที่ใช้ทักษะและใช้สมอง บู๊ออกมาได้สมจริงและเท่มากๆ

ส่วนเรื่องการสื่อสารความร้ายกาจ ตัวร้ายไม่ต้องทำหน้าชั่วร้ายหรือทำเสียงดังให้ลั่นโลก แบบนั้นมันเชย สิ่งที่ชาคริตสื่อคือไม่ว่าจะพูดด้วยน้ำเสียงปกติและยิ้มไปด้วย หรือเริ่มหัวเสียและดุ สิ่งที่ปล่อยออกตลอดมาคืออินเนอร์ที่จะกดดัน ข่มขวัญ ข่มขู่ ฝ่ายตรงเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ เหมือนปล่อยจิตคุกคามออกมา มีพลัง มีความหนักแน่นและเอาจริง ไม่ใช่คนที่จะมาขู่ขำๆ เขาทำได้จริงๆ มันให้ความรู้สึกว่าอย่าไปยุ่งกับคนคนนี้ รวมถึงความเลือดเย็นในการฆ่าคนที่ชาคริตทำได้อย่างน่าขนลุก มันคือองค์ประกอบที่ทำให้ตัวละครนี้ร้ายกาจและน่ากลัว

เส้นเรื่องความรักของทุนอู รักสามเส้าที่เอาบ้านเมืองเป็นเดิมพัน ทุนอูรักนุนุ ที่มีกำแพงกันด้วยเรื่องสงครามในอดีตซึ่งเขาต้องการจะแก้ไขเพื่อให้เธอยกโทษให้ และกระบวนนี้เขาได้ไปหลอกเมย์ทูเอผู้หญิงอเมริกันที่ญาติขายอาวุธ ให้รักและมาแต่งงานด้วย เพื่อจะให้ติดต่อเรื่องอาวุธให้
เบื้องหน้าก็คือเป็นผัวเมียสุดเพอร์เฟกต์ ทั้งที่ใจอยู่กับเจ้าหญิงปลอมตัวเป็นคนใช้ และความวิบัติก็เกิดเมื่อไปสร้างแผลในใจให้ภรรยา ผู้หญิงคนหนึ่งเริ่มเปลี่ยนจากแค้นเป็นรัก อีกคนเปลี่ยนจากรักเป็นแค้น

ชาคริตเป็นเหมาะที่จะมาเล่นเป็นตัวร้ายที่ร้ายเพราะรัก เพราะเวลาเล่นบทว่ารักใคร ชาคริตจะเล่นชัดมาก และแสดงให้เห็นตั้งแต่ฉากที่พูดกับนุนุทั้งที่พูดเรื่องอื่น แต่มันอบอวนไปด้วยความรักและความปรารถนา และฉากต่อๆ มาชาคริตก็แสดงออกมาว่ารักมาก แววตา การแสดงออกทุกอย่าง จนคนดูเข้าใจว่าแรงขับเคลื่อนของตัวละครนี้มันรุนแรงมาก เพราะเขารักผู้หญิงคนนี้มากจริงๆ แล้วความรักของทุนอูคือความรักที่หน่วง ฉากที่พีคคือฉากจูบหลังเต้นรำ แสดงออกด้วยความรัก ความอยากถนอม ความเศร้าที่อีกฝ่ายไม่เปิดใจ ก็ไม่รู้จะทำอะไรต่อ ร้องไห้ชนิดที่ว่าตาแดงไปหมด เป็นการแสดงที่สุดจริงๆ รวมถึงทุกฉากที่เป็นแนวผู้ข้าใครอย่าแตะ ถ้าจี้ปมนุนุก็มีปฏิกิริยาเสมอ คิดว่านุนุจะเป็นอะไรไปน้ำตาก็คลอแล้ว แสดงตรงนั้นชัดซะจนเห็นแค่ว่าเมย์ทูเอได้ความมนุษย์ผัวมนุษย์เมียเท่านั้น มีความหื่นเพราะเมียเซ็กซี่ขนาดนี้อ่ะนะ แต่เรื่องความรักเป็นความรู้สึกที่ว่างเปล่า เมียร้องไห้ต่อหน้าก็ไม่สะเทือนอะไร ก่อนจะเกลียดกันมากขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งที่ชอบในการแสดงของชาคริตเสมอคือเล่นอะไรก็ดูจริงไปหมด แล้วเรื่องก็เล่นซะดูจริงไปหมด ทั้งความรักและความชั่วร้าย กับบทนายพลทุนอูเป็นบทที่น่าจดจำทั้งความเก่งระดับเทพ เป้าหมายที่เป็นโดดเด่นมาก กับการแสดงที่ขั้นเทพจริงๆ เป็นมาสเตอร์พีซในยุคหลังเรื่องหนึ่งของชาคริตได้

ซอนย่า คูลลิ่ง - มาดามเมย์ทูเอ
Sonia Couling as Madam Maytu A
องค์แม่ซูเปอร์โมเดลที่เพิ่งจะแสดงแสนยานุภาพใน The Face เป็นนางเอกไทยชื่อดังยุค 90's เป็นพิตะวันในตำนาน และนักแสดงไทยที่อยู่ในระดับอินเตอร์จริงจัง (แค่ในปีนี้ก็มีผลงาน 3 ชาติ ละครไทย ซีรีส์อินเตอร์สัญชาติอังกฤษ และหนังฝรั่งเศส) ไม่ค่อยเห็นในละครไทยเพราะรับงานหลายด้าน หลายประเทศ และเป็นคนช่างเลือกบท หายจากละครไทยไป 3 ปีแล้วก็มารับบทนี้ ถ้าไม่ติดเรื่องแอร์ไทม์ที่น้อยไป ก็ต้องบอกว่าแม่เลือกถูกอยู่

มาดามเมย์ทูเอ โคตรหญิงโคตรโดนหลอก พัวพันกับสงครามเพราะความรักและความแค้นต่อสามี เป็นบทที่กลม และเทาๆ ไม่ใช่คนดีและคนเลว มีพัฒนาการระหว่างดำเนินเรื่อง ตั้งแต่นางพญาลุค sophisticated แต่ซ่อนปมชีวิตคู่ เกเรไปมีชู้ แตกหักเมื่อพบว่าสามีใช้เธอในสงครามการเมืองเพื่อผู้หญิงอีกคน โดนหลอกจากคนที่ไว้ใจซ้ำซ้อน ใจสลายจิตตก กลายเป็นนางงูพิษ คอยโต้กลับและแก้แค้นสามีด้วยสงคราม นอกจากคาแรกเตอร์มีความสวิงเพราะเจอจุดเปลี่ยน แถมยังชอบเล่นเกมสงครามประสาท บทเดียวนี่ก็ 108 อย่าง แล้วคนมาเล่นก็ปล่อยของแบบ 108 วิถี

แค่หน้าหุ่นเพอร์เฟ็กต์ ลุคแพงอินเตอร์ movement&facial expression ด้วยทักษะซูเปอร์โมเดล ก็ดึงดูดสายตาแล้ว เข้าฉากแล้วพาให้ฉากแพงและอินเตอร์ เดินขึ้นดอยไฟก็ไหม้แสนปุระ ฟุตบาธกลายเป็นรันเวย์ได้ ก็ได้มาดามที่โคตรฮอต แพง และมีบารมีองค์แม่

ส่วนการแสดงก็ตอบโจทย์ทุกช่วงด้วยการแสดงแต่ละแบบ ช่วงที่เมย์ทูเอนิ่งๆ ก็เล่นแบบเรียบๆ แต่ลึกได้, ช่วงเสแสร้งหรือสืบข้อมูลก็มีการเล่นที่ซับซ้อน มีความคูล ความฉลาด มีแววตาเจ้าเล่ห์ให้รู้สึกว่าต้องระวังนางไว้ให้ดี ช่วงหักเหลี่ยมเฉือนคม ดูเป็นจอมวางแผนได้โคตรเท่ เล่นได้คม แซ่บและกวน, แต่พอเมย์ทูเอสติแตกก็ดันการแสดงไปถึงการระเบิดได้ เป็นคนเล่นเต็มมาก ทุ่มเทกับบทไม่ห่วงสวยไม่ยั้งมือ,

ช่วงดราม่าที่เรียกกระแสสงสารมาดาม ก็อินเนอร์สูง สายตา น้ำตา และการขยี้ในทุกคำที่พูดออกมา รับรู้ถึงความเจ็บปวด หัวใจที่กำลังสลายจริงๆ และลากไปถึงระดับจิตตกจนจะทำร้ายตัวเอง ฉากที่พีคคือฉากรู้ความจริงจากเบนที่ระดับมาสเตอร์คลาสจริงๆ ขนลุก, พอช่วงเล่นสงครามประสาทก็แสบสัน ด้วยจริตดีดๆ เมาๆ และเสียงหัวเราะสไตล์ซอนย่ายิ่งดูกวนทรีนหลายเท่าตัว บางคนอาจมองว่าดีดไปมั้ย แต่จะมีจริตซอนย่าก็ไม่แปลกก็เมย์ทูเอเป็นอเมริกัน แล้วก็ได้บุคลิกที่ซนๆ เป็นมิติให้ตัวละครมีความน่ารักและดูสนุก

ที่รู้สึกว้าวคือไม่เคยรู้ว่าเป็นสายเทคนิค เมนเทอร์ซอนย่ามาแบบมีลูกเล่นแพรวพราวสุดๆ บางทีก็มีความเล่นหนังเล่นซีรีส์ฝรั่งอยู่ ดูดกล้องดูดสายตาเก่ง มีดีไซน์ action มี react แบบหลากหลาย ที่เด่นมากคือ execution ที่แบบไม่ซ้ำทางใคร มีความฝรั่งๆ การโพสต่างๆ มูฟต่างๆ สะบัดผมต่างๆ เล่นกล้องต่างๆ ของคุณแม่ มีการเล่นกับจังหวะ take time&กระชับจังหวะ เล่นกับการรับรู้ของคนดูไปด้วย ชอบทำแบบคลื่นลมสงบและปล่อยพายุ แล้วคือมันดีย์ (เสียงมาดาม)

ความมันในการดูนอกจากลุ้นว่าเมย์ทูเอจะเล่นเกมยังไงและต้องลุ้นว่าแม่ซอนจะเล่นไปทางไหนวะคราวนี้ ซึ่งมันไม่เคยซ้ำ เดาไม่ถูก มีของมาเล่นตลอด เหมือนอัดอั้นไม่ได้เล่นนาน ใครข่มก็ไม่ได้ แล้วก็ไม่ออมมือใดๆ ฆ่าได้ฆ่าใครตายช่างมัน เล่นเต็มเล่นจริง จูบก็จูบจริงจัง เสียดายมีฉากบู๊น้อยแต่ที่มีก็โคตรเท่ นี่ก็ไม่รู้ว่าคนอื่นเล่นบทนี้มันจะอะไรขนาดนี้มั้ย แต่คิดว่าเพราะแม่ซอนนี่แหละที่โคตรจะส่งบทให้มาดามเมย์ทูเอเป็น iconic ถือว่าเป็นการ come back ละครไทยที่แผลงฤทธิ์แผลงเดชมากๆ

โดนัท มนัสนันท์ - นุนุ / เจ้าก้อนแก้ว
Manatnan Phanloetwongsakun as Princess Konkaeo of Saenpura (Nunu)
โดนัทเป็นนักแสดงตัวจริง ที่พิสูจน์ความสามารถมาให้เห็นหลายเรื่อง เป็นนางเอก เป็นนางร้าย เอาอยู่ตลอด ผ่านบทบาทอะไรใดๆ มามากมาย เป็นสายฝีมือที่ผู้จัดมักจะฝากบทสำคัญไว้ในกำมือ โดนัทมาเอาดีด้านเป็นผู้จัดที่เรียกว่าเริ่มต้นได้ดี จากบทบาทที่คนดูจดจำได้ว่าเป็นมาสเตอร์พีซของโดนัท อาจจะต้องมีบทนุนุรวมไปด้วย

นุนุ เป็นตัวร้ายหลักและเป็นเป้าหมายของบิ๊กบอส มีความสำคัญต่อเรื่องมากๆ เจ้าหญิงที่รอดหลังการกวาดล้างและต้องซ่อนตัวเป็นสามัญชนรอวันกู้ชาติ เป็นตัวละครมีเป้าหมายชัดเจน มีตรรกะในแบบของเขา ที่เชื่อว่าการปลดแอกแสนปุระเป็นเรื่องที่ถูกแม้วิธีการจะผิด เธอก็สรุปว่ามันถูกและเธอจะทำ และมีเส้นเรื่องความรักที่ต้องอยู่กับคนที่ล้างชาติตนเองและช่วยชีวิตตนเอง ได้รับความรักและรักตอบ แต่มีกำแพงที่ทำให้รักไม่ได้ ต้องก่อการกู้ชาติเพื่อจะได้รักกันได้ แม้ต้องเห็นแก่ตัวและทำร้ายคนอื่น คนดูจะรู้สึกรักและเกลียด

แล้วมีคาแรกเตอร์ที่ภายนอกดูตายด้าน ไม่ได้ไว้วางใจใคร ไม่ได้เชื่อใจใคร มีความปลอมอยู่ในชีวิตประจำวัน ต้องปลอมตัวเป็นคนใช้ ปลอมว่าซื่อๆ ใสๆ แต่แผนการเยอะและโหดเหี้ยม ปลอมว่าไม่รู้สึกอะไรแต่คือรัก เป็นคนที่คุมโทนตัวเองด้วยความเรียบเฉย เพื่อไม่ให้ใครอ่านออกง่ายๆ
ใครได้อ่านคาแรกเตอร์ก็ต้องรีบกระโดดมารับเพราะตัวละครที่โดดเด่นและที่น่าจดจำ บทรองก็จริงแท้เป็นบทที่เหนือกว่าบทนำในละครเบาเป็นหลายเท่าตัว และเหมาะที่นักแสดงที่ขายฝีมือมาเล่นให้ได้ขายของ

โดนัทลงตัวกับบทนี้ ด้วยความเป็นได้ทั้งนางเอกและนางร้าย ก็ช่วยเรื่องการเป็นตัวละครที่ต้องทั้งรักและเกลียด ด้วยความขาวใสละมุนดูเป็นเจ้าหญิงได้ ปลอมเป็นคนใช้ก็พอได้ (แต่แค่เห็นโดนัทเป็นคนใช้ ก็ต้องคิดแล้วว่าคนใช้ต้องมีอะไร) คือเป็นคนกำลังพอดี หน้าเด็กและการแสดงที่เนียนสามารถรับบทเป็นเด็กสาวแล้วเชื่อ แต่ก็มีลุคสาวเก่งและเท่ที่ดูเชื่อได้ว่าจะเป็นผู้นำชาติได้ การแสดงของโดนัทตอบโจทย์การแสดงให้น้อยแต่ก็ได้มาก วางหน้าเรียบเฉยจริง แต่สายตาและส่วนต่างๆ ตั้งแต่ไหปลาร้าขึ้นไปช่วยในการแสดงหมด

ในส่วนของสงคราม โดนัทสวมบทเป็นนางจิ้งจอกได้อย่างดี ปล่อยออร่าความเหี้ยมออกมาได้น่าขนลุก แสดงเป็นคนที่มีสติและเฉลี่ยวฉลาดได้เนียน รวมถึงการแสดงการโกหกเจ้าเล่ห์ได้อย่างกำลังพอดี พอที่จะหลอกตัวละครในเรื่อง แต่ก็พอให้คนดูรู้สึกว่าจริงหรือหลอกวะ แล้วก็ได้สนุกในการตีความว่าตกลง ตอนไหนที่จริงใจ ตอนไหนที่ปลอมเปลือก พอถึงจุดที่แสดงความร้าย ก็ร้ายได้อำมะหิตสุดๆ แสดงความเด็ดเดี่ยว เด็ดขาด และการไม่แคร์ต่อชีวิตใครเท่าเป้าหมาย มีความจิตและหลอนอย่างพอประมาณ, ฉากใจสลายระเบิดอารมณ์ที่มาทีตอนจะจบ ก็ระเบิดไปถึงจุดจริงๆ และพาไปถึงช่วงใจสลายที่ก็ใจสลายจริงๆ

ในส่วนของดราม่า มีความอินทุกครั้งที่พูดถึงแสนปุระ ประหนึ่งแสนปุระมีอยู่จริง และเป็นประเทศของนางจริงๆ เราไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องสมมติเลย, ในส่วนของความรักก็แสดงได้ซับซ้อน เพราะต้องรักคนที่ไม่ควรรัก ซึ่งแสดงออกมาแล้วรู้ว่ารักและอึดอัดขนาดไหน แล้วก็ไล่ระดับไปถึงการยอมเปิดใจ โดนัทก็ได้ใช้ความนางเอกทำให้ซีนรักออกมาแล้วน่ารัก จนคนแทบจะลืมไปว่าไปทำเลวอะไรมา ภาพรวมนี่ก็คอนโทรลคาแรกเตอร์ของตัวละครแบบที่เราไม่รู้สึกว่าเป็นโดนัทหรือตัวละครที่โดนัทเคยเล่น แต่คือนุนุ ด้วยบทที่มันโดดเด่น และการแสดงที่ตอบโจทย์ทุกอย่าง อันนี้ก็มาสเตอร์พีซโดนัทนะ

อ้น สราวุธ - ดีน เซแกน
Sarawut Matthong as Dean Segan

อ้นเป็นพระเอกสายวัยรุ่นในช่วงเวลาหนึ่ง เราจำเขาได้ดีจากเรื่องฉลุย แล้วก็รับบทเป็นพระเอกพระรองมาเรื่อยๆ ที่เล่นได้คูลๆ ได้แก่ ขมิ้นกับปูน สะใภ้จ้าว วันเวลาเปลี่ยนไปบทบาทก็เปลี่ยนไป สิ่งที่เราจำได้ในการแสดงของอ้นคือความละครเวทีในระดับหนึ่ง บางเรื่องก็ชอบบางเรื่องก็ไม่ชอบ การแสดงของเขาในข้อดีคือเต็มที่กับการแสดงมากๆ ส่วนบทบาทที่จดจำสำหรับเรามีไม่มาก แต่บทดีนนี่คนดูคงจำแล้วลืมไม่ลง

ดีนเป็นตัวละครที่แบนมาก แบนที่สุด ท่ามกลางตัวละครที่กลม สิ่งที่พอจะทำให้มีมิติคงเป็นแค่ความเป็นห่วงพรรคพวก ตั้งแต่เมย์ทูเอ ลูกน้อง นอกนั้นคือแบนด้วยความเลว โหดเหี้ยม วิปริต อ้อนเท้า ไม่มีอะไรที่น่าจะไว้ใจเลย

บางคนอาจจะมองว่ามันดูเวอร์เกินที่จะมีคนแบบนี้ มันไม่ปกติ แต่มองว่าคนขายทั้งยา ขายทั้งอาวุธมันก็ไม่ใช่คนปกตินักหรอก แค่การแต่งตัวยังจะคิดว่ามันปกติเหรอ และความแบนของบทนี้มันมาเติมเต็มเคมีให้ละคร แก๊งตัวร้ายมีตัวละครสุขุมทั้ง นายพลทุนอู นุนุ เจ้าแก้วอิน ก็ควรเติมสิ่งที่ตรงข้ามลงไปเพื่อให้เกิดความสนุก แล้วความสนุกของตัวดีนคือ ความมุทะลุก่อเรื่องก่อราว ความโง่แต่อวดดี ความไม่มีเหตุผลในการกระทำ มันทำให้แก๊งตัวร้ายมีความหลากหลาย แล้วก็สร้างสถานการณ์ชวนอึ้งให้ละครได้ ด้วยความที่มันคิดอะไรไม่ปกติ ทำให้ตัวละครอื่นๆ ต้องรับมือยาก นี่แหละทำให้เรื่องสนุก

ครั้งแรกที่เห็นอ้นย้อมผมแล้วมาสวมบทนี้ ก็รู้สึกอยากดูเลย รู้เลยว่านี่แหละคือทางที่อ้นจะได้ทำอะไรมากมาย ความเล่นใหญ่ ความติดฝรั่งของเขา เอามาปล่อยเต็มที่ในบทนี้มันต้องคลิกและมันคลิกจริงๆ แต่อ้นไม่ได้เล่นแค่ภายนอก แต่เล่นยันภายใน รู้สึกว่าอ้นเป็นดีนจริงๆ แววตา การเล่นหน้าเล่นตา เล่นยันหน้าสั่น ตอนเดินเข้าฉากอ้นแสดงได้แบบว่าไม่กลัวเกรงใครเลย เพราะดีนมันเป็นคนอย่างนั้น ฉากที่รู้สึกว่ายอมจริงๆ คือฉากหื่น มันน่ารังเกียจและขยะแขยงจริงๆ ฉากลูกล่อลูกชนของผู้ชายร้ายๆ ก็รับส่งกับชาคริตก็สมน้ำสมเนื้อ กวนทรีน และแสบสุดๆ มีความเป็นซีรีส์ชิงไหวชิงพริบที่มันมีตัวที่มีสติกับตัวปั่นป่วน อ้นก็ปั่นป่วนได้เป็นอรรถรสมาก

ฉากต่อสู้โดยเฉพาะกับบอยก็เต็มที่มาก แล้วการต่อสู้ก็มีอินเนอร์ของดีนครบถ้วน คือมันเป็นคนชอบความรุนแรง มีความเป็นยอดคนผู้ทนทรีน แล้วทำหน้าหลงใหลความเจ็บปวด ฉากสู้กลางฝนของบอยและอ้นมันสุดๆ จริงๆ อ้นเล่นได้ดุดันและยั่วยุอย่างเลวทรามสมบทบาทมาก
ฉากการโดนพิษนี่แบบเหมือนแกโดนจริง เหมือนจะตายจริงๆ ตอนเป็นแผลก็เหมือนเป็นจริงๆ

ทั้งบทที่มัน iconic มีความโดดเด่น ชอบเรื่องนี้ตรงที่สร้างตัวละครสมทบออกมาได้มีเสน่ห์ ลองนึกภาพหนังที่ปั้นฮีโร่มาดีแต่ถ้าปั้นตัวร้ายไม่มีเสน่ห์ ก็ไม่น่าดูหรอก แล้วอ้นก็เป็นดีนทั้งตัว ทั้งใจ ทั้งชีวิต ทั้งวิญญาณ น่าจะเป็นบทที่คนดูต้องจดจำ คิดว่าต้องมีเด็กร้องไห้เมื่อเห็นหน้าอ้น

ชิปปี้ ศิรินทร์ - หมอก
Sirin Preedeeyanon as Awassaya Rueangritthikun (Mok)

ชิปปี้ก่อนหน้านี้เราไม่รู้สึกว่ามีอะไรโดดเด่นจากนางเอกในรุ่นๆ เดียวกัน ทั้งภาพลักษณ์และการแสดง มีสิ่งที่ดูแล้วเรียกว่าทำการแสดงที่รู้สึกว่าดูไม่เพลินเลย สำหรับมือใหม่ก็เข้าใจบ้าง ส่วนเรื่องเสียง เราไม่รู้สึกว่าจะมีปัญหาอะไรเลย เลยผ่านประเด็น แต่พอมาเรื่อง มาตุภูมิแห่งหัวใจ นี้ จากที่เคยคิดว่าไม่มีอะไรโดดเด่นต้องเปลี่ยนไปเลย ชิปปี้เป็นคนมีของ และผู้จัดและผู้กำกับรู้จักวัตถุดิบดีพอ ถึงได้เลือกบทนี้ให้ และเลือกที่ให้ชิปปี้แสดงในลักษณะนี้

หมอก คือผู้หญิงธรรมดา ในยุคนี้ หัวสมัยใหม่ เป็นศิลปิน ในช่วงแรกคนดูจะด่าหมอกว่าทำไมวุ่นวายจัง ทำไมโง่จัง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้กับหมอกคือ Coming of Age ที่ได้เรียนรู้จักโลก รู้จักชีวิตของพระเอก รู้จักชีวิตของผู้หญิงที่เป็นคู่ชีวิตของทหารอย่างแม่ของพระเอก ทำให้ตัวละครได้เติบโตและพร้อมจะเป็นคู่ชีวิตของทหารหน่วยรบพิเศษ ด้วยจุดขายของนางเอกจะต้องมีจุดเปลี่ยนเพื่อเติบโตและเป็นเวอร์ชั่นที่ดีขึ้น ในช่วงต้นจึงได้มีจุดด้อยของนางเอกเยอะแยะไปหมดเพื่อสุดท้ายแล้วเราจะเจอหมอกในเวอร์ชั่นที่ดีงามกว่า ทำให้ได้ตัวละครที่มีพัฒนาการในทางที่ดี และตัวละครแนวนี้จะทำให้คนดูตกหลุมรักและประทับใจ ยิ่งกว่าตัวละครดีแล้วก็ดีเท่าเดิม แล้วคุณล่ะรักหมอกมั้ย ถ้ารักแสดงว่าสูตรนี้ได้ผล

หมอกเป็นตัวแทนของคนปกติอย่างเราที่ไปเจอเรื่องราวในละคร เธอไม่รู้ ไม่เข้าใจ ทำอะไรไม่ถูก เพราะเรื่องที่เกิดมันใหญ่เกินตัว แต่เธอพยายามที่จะเรียนรู้ พลาดบ้าง ผิดบ้าง แต่เธอก็เรียนรู้ ในสถานการณ์ต่างๆ จะช่วยมากช่วยน้อยก็พยายามจะช่วย เธอมีคำถามง่ายๆ อย่างคนที่ไม่เข้าใจไปถามตัวละครต่างๆ เสมอ ทำไมต้องเป็นทหาร ทำไมต้องมีหน้าที่ตายก่อน เพื่อให้คนดูรู้ไปกับเธอ ทำไมป้านีถึงได้ทนได้ ยอมรับได้ ทุกคำตอบและเรื่องราวต่างๆ เข้ามาและผ่านไป ได้ขัดเกลา จนหมอกเปลี่ยนไป เป็นคนที่เข้าใจโลกมากขึ้น เข้าใจชีวิตทหารมากขึ้น และเรียนรู้ว่าจะอยู่เคียงข้างเขาจะต้องทำตัวอย่างไร และเธอทำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ดีในระดับที่ป้านี ไอดอลของเมียทหารต้องยอมรับว่าเธอเป็นคนที่สุดยอดจริงๆ และดีในระดับที่เบนภาคภูมิใจในตัวเธอ

ส่วนตัวชอบตัวละครในแบบที่จะมีกำลังแค่ไหนก็ตาม ก็ทำเท่าที่ตัวเองทำได้ แล้วหมอกได้นำเสนอตลอด ทำเพื่อประเทศด้วยการออกแบบอัญมณี ไม่ยอมบอกความลับราชการ สู้กับนุนุไม่เอาแต่รอให้คนมาปกป้อง แม้ต้องตายก็ไม่ยอมเป็นตัวประกัน นี่แหละคือหัวใจของตัวละครหมอก และกำลังจะบอกคนดูคือ คุณทำอะไรได้คุณก็ทำในสิ่งที่คุณทำได้ และมันคือธีมของซีรีส์ตามที่ทีเซอร์คุณนก สินจัยพูด ดังนั้นหมอกถึงคู่ควรกับการเป็นนางเอกของเรื่องนี้

สิ่งที่น่าจะทำให้บทของหมอกเป็นที่จดจำอีกอย่างคือ การเป็นผู้หญิงสายรุก มันคือการฉีกความซ้ำซากจำเจในละครไทย และไม่เวอร์เกินเพราะหมอกเป็นคนรุ่นใหม่อยู่แล้ว แล้วมันได้ใจตรง เป็นผู้หญิงที่อยู่กับความเป็นจริง รักก็คือรัก อยากเป็นแฟนก็อยากเป็นแฟน และเป็นผู้หญิงที่พยายามเข้าใจผู้ชาย คำพูดหรืออะไรมันทันสมัยด้วย ชิปปี้ก็เล่นเป็นคนยุคนี้จริงๆ มันก็เลยลงตัว ดูมีความจริงใจ มันก็ออกมาไม่น่าเกลียดและดูน่ารัก เป็นมีมด้วย
แล้วสิ่งที่ดีสุดคือ มีแฟนเป็นทหารน่ะ... วันไหนจะตายจากกันก็ไม่รู้ ถ้ารักต้องรีบบอกรัก ถ้าจะตายต้องรู้ว่ารัก

สิ่งที่เราบอกว่าชิปปี้มีของ คือการแสดงส่วน comedy มันคือของ เพราะไม่ใช่ว่าจะเอาใครมาเล่นแบบนี้แล้วจะได้เลย แล้วชิปปี้ก็ทำ comedy ออกมาได้ไหลลื่นเลย แล้วก็ดูเป็นสไตล์ของเขา ไม่ใช่การมาล็อคจังหวะเป็นซิตคอมแล้วพอมาเจอกับบอยที่ไหลลื่นดี เลยเป็นทีมเวิร์คที่ดี และถ้าประสบการณ์มากขึ้นก็คิดว่าจะแพรวพราวมากกว่านี้ แล้วที่บอกว่าชลลัมพี่ปรุงวัตถุดิบเป็นคือ เขาต้องรู้ว่าชิปปี้มีดีตรงนี้และป้อนบทหมอกให้ บทก็ตอบโจทย์ของผู้หญิงวัย young adults จริงๆ ดีกว่าละครที่เอาคน young adults เป็น young adults แต่ทำบทเป็นวัยกลางคนคุยกัน ชิปปี้เองก็ตอบโจทย์ของบทด้วย เพราะเขาเป็นหมอก ไม่ได้ทำการแสดงเป็นหมอก มันสัมผัสความธรรมชาติอยู่ในนั้น สัมผัสถึงความจริงใจในตัวหมอก สิ่งนึงที่คิดว่าหมอกได้รอดจากการถูกกลบก็คือ ในเรื่องเต็มไปด้วยคนไม่จริงใจ มีหมอกที่ใสๆ อยู่กลางดงนี้ และการเล่นให้จริงใจนั่นแหละที่ทำให้รอด

ฉากโรแมนติกก็มีการรับส่งกับบอยที่ดี รู้สึกถึงความธรรมชาติในการแกล้งกัน กวนกัน พอส่วนดราม่าเป็นข้อดีเลยที่เรื่องนี้ให้นักแสดงเล่นตรงกับวัยตัวเอง ตอนถูกบอกเลิกด้วยเหตุผลยังลืมแฟนเก่าไม่ได้ มันรู้สึกใจหวิวไปกับเขาจริงๆ มันไม่ต้องมีการปั้นแต่งอะไร มันคือผู้หญิงวัยนี้ นิสัยแบบนี้ กำลังเสียใจจริงๆ ชิปปี้เหมือนอยากพูดอะไรก็พูดออกมา ดูเลอะเทอะดูไร้สาระ แต่แบบมันจริงอ่ะ ชอบจังฟีลแบบนี้

แสนยานุภาพของชิปปี้คงไปจะไปวัดกับรุ่นๆ พี่ไม่ได้ แต่ชิปปี้ก็ทำให้ละครสนุกและเพลินมาก ภาพรวมบทของหมอกก็เป็นบทที่น่าจดจำของชิปปี้อย่างแน่นอน เป็นทั้งน้องเป็ด หมอกสายรุก หมอกผู้เป็นตัวประกันแห่งชาติ และเป็นบทของผู้หญิงที่ผลักดันชายคนรักผู้เป็นฮีโร่ เป็นบทที่ดีที่เป็นของคนวัยนี้จะมีได้ แล้วบทที่น่าจดจำไม่ต้องเป็นบทแนวพ่นไฟ เป็นบทที่เหมาะกับตัวเองและก็ทำให้มันเต็มที่ก็ได้ แล้วก็ค่อนข้างเห็นด้วยกับการให้นางเอกรุ่นเล็กได้เล่นบทที่มันตามวัยเขา เราจะได้เห็นของที่มันออกมาแบบธรรมชาติ ออกมาแบบจริงใจ และดูจริง

อนันต์ บุนนาค - พลโทอิสริยะ
Anan Bunnak as Lieutenant General Itsariya Phakdinarong (Big Ya)

ต้องย้อนกันนิดนึง เด็กรุ่นใหม่ๆ อาจจะรู้จักแค่นักแสดงที่เล่นบทรองของรอง เป็นตัวโจ๊ก เป็นตัวฮา เป็นลูกน้อง แต่ในยุคหนึ่ง อนันต์ บุนนาค คือนักร้องซุปตาร์ที่ดังมากๆ มียอดขายเทปถึงล้านตลับ ซึ่งแสดงแสนยานุภาพว่านี่แหละดังเป็นพลุแตก มีเพลงโคตรฮิตแบบ ล้างใจ หลงตัวเอง มีความหล่อเพราะเป็นลูกครึ่ง เป็นพระเอกกับเค้าด้วย มีบทที่ทุกคนน่าจะจดจำได้ดีคือคุณฉุย ประกบสิเรียมนางเอกอันดับ 1 ของช่องของยุคนั้น และบทพี่แว่นกับมนต์รักลูกทุ่ฉบับละครที่ดังมากๆ เมื่อวันเวลาผ่านไปบทที่ได้รับก็กลายเป็นอย่างที่เห็น

ครั้งที่แรกที่เห็นการแคสมารับบทพ่อพระเอก คู่คุณเพ็ญพักตร์ นี่ต้องอ่านใหม่ว่าเอาจริงๆ ใช่มั้ย คนดูจะติดภาพตลกๆ มั้ยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ๆ แล้วบทพ่อพระเอกเรื่องนี้คือ พ่อพระเอกสไตล์การ์ตูนญี่ปุ่น คือเก่งที่สุดในเรื่อง พ่อทุกสถาบัน แล้วพระเอกคือลูกของผู้ที่แข็งแกร่ง บทบิ๊กยะ เป็นบทที่เป็นไอเดียลมากๆ เป็นคนเก่ง คนจริง แข็งแกร่งที่สุดต้นๆ ของเรื่อง รักลูกรักเมีย รักประเทศ แต่ชอบที่ใส่ความเป็นมนุษย์ และมีมิติ อย่างความเกรงเมีย ที่ทำให้ดูน่ารักอ่ะ และมีประเด็นในอดีตที่ไม่ใช่พ่อที่ประสบความสำเร็จนัก ที่ทำให้ลูกเข้าใจผิดและหลงทาง ทำให้ตัวละครไม่ใช่คนที่เพอร์เฟกต์จนมากเกินไป แล้วเป็นปมให้ลูกด้วย ต่อมาเรื่องของภารกิจ หน้าที่ ความเป็นพ่อ ก็มาท้าทายเขาในช่วงสุดท้ายของชีวิต แล้วก็จบแบบทหารและพ่อที่ยิ่งใหญ่

เป็นคนที่ไม่เหมาะจะเป็นสามีคุณเพ็ญพักตร์ ซึ่งดีย์ เพราะถึงได้ปิดทุกคนได้สนิทว่าเป็นสามีภรรยากัน คุณอนันต์เข้ามาในบทบาทนี้ด้วยภาพที่คนดูยังติดตากับบทบาทที่รับมาตลอด แต่ก็เห็นถึงความตั้งใจในการสวมบทบาทแล้วทำให้เราเชื่อได้เรื่อยๆ การแสดงทำให้เชื่อว่าเป็นสามีของคุณเพ็ญพักตร์จริงๆ ในช่วงเกรงเมียที่เล่นได้น่ารัก แต่พออยู่ในมาดบิ๊กยะมาช่วยเมียก็เป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวที่โคตรหล่อ ตอนอยู่กับบอยก็ทำให้รู้สึกว่าเป็นพ่อจริงๆ เป็นความสัมพันธ์ของพ่อลูกในละครไทยที่ชอบ, ในช่วงดราม่าย้อนอดีต นี่ไม่ค่อยเห็นคุณอนันต์เล่นบทอะไรพวกนี้บ่อยเท่าไหร่ แต่เล่นได้ถึงและดูจริงมากๆ เหมือนครอบครัวกำลังเถียงกันจริงๆ

การสวมบทเป็นทหารคือดีย์ มีมาดผู้นำ มีมาดความเก๋า และฉลาด ช่วงที่พีคที่สุดฉากปะทะกับทุนอู ฉากต่อเนื่องที่ดึงศึกยภาพออกมาอย่างหลากหลายและยอดเยี่ยม ตั้งแต่การปะทะทางความคิด การพูดถึง "ผู้นำ" ที่บอกเลยว่าดูออกมาจากใจจริงๆ และทรงพลังด้วยความจริงใจในการพูด
มีซีนต่อสู้กับบิ๊กบอสประจำเรื่อง ที่มีซีนบู๊ที่ดีและมันมากๆ เป็นการปะทะของของที่แข็งแกร่งของเรื่องที่อีพิคมาก ถึงคุณอนันต์ไม่ได้เล่นบทนำมานานก็ไม่ดร็อปและไม่โดนข่ม แล้วคนต้องเชียร์ให้ชนะแม้ว่าชาคริตจะเสน่ห์พุ่งแค่ไหน ตามด้วยฉากดราม่าพ่อลูกในช่วงสุดท้าย ที่เล่นได้เต็มและจริงมากให้ความรู้สึกความรักที่มีต่อลูก เมีย และประเทศ ด้วยความที่ไม่ใช่นักแสดงที่รับบทพวกนี้บ่อยแล้วมันยิ่งดูว้าว แล้วรู้สึกจะใจจะขาดแทนเบนจริงๆ เพราะสิ่งที่คุณอนันต์ทำมาก่อนหน้านี้ เราผูกพัน ยอมรับ เคารพในตัวละครนี้ไปแล้ว

มาถึงฉากย้อนอดีตกับการแสดงของคุณอนันต์ที่แบบเล่นกำลังพอดี ชอบการเล่นที่ไม่ประดิษฐ์อะไรเลย แล้วมันดูจริง ก็ยิ่งส่งให้ฉากอ่านเรียงความของเบนมีพลังทำลายล้างให้คนดูจมทะเลน้ำตา

มีความรู้สึกในหลายๆ ครั้งว่าละครไทยไม่ได้มีบทปังๆ ให้กับนักแสดงรุ่นพ่อรุ่นแม่ หรือนักแสดงบทรองๆ มีก็บทที่ไม่ได้มีอะไร หรือบทพวกนี้จะมีนักแสดงกลุ่มหนึ่งที่รับไปหมด และนักแสดงสายที่เล่นบทตลกบ่อยจะไม่ได้แนวนี้เลย ซึ่งครั้งนี้เป็นบทที่ให้คุณอนันต์ได้ปล่อยของแล้ว
เป็นมาสเตอร์พีซในยุคดิจิทัลให้กับคุณอนันต์

เพ็ญพักตร์ ศิริกุล - เตชินี
Phenphak Sirikun as Techini Wasutraphaisan (Ni)

คุณเพ็ญพักตร์เป็นนักแสดงที่ผ่านงานมามากมาย คนจะจำภาพความเซ็กซี่อมตะ อีกทางคือการเป็นนักแสดงสายฝีมือ ได้ดูหลายเรื่อง บทดีบ้างไม่ดีบ้าง บทพ่นไฟก็มีมากมาย จะบทยังไงก็แล้วแต่ แบบว่าไม่เคยเห็นคุณเพ็ญพักตร์เล่นไม่ดี เชื่อว่าเป็นตัวละครนั้นเสมอ และเหมือนคุณเพ็ญพักตร์ไม่ได้แสดงอะไรเลยแล้วก็เป็นตัวละครนั้น ส่วนตัวไม่ได้ชอบบทพ่นไฟ เราชอบอย่างเรื่อง home ที่เป็นผู้หญิงธรรมดา เจอเรื่องที่คนธรรมดาต้องเจอ ที่เล่นเรียล ลึก และชั้นครูมาก ควรค่าแก่รางวัล

ครั้งนี้ชอบบทและชอบการแคสจริงๆ เตชินี เป็นผู้หญิงคนหนึ่งไม่ได้มีอะไรประหลาด เป็นนักธุรกิจ เป็นผู้หญิงสตรอง คุณเพ็ญพักตร์ลงตัวมาก เป็นผู้หญิงวัยกลางคนที่แซ่บ คล่อง เป็นผู้นำ และเสริมด้วยลุคของคุณเพ็ญพักตร์ ที่มีพลังองค์แม่ สวยอมตะมาก สวยงามไปตามวัย จริตกิริยาทุกอย่างคือผู้หญิงที่ดูดีมากๆ ทำให้ตัวละครมีลุคที่มีเสน่ห์มากๆ แล้วดีที่ได้ลุคที่ไม่ใช่สาวใหญ่เชยๆ ค่อยดูเป็นคนในชีวิตจริง แล้วจุดขายของบทนี้คือมีมิติของความเป็นเมียและแม่ของทหาร ที่ต้องปิดปังทุกอย่าง ต้องอยู่กับความเป็นห่วงว่าสามีกับลูกออกไปจะได้กลับบ้านมั้ย เป็นห่วง อยากห้าม แต่ด้วยความเป็นคนข้างหลังต้องสนับสนุน ต้องสตรอง อยากรู้จะตาย แต่ก็ถามไม่ได้เพราะเป็นภารกิจลับ เคยเห็นเรื่องราวแนวนี้มาในเรื่องอื่นๆ แต่เรื่องนี้ก็ยังขยี้ให้ต้องสะเทือนใจอีกครั้ง

แล้วคือคุณเพ็ญพักตร์ถ่ายทอดได้แบบไม่มีอะไรจะติ เชื่อได้หมดใจว่าเป็นภรรยาคุณอนันต์ สายตามีความรักความผูกพันอยู่เสมอ และเชื่อว่าเป็นแม่ของบอย ในช่วงต่างๆ คุณเพ็ญพักตร์ก็ยังคงเล่นแบบธรรมชาติจนเหมือนไม่ได้แสดงเช่นเคย ตั้งแต่มิติแบบคนธรรมดาสบายๆ เช่น หลอกลูกไปร้านอาหารเป็น comedy ที่ธรรมชาติมาก พอเข้าพาร์ทครอบครัวก็ชอบการแสดงบุคลิกในครอบครัว ความเป็นแม่กับเมียที่แบบดีมาก มีทั้งความอ่อนโยนและความบังคับซึ่งมันจริง พอเริ่มเข้าดราม่าเริ่มเห็นมิติมากขึ้น และเห็นความน่าทึ่งของคุณเตชินี เธอรู้ทั้งรู้ว่าสามีและลูกมีความเสี่ยง
อยากจะห้ามแต่ก็ไม่ทำเพราะต้องเข้าใจหน้าที่ และรู้ว่านั่นคือเพื่อประเทศ ความสับสนในจิตใจตัวละครได้แสดงออกมาจนเรารู้สึกโดยไม่ต้องพูดอะไร

ฉากที่เยี่ยมยุทธ์มากคือการฟังข่าวสามีเสียชีวิต ฉากแนวนี้เห็นมาหลายครั้งแล้ว เป็นมุกที่ค่อนข้างคลาสิก แต่ครั้งนี้ขนลุกเหมือนมันเป็นของใหม่ คุณเพ็ญพักตร์ที่ยืนเป็นผู้บริหารคนเก่งและสตรอง ต้องมาฟังข่าวนี้อย่างคนที่ใจจะแตกสลาย แต่ต้องกลั้นน้ำตา ช่วงเวลาของความเศร้าได้ลากยาวและได้เห็นการแสดงเทพๆ ไปเรื่อยๆ ฉากที่ต้องไปหาลูกแล้วต้องบอกว่าพ่อไม่อยู่แล้ว, ไปถึงฉากงานศพที่ cg ปลอมๆ นั่นแหละ แบบรู้เลยว่าถ่ายกันที่สตู ต้องใช้จินตนาการว่ามองเห็น แล้วยังเล่นได้สะเทือนใจ, ฉากที่พยายามทำเฉยระหว่างที่งานศพเพิ่งผ่านไป แล้วพอลูกสะกิดก็ร้องไห้แบบห่าฝน เหมือนคนกลั้นมานานเพราะโดนจี้จุดน้ำตาก็ไหลเป็นน้ำตก

หลังจากนั้นก็ได้เห็นความเป็นแม่ที่พยายามประคองลูก ได้เห็นมิติของตัวละครที่สุดจะสตรองก็มีความอ่อนแอของเขา ซีนเจอกับคุณสินจัยที่แสดงเหมือนไม่แสดงอีก มันคือการเล่าเรื่องคนทั่วไปที่จริงใจมากๆ ในช่วงที่โดนจับเป็นตัวประกัน ทั้งคุณแม่และนางเอกก็ได้แสดงความสตรองแบบที่คนธรรมดาจะทำได้ และสัมผัสถึงความสตรองในใจของคุณเตชินี

บทนี้อาจจะไม่ใช่บทยิ่งใหญ่ แปลกประหลาด พ่นไฟ หวือหวา แบบเอาไว้ชิงรางวัล แต่คือบทผู้หญิงธรรมดาที่ทำสิ่งที่เธอทำได้ และทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุด รู้ในสิ่งที่ควรทำ แม้จะต้องสู้กับความรู้สึกรักและหวงคนรัก แต่สุดท้ายก็เลือกสิ่งที่ควรจะเป็น ที่ผู้หญิงสตรองและมีความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเรื่อง (ทำเอาก้อนแก้วเป็นคนบ้า เมย์ทูเอเป็นคนเมา ไปเลย lol) แล้วคุณเพ็ญพักตร์ก็ถ่ายทอดออกมาได้อย่างครบถ้วน มีมิติ และน่าประทับใจ

อาภาศิริ นิติพน - อณิมา
Apasiri Nitibhon as Anima Rueangritthikun

ถ้าจะบรรยายว่าผู้หญิงที่ดูแพงเป็นยังไง คุณอุ๋มนี่แหละเรียกว่าแพง เหมือนมีประกายเพชรอยู่รอบตัว เป็นนางแบบอาชีพอีกคนในยุครุ่งเรือง ถ้าอายุมากหน่อยจะรู้จักคุณอุ๋มในฐานะอังศุมาลินเวอร์ชั่นภาพยนตร์ที่ประกบเบิร์ด ธงไชย และตุ้ย ธีรภัทร แต่ถ้าเด็กๆ จะรู้จักในบทของแม่ของของขวัญ ฮอร์โมน คุณอุ๋มยืนยงและงดงามบทรันเวย์มาตลอด เป็นครูให้นางแบบรุ่นน้อง อาจจะไม่ได้รับงานการแสดงมากนัก แต่ช่วงหลังมาคุณอุ๋มกลับมารับงานแสดงมากขึ้น รู้สึกว่าปีนี้คุณอุ๋มจะฮอตมากมีละครหลายเรื่องทีเดียว

อณิมา เป็นแม่นางเอกจับคู่ให้ลูกสาวกับลูกของเพื่อน แต่พอรู้ว่าฝ่ายชายเป็นทหารและมีแต่เรื่องเสี่ยงก็ห้ามลูกทันที บทอาจจะเป็นบทเบาเมื่อเทียบบทอื่นๆ ในเรื่อง แต่เรามองว่าตัวละครมีอะไรเพราะรายละเอียด บทพูด และนักแสดงที่ถ่ายทอด ชอบการดีไซน์ให้บทแม่ในเรื่องนี้มีความทันสมัย ที่ดูเป็นแม่ที่อยู่ในยุคนี้ ละครไทยส่วนใหญ่ที่เชยๆ ชอบมีลุคของคนเป็นแม่ในละครที่โบราณๆ แล้วมันดูไม่จริง เราจะรำคาญทุกครั้งกับบทแม่ที่จับคลุมถุงชนกับแม่กีดกันในละครไทยเพราะมันดูไม่จริง แต่ก็แม่มาคือข้อยกเว้นสามารถคลุมถุงชนและขัดขวางลูกแล้วเราเอ็นดู เพราะดูเป็นแม่ที่มีอยู่จริง แม่มาเป็นแม่ที่หรรษามีความเป็นสาว เป็นเพื่อนลูก มีความซนๆ รักลูกแต่ก็ให้พื้นที่กับลูกเหมือนกัน มีความเป็นแม่คนทั่วไปและมีเหตุผล จับคู่ให้ลูกจริงแต่ถ้าไม่ชอบจริงก็ไม่บังคับ ลูกหายก็เป็นห่วงลูก ลูกต้องเสี่ยงอันตรายก็ต้องห้าม รับฟังความคิดเห็นลูก อะไรที่ลูกเลือกแล้วก็ยอมรับ

การแคสเป็นคุณอุ๋มมาเล่น ถือว่าคลิกกับคนทำธุรกิจอัญมณี แล้วนางเอกก็พูดว่าตอนโชว์อัญมณีของพ่อ แม่เป็นคนใส่ มีใครจะเหมาะกับอัญมณีได้เท่านางแบบสายแพงอย่างอาภาศิริ แค่อยู่ในร้านร้านก็ดูแพงโดยไม่ต้องเห็นเพชรแล้ว แล้วการแสดงของคุณอุ๋มคือ มีการเล่นที่ไม่เชย ด้วยความเล่นซีรีส์ GTH หรือวิธีการเล่นส่วนตัว หรือใดๆ คุณอุ๋มไม่มีจริตละครยุคเก่าที่มันซ้ำซากจำเจ เลยดูแปลก ดูทันสมัย กับลุคที่มีความสง่า มีองค์แม่ ก็มีเสน่ห์บนหน้าจอสุดๆ รู้สึกว่าคนรุ่นใหม่จะชอบการแสดงของคุณอุ๋มเยอะนะ

สำหรับบทนี้ที่น่าสนใจคือ คุณอุ๋มมาเล่นอะไรเบาๆ มีความตลก มีความน่ารัก ที่เราไม่ค่อยเห็น ตั้งแต่ "บ๊าาาาา เชยมาก" หรือการยักคิ้วให้ลูก แล้วคุณอุ๋มเป็นคนที่เล่นแบบไม่ปรุงแต่งอะไรมาก ไม่ปั้นคำพูด ปล่อยไปสบายๆ ธรรมชาติๆ เลยเป็นทั้งแม่ที่ทันสมัยและดูจริง ช่วงจังหวะตลกก็เล่นแบบปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ฝีน แล้วยิ่งทำให้ตลกขึ้นเพราะวิธีเล่นไม่เหมือนใคร จังหวะไม่เหมือนใคร ไม่ซ้ำซาก เป็นตลกสไตล์ตลกหน้าตาย แล้วก็น่ารักที่คนบุคลิกแบบนี้มาอยู่ในซีนตลก มัน contrast เลยตลกกว่าการพยายามเล่นใหญ่ที่น่ารำคาญ ... แต่อันนี้อยากดูเรื่อยๆ ย้อนดูซ้ำ แล้วเราต้องมาตลกกับซีนคุณแม่ทุกครั้ง ... คิดว่าหลายๆ คนจะชอบในความน่ารักของแม่นางเอกเช่นกัน

แต่พอเรื่องเข้มข้นขึ้น เราได้เห็นความรู้สึกของคนเป็นแม่คนนึง ที่มีทั้งความรักและความห่วง ซึ่งการแสดงของคุณอุ๋มได้ทำให้เห็นความรู้สึกธรรมดาสามัญของปกติชนได้อย่างดีมาก มันรู้สึกร่วมเพราะว่ามันจับต้องได้จริงๆ

ไผ่ วิศรุต - ร้อยตำรวจเอก เมธัส
Visarut Hiranbuth as Methat Rueangritthikun

ที่จำไผ่ได้คือนายเมฆ พ่อหมอ เนเมียวสีหบดี ที่ผ่านมาคือเค้าเล่นดีเลยแหละ ยังไม่เคยเห็นการรับบทยุคปัจจุบันและบทที่มันเป็นคนธรรมดา มาเห็นกับบทนี่แหละ

เมธัส คนนก2018 ตัวละครนอกสายตาของเรามาก เรามองแค่ว่าเป็นตัวละครขี้หลีเชยๆ ที่มาชอบนางเอก แต่พอผ่านไปก็ยิ่งมีทางที่ชัดขึ้นเรื่อยๆ จนบอกเลยว่าเมธัสมีเส้นเรื่องเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ ตัวละครเมธัสน่าจะเป็นรุ่นๆ เดียวกับหมอก และชอบความเป็นตำรวจหนุ่มรุ่นใหม่เจน y เมธัสเป็นตำรวจน้ำดี มีความเลือดร้อน ห้าวเป้งไม่กลัวใคร ไม่กลัวตาย และแรงขับของเมธัสคือพ่อที่เป็นตำรวจและอยากให้พ่อภูมิใจ ความห้าวเป้งของเมธัสทำให้ไปพัวพันกับเรื่องที่ไม่ควร พ่อห้ามก็ไม่ฟัง และสุดท้ายเขาก็มารู้ว่าพ่อตัวเองขายชาติ เรียกได้ว่าสิ่งที่เคยยึดเหนี่ยวเป็นไอดอลไม่มีแล้ว ชีวิตจะพังขนาดไหน และเขาต้องตัดสินใจจะเลือกหน้าที่หรือพ่อ

อีกเส้นเรื่องนึงคือความรักที่มีต่อนางเอก เป็นมดแดงแฝงพวงมะม่วงแต่สุดท้ายนางเอกไปรักคนอื่น เขาอกหักพร้อมกับช่วงเวลาที่รู้ว่าพ่อขายชาติ ตำรวจกล้ามใหญ่หัวใจเด็กหนุ่มต้องสตรองขนาดไหน สุดท้ายแล้วเขาก็มีศักดิ์ศรีของความเป็นตำรวจและความเป็นลูกผู้ชาย เขาจับพ่อตัวเอง ช่วยเหลือและร่วมมือกับผู้ชายที่ได้ผู้หญิงที่เขารักไป เมธัสมีประโยคที่พีคที่สุดคือ แสนปุระกู้ชาติเพราะไม่มีแผ่นดิน แต่พ่อมีทุกอย่างแล้วทำไมทรยศประเทศตัวเอง

เป็นบทที่ดี เป็นฮีโร่อีกคนนึง เป็นพระรองสไตล์เกาหลีคือ ดี๊ดีแต่นกและคนดูสงสาร การได้ไผ่มาเล่นมันลงตัวมากๆ เริ่มจากมีลุคที่เหมือนพ่อคือผิวแทนหน้าไทย เชื่อว่าเป็นลูกได้ แล้วที่ชอบคือลุค เป็นตำรวจที่ผิวแทนตัวใหญ่ มีคาแรกเตอร์มาก บทก็มีมิติ ชอบการปั้นตัวละครแบบนี้ ชีวิตจริงคือเด็กหนุ่มซื่อๆ จีบหญิงแบบเซ่อๆ แต่พอทำงานคือตำรวจขาโหด หลายคนก็ไม่ชอบความเมธัส คือแจมทุกเรื่อง แต่เขาก็ต้องทำงานปะ เขาขยัน มีประโยคฮิต ทางดีๆ มีไม่วิ่งคนดีแน่ๆ ชอบจังหวะน้ำเสียงมาก มันเรียล มีวีรกรรมไปหาตัวหมอกที่แสนปุระ ไปุบุกบ้านนายพลทุนอู ไผ่ก็เล่นได้ห้าวเป้งจริงๆ มีฉากชุลมุนที่วุ่นวายมาก

จากนั้นคือช่วงดราม่าที่เขาเริ่มจะรู้แล้วว่าพ่อเป็นสาย ตอนนี้จิตใจพังเพราะพ่อที่เคยเป็นเป้าหมายไม่ใช่แล้ว ความหนักหนาของเมธัสที่มากกว่าเบนคือ เขาเป็นหมาป่าเดียวดาย สู้ก็สู้คนเดียว เจ็บเศร้าก็อยู่คนเดียว หมอกก็มีแต่เบน เรื่องของพ่อก็บอกใครไม่ได้ เขาก็เป็นเด็กหนุ่มคนนึงที่เจ็บได้ร้องไห้เป็น ทั้งเรื่องพ่อและอกหัก เขาหน้าเศร้าแล้วรับรู้เลยว่าเจ็บจริงๆ การฟังเรื่องหมอกๆ เบนๆ การต้องมาเห็นหมอกๆ เบนๆ ตอนได้เห็นตาแดงๆ น้ำตาหยดเป็นสายไปถึงคอแล้วขนลุกจัง คือไผ่มานิ่งๆ แล้วปล่อยน้ำตาอย่างงี้เลยเหรอ เค้าทำได้ขนาดนี้เลย

และซีนเด็ดของเมธัสคือการประจันหน้ากับพ่อ เรียกว่ามีทั้งเมธัสเด็กหนุ่มที่มีความลูก กับ เมธัสที่เป็นตำรวจ จับทุกคน แล้วเมธัสจะทำไง มีบทที่ดี เลอค่า และความดราม่าพ่อลูกคู่นี้มันสะเทือนใจมากจริงๆ ยาวไปถึงฉากดวลปืนกับพ่อที่มันสะเทือนใจมาก ที่ช่วงเวลานั้นเมธัสเอาซีนไปเลย และมาต่อกันด้วยการไผ่ก็ต้องมาเสียน้ำตาต่อกับช่วงการตายของพ่อ เมื่อเป็นเรื่องพ่อ เมธัสก็เป็นแค่เด็กหนุ่มมาร้องไห้กับศพพ่อ ที่ต้องสะเทือนใจตาม

แต่พอซีนไคล์แมกซ์เมธัสก็กลับมาสู่พาร์ทตำรวจผู้แข็งแกร่ง แล้วชอบความเชื่อมโยงของเบนและเมธัส ตัวเมธัสเป็นคู่แข่งหัวใจเบน และเป็นคู่ตรงข้ามกับเบน เบนมีพ่อที่เป็นไอเดียลเขาก็เป็นอย่างนั้นตาม ส่วนเมธัสมีพ่อที่ขายชาติ พ่อของอีกฝ่ายทำให้พ่อของอีกฝ่ายตาย แต่สุดท้ายก็มาร่วมรบคนนึงเพื่อสานต่องานของพ่อ คนนึงเพื่อแก้ไขสิ่งที่พ่อทำไป ฉากเมธัสพาทีมสยบไพรีมามันขนลุกมากๆ เติมเต็มไคล์แม็กซ์ของมาตุภูมิ คือการร่วมรบของทหาร ตำรวจ ประชาชน ...แต่เมธัสก็มีความเมธัสจบศึกเค้าก็ง้องแง้งตามเดิม

บทนี้เป็นบทที่ดีมากๆ เลย เป็นฮีโร่ที่มีดราม่า มีมิติ มีความน่ารัก คนดูต้องรักและสงสาร ไผ่ได้โชว์สกิลบู๊ ตลก และที่เด็ดเลยคือดราม่า ที่แบบว่าทุกคนคงได้เห็นว่าเขาเป็นผู้ชายเจ้าน้ำตาขนาดไหน และนี่คือบทรองก็จริงแต่เป็นบทที่มีเส้นเรื่องทรงพลังมาก มีซีนให้โชว์ฝีมือและซีนจำ และคนต้องจำเขาและสิ่งที่เขาได้พูดไว้

ธนายง ว่องตระกูล - ท่านมงคล
Thanayong Wongtrakun as Police Major General Mongkhon Rueangritthikun

เป็นคนที่มักจะเล่นบทสมบทและตัวร้ายสมทบ แต่ความโดดเด่นของเค้าคือการเล่นหนังเกาหลีThe Man from Nowhere เป็นตัวร้ายหลักที่ตบกับวอนบิน เรื่องนี้ประสบความสำเร็จทั้งด้านความนิยม คนเกาหลีกรี๊ดลุงเป็นอย่างมาก และด้านรางวัลก็ได้ชิงรางวัลสมทบชายในเวทีเกาหลีด้วย ส่วนในไทยคนดูคงจำเขาด้วยบทนี้อีกบทแล้ว อาจจะเป็นภาพจำแบบ ไอ้คนขายชาติ ไอ้คนทรยศ ไอ้คนเลว ไปตายซะ การเป็นที่จดจำไม่สำคัญจะบทดีหรือร้าย

ท่านมงคล เป็นตำรวจเบอร์ใหญ่ พ่อของเมธัสและญาติของหมอก เบื้องหน้าดูดีเบื้องหลังรับใช้นายพลทุนอู เป็นสายที่คอยให้ข้อมูล ด้วยจุดเริ่มต้นคือความโลภอยากได้สัมปทานเหมืองแร่ ก็ดูมีความจริงนะ หลายคนก็คดโกงเพื่ออะไรแบบนี้แหละ พอมองแค่นี้ก็ดูเป็นตัวละครที่ร้ายแบบแบนๆ ร้ายแบบงั้นๆ ก็คือโลภก็เลยร้าย เราก็มองอย่างนั้นในตอนแรก แต่คิดผิดตัวละครนี้มีมิติมากเลยทีเดียว

เรื่องได้ดำเนินไปเรื่อยๆ เราได้เห็นมิติของตัวละครตัวนี้ไปเรื่อยๆ และก็เริ่มกลม เพราะอีกมิติหนึ่งคือความเป็นคนธรรมดาที่ห่วงลูก ห่วงญาติ เขาพยายามแอบช่วยเมธัสและหมอกเท่าที่จะทำได้ และมิติก็เพิ่มมากขึ้นเมื่อเมธัสเริ่มเข้าใกล้ความผิดของตัวเอง เราได้เห็นว่าตัวละครมงคลเขารู้ว่าสิ่งที่ทำมันผิด และตอนนี้มันมีมากกว่าเหมืองแร่แล้ว เขาถล่ำลึกจนไม่สามารถหยุดได้ ถ้าหยุดสิ่งที่ทำมาก็สูญเปล่า และถ้าหยุดก็คือการจบชีวิตตัวเองเพราะนายพลทุนอูยังไงก็ต้องฆ่าทิ้งแน่นอน และความยัดแย้งก็มากขึ้นเมื่อ ทุนอูไม่ต้องการแค่ข้อมูลขนยา แต่เริ่มคิดจะฆ่าทหารผู้เป็นเพื่อนร่วมชาติและคนในสายงานใกล้เคียงกัน เขาไม่อยากทำ แต่สุดท้ายมงคลก็เลือกตัวเองมากกว่า มันคืออุดมการณ์ไม่สามารถชนะสัญชาตญาณการปกป้องตัวเองได้

ช่วงที่พีคที่สุดของตัวละครนี้ เมื่อความลับเปิดเผยแล้ว ตอนลูกเกลี่ยกล่อมด้วยพระราชดำรัสฯ น้ำตาของมงคลมันแสดงออกว่าเขารู้ว่าเขามาผิดทางจริงๆ เพราะเขาลืม concept นี้เขาถึงมาอยู่ในจุดนี้ แต่เขายังมีสัญชาตญาณของเขาที่อยากเอาตัวรอดก็ยังอยู่ โดนจับก็ตาย ทำงานพลาดทุนอูก็ฆ่า ในภาวะจนตรอกก็เกิดความบ้าคลั่งและความกระเสืoกกระสนของคนที่ต้องเอาตัวรอด แบบความเป็นมนุษย์ๆ จับหลานเป็นตัวประกัน และยิงลูก แต่การเห็นลูกร่วงไปต่อหน้านี่เองที่ทำให้ได้สติ เพราะเขาคงรู้แล้วจริงๆ ว่าอะไรสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา

ในช่วงการดูวิดีโอของหมอก ตัวละครนี้ก็ได้ถูกขัดเกลาด้วยความรักของคนเป็นลูก คนเราถ้ามีคนที่เชื่อในความดีและศรัทธาในตัวเรามากโดยเฉพาะคนที่เป็นลูก มันต้องเสียใจที่ทำผิด และอยากทำดีเพื่อให้ลูกภูมิใจแหละ ชอบการที่ให้หมอกเป็นคนพูดมันไม่ใช่แค่ให้ซีนนางเอก มันแสดงว่าไอ้สองพ่อลูกนี้ไม่เคยเปิดใจคุยกันเลย มงคลเห็นแค่เมธัสเป็นเด็กดื้อ แต่ไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็นฮีโร่ของลูก ไม่เคยรู้ว่ากับคนอื่นเมธัสชื่นชมพ่อยังไง ไม่เคยรู้ว่าลูกต้องการตัวเอง พอมารู้อีกทีตัวเองทำลายจิตใจลูกไปหมดแล้ว สุดท้ายทำให้เขายอมเสี่ยงกับการถูกทุนอูหมายหัว แล้วทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อลูก

ตัวละครนี้เป็นบทเรียนที่ดีเลย นอกจากแค่การทรยศประเทศชาติ การไขว้คว้าไม่หยุดมันจะไม่เหลืออะไร การทำความผิดไปแล้วมันไม่สามารถเอาคืนได้ เมื่อถึงวันที่รู้ว่ามันผิด ไม่ควรทำ ไม่น่าก้าวเข้ามา อาจจะเป็นวันที่รู้ว่าทุกอย่างมันสายไป และทางเลือกมันไม่มีแล้ว แม้วันที่อยากจะกอดลูกมากที่สุดก็ไม่มีแขนไว้กอดเพราะติดกุญแจมือ

กับการแคสนี่คือ ถ้าไม่เป็นนักแสดงก็จะเดาทำอาชีพเป็นตำรวจ เพราะนี่ลุคตำรวจเลย เป็นคนที่มีลุคเหมาะกับละครแนวนี้ แล้วก็เสริมลุคให้ละครมากๆ แล้วคือหน้าไทยผิวแทนเข้ากับไผ่มากๆ การแสดงไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ด้วยวิธีการพูดที่เหมือนละครแบบยุคเก่าๆ แบบที่มีความตั้งใจพูด หรือ react ที่แบบละครไทยแบบเดิมๆ เพราะฝั่งนึงก็เล่นหนังฝรั่ง ฝั่งนึงก็เล่นแสดงเหมือนไม่แสดง ฝั่งนึงพวกรุ่นใหม่ เลยดูโดดๆ เค้าน่าจะเล่นแบบที่เล่นหนังต่างชาตินะ จะได้โชว์ของไปเลย แต่ก็มีช่วงที่ไม่เป็นแบบนั้น ซึ่งดีย์ มีลูกเล่นที่สื่อสารได้ดี เช่น การถอนหายใจที่อ่านได้ว่ากุเกือบตายแล้ว ชอบความลนๆ ดูอ่อนแอเมื่อคุยหรือเจอกับทุนอู คือมันชัดเลยว่าแรงขับของความเลวร้ายคือความกลัว ชาคริตนี่ก็ปล่อยพลังทุบแล้วทุบอีก จนเข้าใจความสัมพันธ์เชิงอำนาจของคู่นี้ และชอบการเก็บรายละเอียดของแววตาที่มีความสับสนเมื่อต้องทำร้ายคนร่วมชาติ ดูแล้วรู้สึกว่าเขาไม่อยากทำ

ส่วนพาร์ทดราม่าพอบทและสถานการณ์มันพาไป ก็ปล่อยตัวเอง และสื่ออารมณ์ได้อย่างเต็มที่มากๆ จังหวะที่ชอบที่สุดคือ ตอนเข้าไปหาลูกแต่ถูกลากออกไป แล้วตะโกนว่า กูจะดูลูกกู มันเรียลมาก เรียลมาก เรียลจนสะเทือนใจ

เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล - เจ้าแก้วอิน
Phenphet Phenkun as Prince Kaeoin of Saenpura

อดีตพระเอกในช่วงเวลานึง เรานึกถึงคุณพ่อจอมซ่าส์ บทเท่ๆ ใน 5 คม และละครเรื่องแรกของโดนัท บ้านสาวโสด คุณแจ็ปก็เป็นพระเอก ต่อมาบทบาทเป็นตามกาลเวลา เป็นนักแสดงที่ทำหน้าที่ได้ดีมาเรื่อยๆ อาจจะไม่มีอะไรพิเศษในช่วงหลัง บทพ่อต่างๆ บทคนในครอบครัวต่างๆ สำหรับการรับบทเจ้าแก้วอินในครั้งนี้เราว่าเขาได้บทที่น่าสนใจมาก

เจ้าแก้วอิน คนคูลกู้ชาติ เป็นเจ้าแสนปุระ เป็นผู้นำสูงสุด แต่ก็ไม่ใช่คนเก่งอะไรมากมาย นอกจากปกครองแล้ว ก็คือคิดถึงเรื่องกู้ชาติ ดำเนินการเรื่องการค้ายาเสพติด ซึ่งย้อนแย้งกับตัวตนของเขามาก เพราะเจ้าแก้วอินถึงจะเป็นแก๊งตัวร้าย แต่เขาไม่วางตัวเป็นคนร้ายเลย ฉีกจาก stereotype พ่อค้ายาไปเลย มูดแอนด์โทนของบทนี้คือเจ้า สุขุม มีเมตตา อ่อนโยน รักประชาชน แต่เขาเป็นอาชญากรค้ายา

เพียงแค่ EP 2 และการเล่าเรื่องไม่กี่ฉากเราก็ได้เห็นมิติของตัวละครนี้แล้ว เราได้เห็นนิลาพูดตำหนิว่าสิ่งที่ทำมันผิด มันส่งคนไปตาย เราได้เห็นว่าเขาก็หวั่นไหวและรู้ว่าผิด และไม่ได้เอาเรื่องเด็กสาวชาวบ้าน แถมยังเอาตัวไปร่วมส่งของกับประชาชน เพื่อแสดงความเป็นผู้นำในแบบของเขา แล้วฉากที่ต้องเห็นพี่เทมปุระและเพื่อนตายต่อหน้า ทำให้เห็นว่าเขารักและแคร์ประชาชน เขาไม่ต้องการที่จะทำอะไรแบบนี้ แต่ภาพย้อนอดีตมันทำให้เห็นบาดแผลของตัวละครนี้ ว่าเขาคือทายาทของบัลลังก์มันต้องเป็นเขาที่ต้องกอบกู้ชาติ ปมของการเห็นภาพการกวาดล้างมันเป็นแรงขับเคลื่อนอยู่ตลอดเวลา และบาดแผลอีกอย่างคือ ความที่เขาไม่เก่ง ทำไม่ได้เอง ก็ต้องยอมร่วมมือกับทุนอู แม้จะเกลียดมัน

ความเด่นของเจ้าแก้วอินก็ยังเกิดจากการวางให้ต่างจากเจ้าก้อนแก้ว ถึงเป็นเจ้าเหมือนกันแต่วิธีคิดวิธีทำมีความต่างกัน โดยเฉพาะความฮาร์ดคอร์ มิติของเจ้าแก้วอินมีมาอีกในฉากกับหมออติศักดิ์ มันเป็นฉากที่ทั้งคู่ปะทะกันด้วยศักดิ์ศรีของเจ้าแสนปุระกับทหารตัวแทนของไทย มันเป็นฉากที่โคตรจะลูกผู้ชาย บทรองๆ เค้าก็มีซีนทรงพลังนะ เจ้าแก้วอินก็ได้ปล่อยตัวหมอกลับไป เหตุการณ์เดียวได้เห็นคุณธรรมของคนเป็นหมอ และคุณธรรมของคนเป็นเจ้า แม้วันนึงเขาจะต้องได้สู้กันแน่ ถ้าเป็นเจ้าก้อนแก้ว หมอโดนยิงทิ้งตั้งแต่เล่นมุกลิปสติกแล้ว หรือแม้แต่ตอนเจ้าก้อนแก้วจะยิงเบนและทหารไทย เจ้าแก้วอินก็เป็นคนออกหน้าห้าม ด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรม คือเพียงแค่เขาไม่ค้ายา ให้คนของตัวเองทำเรื่องสกปรกและเดือดร้อนประเทศอื่น เขาคงจะเป็นคนดีคนนึง

การแคสนี่เหมาะมากจริงคุณแจ็ปหล่อ ขาว ผ่อง หน้ามีออร่า ดูเป็นผู้ดีได้ อยู่กับโดนัทดูเป็นโทนเดียวกัน แล้วคือแคสดี ชาวประเทศเพื่อนบ้านมี ชาคริต โดนัท แจ็ป ดูเป็นโทนเดียวกัน ทำให้ชัดเจนว่าคนละพวกกับเมย์ทูเอกับดีนที่เป็นอเมริกัน

แล้วคุณแจ็ปก็วางบุคลิคได้สูงศักดิ์ มีความน่าเกรงขาม มีเมตตา มีความเป็นพระเอก ดูอ่อนแอในระดับที่คนไม่ค่อยเกรงใจ โดยเฉพาะไอ้ดีน แม้จะวางใบหน้าเรียบเฉย และมีน้ำเสียงคุมโทน แต่ก็เป็นคนมีความรู้สึกและก็ทางสีหน้าและแววตา ชอบการจิกตาในแบบของเค้า บางครั้งก็ขำกับความรักษาลุคของเจ้าแก้วอิน อย่างตอนมาดามเมย์ทูเออาละวาด องค์แม่ซอนย่าก็ลงขนาดนั้น ท่านก็นิ่งอย่างกับเชฟเอียนมาสเตอร์เชฟที่ลืมกดปุ่ม และพอท่านจะตอบก็ตอบด้วยน้ำเสียงผู้ดีคูลๆ ไม่ได้ให้เกียรติความเกรี้ยวกราดของเมย์ทูเอเลย

แต่มิติอื่นๆ เขาจะคูลไม่อยู่ ถ้าโดนสะกิดบาดแผล คือการกู้ชาติและกับคนที่เกลียดมากๆ อย่างทุนอู เขาจะดูงี่เง่าและหลุดจะลุคคูลๆ ขึ้นมาทันที

เรียกว่าบทนี้ก็เป็นบทที่ดี เป็นตัวร้ายที่แตกต่าง บางทีก็ไม่จำเป็นที่ตัวร้ายจะมาทางเดียวกัน ความหลากหลายคือความน่าสนใจ เป็นบทที่มีเบื้องลึกเบื้องหลัง มีมิติ มีความเป็นมนุษย์ มีตรรกะของเขา มีซีนที่มีพลังของตัวเอง ได้นักแสดงที่ถ้าเขาไปอยู่เรื่องอื่น เราจะรู้สึกว่าหน้าซ้ำ แต่กับเรื่องนี้ ไม่เกิดความรู้สึกนั้น

เกด ศิตา - นิลา
Sita Chutiphaworakan as Nila

เมื่อเปิดตัว รู้สึกอย่างแรกคือเธอเป็นใคร ? ทั้งคนเล่นอันนี้ไม่เคยดู ไม่เคยรู้จัก รวมถึงตัวละคร คือเธอเป็นใครวะ เป็นสาวชาวบ้าน แต่เธอกล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองคิด สิ่งที่ถูกต้อง ต่อหน้าคนมากมาย ต่อหน้าคนเป็นเจ้า ที่เขาจะฆ่านางตรงนั้นก็ได้ เป็นตัวละครตัวเล็กที่มีพลังเกินตัว

นิลา เป็นสาวสามัญชน เป็นเด็ก Gen Y มีความคิดเป็นของตัวเองและกล้าแสดงความคิดเห็น เป็นพวกมีอุดมการณ์ เธอเชื่อว่ามันจะมีทางออกให้แสนปุระ ที่ไม่จำเป็นต้องกู้ชาติด้วยวิธีการค้ายา เธอรู้ว่ายาพวกนี้ไปทำลายชีวิตคน เธอมองเห็นคนที่ขนยาแล้วถูกยิงตายแล้วกลายเป็นแค่อาชญากร ไม่ได้มีเกียรติอะไรเลย แล้วกู้ชาติด้วยวิธีนี้ มีชาติไปก็ไม่น่าภูมิใจ เป็นตัวละครที่สร้างมาเพื่อให้เกิดความคิดที่หลากหลาย ทำให้ฝั่งแสนปุระดูมีมิติและดูจริงขึ้น และคู่ตรงข้ามของเธอก็คือพ่อเธอ ผู้ที่เป็น traditionalism การเมืองเป็นเรื่องในบ้านไปด้วย

คิดว่านิลาคงเป็นแสนปุระรุ่นใหม่ ที่น่าจะได้รับการศึกษามาบ้าง และไม่ได้ผูกพันกับคืนวันเก่าๆ พวกรุ่นเก่าอาจจะไม่ได้ร่ำเรียนอะไร คิดแต่จะกลับไปสู่คืนวันอันแสนหวานในอดีต แต่นิลาไม่ได้ perfect ขนาดซูเปอร์ฮีโร่หรือผู้หญิงที่ฉลาดเหนือใคร เธอก็เป็นเด็กวัยรุ่นมุทะลุคนนึง ถ้าไม่ค้ายาจะทำอะไรให้ได้เงินดีนางก็ไม่รู้หรอก นางแค่ไม่เอายาเสพติด แล้ววิธีการที่จะต่อต้าน ก็ไม่ได้มีวิธีการเหนือเมฆอะไร นางก็คิดง่ายๆ เผาโกดังแม่มเลย โคตรเกรียน นางไม่ใช่คนเก่งไม่ใช่ฮีโร่ไม่มีพลังไม่มีอะไรเลย นอกจากความคิดตั้งต้นที่ดี เป็นคนธรรมดาที่ไม่คิดจะอยู่เฉยแล้วมองสิ่งที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้นไปวันๆ

และต่อมาเมื่อพบกับหมออติศักดิ์ สิ่งที่เชื่อมโยงคนสองคนนี้คือความยุติธรรม ความกล้าหาญ และก็ชอบกันด้วย นิลารู้ว่าเธอคนเดียวกำจัดยาเสพติดทั้งหมดไม่ได้ นิลาไว้ใจหมอติ และรับรู้ว่าเขาคือคนดี มีใจที่ยุติธรรม เขาไม่ได้มาทำลายบ้านเกิดเธอ เขามาเพื่อกำจัดยาเสพติดที่ทำลายบ้านเกิดเขา จึงส่งที่ตั้งที่เก็บยาเพื่อให้จัดยาพวกนี้ให้หมด มันดูเป็นการทรยศประเทศ แต่เธอมีวิธีคิดของเธอ ที่จะเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องในแบบของเธอ รักษามาตุภูมิในแบบของเธอ ไม่ให้กลายเป็นประเทศซ่องโจร และมีบรรพบุรุษเป็นโจร ...และในตอนจบ สุดท้ายแล้วสิ่งที่ผิดก็ไปไม่รอด และเธอพบสิ่งที่จะพัฒนาแสนปุระคือการศึกษา เพื่อพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ ...เหมือนปลุกเจ้าก้อนแก้วจากความตายมาตบอีกครั้ง

ถ้าเจ้าก้อนแก้วที่เฉลี่ยวฉลาด และเก่งขนาดนั้น คิดได้อย่างนิลา เธออาจจะไม่พารัฐของตัวเองไปพบกับหายนะแบบนั้นก็ได้ เชื่อว่าในวันข้างหน้านิลาคงจะได้เป็นตัวแทนของแสนปุระไปอยู่ในสภาของรัฐบาลกลาง เพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้ชาวแสนปุระด้วยวิธีการตามครรลอง (เล่นใหญ่ให้สุด)

เป็นบทที่มีเส้นทางและมีความเป็นฮีโร่มากๆ ถึงจะออกน้อย แต่วีรกรรมที่ทำให้เรื่องนี่มัน impact มากๆ มี spin off แล้วเป็นนางเอกของภาคได้
สำหรับคนเล่น มีความสวยแปลกๆ ดี ดูเป็นสาวชาวป่าที่น่าหลง กับการแสดงก็ยังไม่ถึงขั้นที่โดดเด่น แต่สำหรับความเป็นมือใหม่ เรียกได้ว่าอยู่ในมาตรฐานที่ดี รู้สึกเพลิน ไม่ขัดตา เพราะพาร์ทอื่นมีนักแสดงที่เยี่ยมยุทธ์กันเป็นมาตรฐานที่สูงถ้าใครเล่นแย่ปุ๊บมันจะชัดทันที แต่เราไม่สะดุดตอนเรื่องตัดมาที่เธอเลย แล้วก็สิ่งที่ชอบคือ ความใหม่ๆ ความเป็นสาววัยรุ่น ในการแสดง แต่ก็เต็มที่ในแบบของเขา แล้วมันลงตัวกับนิลาที่ เธอมันก็แค่คนตัวเล็กๆ แต่เธอก็จะทำในแบบของเธอ

ส่วนของเกดศิตาแล้ว ได้ย้อนไปดูผลงานเรื่อง Driver คนขับรถ ที่เกดเล่นเป็นนางเอก เรื่องมาตุภูมินี่คนละเรื่องเลยนดูซ่อนรูปมาก เพราะใน Driver นี่หุ่นเอ็กซ์มาก แถมก็ได้บทที่ทั้งร้ายทั้งน่าสงสารทั้งเจ้าเล่ห์สุดๆ

คณิน สแตนลีย์ - พันตรี นายแพทย์ อติศักดิ์
Kanin Stanley as Adisak Buranadamrong (Ti)

เป็นคนที่จำได้จากคุณชายรณพีร์ที่แค่ออกนิดเดียว คนก็หวีดและถามหาว่าเป็นใคร แสดงว่าออร่าของเขาก็ไม่ธรรมดา จากนั้นก็มีบทเล็กน้อยมาตลอด เรื่องที่ดูเขาได้รับบทเล็กน้อยจริงๆ ทั้งใหม่และเกร็ง ส่วนเรื่องที่เริ่มมีบทบาทขึ้นก็อยู่ในละครที่เราไม่ได้ตามดู ก็ไม่รู้ว่าก่อนจะมาเล่นเรื่องนี้โอมมีทักษะพัฒนาขึ้นแค่ไหน แฟนๆ ก็ช่วยให้ข้อมูลข้างล่างนี้ด้วยแล้วกัน

หมอติ คนติดป่า2018 เป็นเพื่อนทหารของพระเอก ทำหน้าที่เป็นคู่บทให้พระเอก และเป็นคู่หูคู่ฮากัน หมอติมีเส้นเรื่องของตัวเองด้วยการไปติดอยู่ในป่า เรื่องดำเนินไปไหนต่อไหน แกก็ติดอยู่อย่างนั้น แล้วเขาก็ได้เจอกับนิลา สาวแสนปุระที่ต่อต้านการทำผิดของพวกตัวเอง และไปประจันหน้ากับเจ้าแก้วอิน ผู้นำฝ่ายตรงข้าม จากนั้นหมอก็ได้ออกจากป่า มาพร้อมพิกัดจุดเก็บยาจากหญิงสาว และสร้างผลงาน

ซีนที่พีคของหมอติก็คือการประจันหน้ากับเจ้าแก้วอิน อย่างที่บอกไว้แล้ว ว่ามันคือซีนลูกผู้ชายมากๆ เริ่มจากควาเป็นหมอเห็นคนเจ็บแล้วต้องช่วย ถึงแม้ว่าคนนั้นจะฆ่าเราได้ทุกเวลา แต่การตัดสินใจของหมอด้วยความคิดที่ดีก็ตอบกลับมาด้วยสิ่งที่ดี มีซีนที่พูดคุยสู้กันด้วยเหตุผล แนวคิด ของตัวแทนจากสองฝ่าย คนที่ไม่ได้มีความแค้นส่วนตัว แต่วันหน้าพร้อมจะสู้กันแน่เพื่อบ้านของตัวเอง และถึงรู้วันหน้าอาจจะต้องสู้กัน แต่ศักด์ศรีและคุณธรรมของทั้งคู่ก็เลือกจะให้อีกฝ่ายมีชีวิต โคตรเท่ มันเท่ มันดีที่โยนซีนแบบนี้มาให้คนที่เป็นแค่บทสมทบ

สำหรับการแคสเขามีความขาวใสละมุนเกินไป ขนาดเข้าป่าไปนานก็ยังขาวใสละมุนอยู่อย่างนั้น แต่ถ้าเป็นเรื่องวัย การสวมบทบาทก็ถือว่าก็ได้อยู่
ถ้าเรื่องการแสดงเขาอาจยังไม่คมหรือมีน้ำหนักมากพอ แต่ก็ทุ่มเทในการเล่นอยู่ มีฉากบู๊สมบุกสมบันอยู่ในป่า ก็ดูจริงจัง และข้อดีคือลื่นไหล โดยเฉพาะฉากกวน ดูเป็นผู้ชายกวนแล้วดูน่ารัก

สเตฟานี เลอร์ช - พี่ซี
Stephanie Lerce as Andaman Rueangritthikun (Sea)
ศิวัช คูสกุลธรรม - พี่พีร์
Siwath Khusakuntham as Phiraphon Aphisonwanit (P.)

ฝ่ายหญิงเห็นสวยและมีออร่าแบบนี้ ก็ได้เคยผ่านงานนางเอกมา เช่น ลูกผู้ชายพันธุ์ดี ฝ่ายชายเป็นนักแบดทีมชาติ ที่ก็เพิ่งเริ่มกับการแสดง
ทั้งคู่ถือว่าเป็นตัวละครซิตคอม ที่ไม่ให้เรื่องนี้มีสาระมากไป... ไม่ให้ตึงเครียดเกินไป เป็นลูกคู่เล่นตลกให้คุณแม่ แล้วก็เสริมบรรยากาศให้ครอบครัวนางเอก ที่ก็คือครอบครัวต๊องๆ ครอบครัวหนึ่ง พี่สาวก็แต่งงานกับนักธุรกิจธรรมดา มีเวลาให้ชนิดที่เห็นพี่สาวก็เห็นพี่เขย คืออะไรไม่คิดจะไปไหน ไม่คิดห่างกันบ้าง พี่เขยสามารถแจมได้ทุกครั้งในช่วงที่แม่ลูกคุยกัน ประมาณนั้น... ชีวิตหมอกกลับแหวกด้วยการมาคบกับเบน ที่ทั้งไม่ใช่คนธรรมดา ไม่มีเวลาให้ และมีความลับเต็มไปหมด บอกครอบครัวก็ไม่ได้

พี่ซีนอกจากจะขำๆ และให้น้องยืมนมแล้ว ก็มีโมเมนต์พี่ที่น่ารัก ที่เชื่อใจน้องและช่วยคุยกับแม่ให้ และในเวลาจำเป็นอย่างเจอดีนก็มีไหวพริบที่ตามและไปแอบถ่ายรูปมาไว้ก่อน เผื่อเกิดปัญหาในอนาคต ส่วนพี่เขยก็มีซีนป้องกันเมีย เอาตัวเองขวางดีนและเจอทรีน เป็นโมเมนต์การปกป้องกันของครอบครัวนี้ ซีพยายามปกป้องหมอกกับเบน พีร์ก็ปกป้องซี มันก็เห็นความรักแบบธรรมดาสามัญ แม้ว่าจะเป็นตัวละครที่ไม่ได้เก่งอะไรเลย แต่ทำอะไรให้คนที่รักได้ก็ทำ

เทย่า โรเจอร์ส - โฮป แมรี่ ไลน์
Taya Rogers as Hope Marrie Line

เทย่าเป็นไอดอลในยุค 2000s แนวลูกครึ่งฝรั่งสวยน่ารักสดใสขวัญใจหนุ่มๆ มีเสียงแบ๊วๆ มีการเปรียบเทียบว่าในแนวนี้ ยุค 2010s มีญาญ่า ยุค 2000s ก็มีเทย่า แต่ถ้า 1990s ก็ไม่ใช่ใครก็ซอนย่า จุดเด่นของเทย่าคือเป็นคนที่ทั้งน่ารัก อินเตอร์ เซ็กซี่ มีผิวแทนที่สวยมาก เทย่าพีคสุดกับบทปริศนาที่คู่กับติ๊กเจษ ที่น่ารักมากๆ แต่จริงๆ เราก็ดูตั้งแต่ 303 กลัว/กล้า/อาฆาต เด็กๆ มาก แล้วก็มีงานนางแบบโฆษณา นางแบบนิตยสาร เล่นเอ็มวี พิธีกรของโพลีพลัส แต่คือเทย่าก็มีจังหวะมาๆ หายๆ เพราะเรียนต่างประเทศ แล้วมีละครเพียงแค่ไม่กี่เรื่องแล้วเทย่าก็หายไปนาน แล้วเพิ่งจะเห็นอีกทีตอนกลับมารับบทเป็นนางเอกอีกครั้งใน เสือและแรงชัง

โฮปเป็นผู้หญิงดีๆ คนนึงที่เป็นเหยื่อของการเลือกที่ผิดของเบน และความเลวร้ายของโลกใต้ดิน เขาไม่ควรจะเจออะไรแบบนี้ แล้วก็ตายแทนเบน สร้างแผลในใจต่อเบนแบบสุดๆ บทนี้ถือว่ามารับเชิญให้ได้ว้าวพอประมาณ รักแรกของพระเอกที่ลืมไม่ลง เป็นแรงบันดาลใจและเป็นต้นเหตุของความแค้นต้องคู่ควรหน่อย แล้วก็เหมาะสมกับบทมากๆ ตั้งแต่เป็นลูกครึ่ง เป็นคนที่สวยแบบน่ารักยิ้มแล้วสดใส ด้วยรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์แบบนี้ตั้งแต่วัยรุ่น ไม่มีลุคของความชั่วร้ายอะไรเลยซักนิด ก็เหมาะที่จะเป็นความงดงามแสงสว่างอย่างเดียวในใจเบนเวลานั้น แล้วถูกทำลายไปจนเบนไม่เป็นผู้เป็นคน และรักใครไม่ได้ง่ายๆ คนที่ตายไปแล้วแต่ก็เป็นคู่แข่งนางเอกได้ ให้ได้ลุ้นว่านางเอกจะพิชิตใจพระเอกได้มั้ย

สินจัย เปล่งพานิช - ครูจันทรา
Sinjai Plengpanich as Teacher Chanthra

นักแสดงผู้เป็นตำนานของวงการไทย ความสามารถอยู่ในระดับจุดสูงจุดบนยอดพีระมิด มีรางวัลการันตีมากมาย อยู่ยืนยงในวงการนี้มาตั้งแต่ยุคหนังรุ่งเรือง และอยู่มาทุกยุค ทุกยุคมีงานมาสเตอร์พีซ รักษามาตรฐานทั้งฝีมือและการอยู่ในฐานะนักแสดงหลักได้อย่างยาวนาน คุณสินจัยเองก็ขึ้นชื่อเรื่องการเลือกบท ทำให้คนดูรับรู้เลยว่าผลงานของสินจัยผ่านการคัดแล้วคัดอีก ถ้ามีชื่อสินจัยในงานก็ตัดสินใจดูได้เลย ทั้งละคร หรือว่าหนัง เชื่อว่ามีคนที่เห็นชื่อสินจัยบนหนังก็ซื้อตั๋วดูเลย และคุณสิยจัยก็ได้เลือกเรื่องนี้

ทันทีที่ปล่อยทีเซอร์ คือบอกเลยว่าฉลาดเรียกแขกจัง แค่สไตล์ก็ดูแตกต่าง ดูน่าดูสุดๆ แล้ว คุณสินจัยนี่แหละคนเรียกแขกที่สุด ทั้งพลัง บุญญาธิการ และการรักษามาตรฐานงานของเขา คือสิ่งที่ดึงดูดคนดูมากๆ พร้อมด้วยการพูดเนื้อหาที่มีพลังน่าขนลุกด้วย ทำให้การเปิดตัวแกรนด์มาก ทั้งที่มีแค่คุณสินจัย และพระเอกห้าคนยืนเรียงข้างหลัง ที่ห้องเล็กๆ ก็ขนลุกกว่าทีเซอร์ที่มีภูเขาหิมะ

บทครูจันทราปรากฏตัวออกมาน้อยมาก เป็นศูนย์รวมใจของพระเอก เป็นคนที่ประคองความพังของพระเอกแต่ละคน ครูจันทราจะเป็นครูที่นอกจากมีความรักให้กับลูกศิษย์ อยากให้ไปในเส้นทางที่ถูกต้อง ก็เป็นครูที่มีวิธีจัดการกับเหล่าเด็กหนุ่มได้ดี และเป็นครูที่อยู่กับความจริง อยู่กับโลกของความจริง จะมีวิธีพูดสอนที่เข้าใจง่าย และสิ่งที่ชอบที่สุดคือ ตอนที่เบนพังมา ครูเลือกที่จะให้เวลาและพื้นที่กับเบน ไม่จูงใจหรือทำอะไรที่เป็นการยัดเยียดความคิดตัวเอง สิ่งที่ครูทำคือให้อ่านเรียงความที่เคยเขียน คือ พาเบนกลับไปหาตัวตนเดิมของเขา ว่าเขาคือใคร ผ่านอะไรมา ตั้งใจจะทำอะไร แล้วให้เบนตัดสินใจว่าสุดท้ายแล้วเขาจะเลือกทางไหน แล้วสุดท้ายเบนได้ตามตัวตนของตัวเองกลับมา ก็ได้เลือกทางที่เขาจะไม่ต้องเสียใจ เชื่อว่าหลายคนคงอยากมีครูจันทราเป็นของตัวเอง

ด้วยความที่ออกมาน้อยและไม่มีเรื่องราวเบื้องหลังอะไร เราอาจจะได้เห็นครูจันทราได้เพียงแค่นี้ แต่เท่านี้ก็ประทับใจแล้ว รวมถึงแคสเป็นคุณสินจัย ถึงจะเป็นคนที่สง่ามีพลังองค์แม่ แต่ในเรื่องนี้คุณสินจัยได้ให้ความรู้สึกอบอุ่น แบบที่เราอยากเข้าไปหา เป็นที่พึ่งพิงให้ลูกนกลูกกาได้ และการแสดงที่เป็นธรรมชาติเหมือนไม่ได้แสดงอะไรเลย ซึ่งระดับคุณสินจัยทำได้ตั้งแต่แนวพ่นไฟ ล้ำลึก เกินคน และสายธรรมชาติชีวิตคนธรรมดา เรื่องนี้เราได้เห็นการแสดงเหมือนไม่แสดง ความอบอุ่น และที่สำคัญความน่ารัก ที่ไม่บ่อยนะจะรับบทเป็นคนน่ารัก

หลุยส์ สก๊อต - อคิน
Louis Scott as Akhin Nopprasit

ไอดอลยุค 90 อีกคน ที่วันนี้ยังฮอตไม่เลิกรา และหลุยส์เป็นคนที่จะเล่นอะไรก็ได้แล้ว จะดราม่าแค่ไหน จะตลกแค่ไหน จะบทรอง บทพระเอก บทร้าย อะไรก็มาเถอะ สำหรับเรื่องนี้คิดว่าจะมาเพิ่มความเข้มข้นอย่างเดียว ยังมาเล่นตลกด้วย มานิดเดียวแต่ครบทั้งจริงจัง ชิงไหวชิงพริบ บู๊ ขับเครื่องบิน และยิงมุกรัวๆ โดยเฉพาะตลกนี่ลื่นมาก จังหวะดี๊ดี ขยี้เก่ง และมีความใจกล้าหน้ากล้าในการเล่น นี่ถ้าถึงเรื่องตัวเองจะแผลงฤทธิ์แค่ไหน

ธีมและแง่คิด

เราจะพูดในสิ่งที่มากกว่าเรื่องรักชาติ คือวิธีการในการรักชาติ ซึ่งจะเห็นว่าแสนปุระก็มีความรักชาติของเขา สู้เพื่อเอกราช เป็นสิ่งที่สูงส่ง แต่เรื่องนี้ได้บอกแนวคิดที่ว่า ต่อให้คุณจะทำสิ่งที่สูงส่งยิ่งใหญ่แต่ถ้าวิธีการมันผิด มันไปสร้างบาดแผล หรือทำร้ายคนที่ไม่เกี่ยวข้อง มันไม่มีทางได้รับผลลัพธ์ที่ดี เพราะคนที่เป็นเหยื่อ เขาต้องปกป้องตัวเองแน่นอน

แสนปุระ สู้เพื่อเอกราช จากรัฐบาลกลาง เพื่อจะมีอาวุธ ก็ส่งยามาขายในประเทศไทย ที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย ทหารไทยก็ต้องปกป้องประเทศ ปกป้องประชาชน สุดท้ายความฝันอันยิ่งใหญ่ก็ต้องจบลงด้วยการปกป้องประเทศของคนไทย

และอีกเส้นเรื่องที่เทียบกันได้เลย ทุนอูสู้เพื่อความรักอันยิ่งใหญ่ต่อเจ้าก้อนแก้ว เพื่อจะมีอาวุธ แต่ก็ไปทำลายจิตใจเมย์ทูเอซึ่งเขาไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย เขาก็ต้องปกป้องตัวเอง สุดท้ายความฝันจะได้อยู่ร่วมกันก็พังด้วยการแก้แค้นของเมย์ทูเอ (การแก้แค้นคือกลไกการป้องกันตัวเองของมนุษย์อย่างหนึ่ง การแก้แค้นคือของหวาน)

สุดท้ายคนที่ได้รับบาดแผลก็มารุมตบ โทษใครไม่ได้ ก็ไปเลือกที่ไปทำร้ายเค้าก่อน สิ่งที่ไม่ควรประมาทคือ ความแค้นของผู้หญิง และความรักชาติของทหารไทย

Althenative titles : Matuphoom Haeng Huajai /

Matuphoom Haeng Huachai /亲爱的英雄之国土之心 /Người Hùng Đời Em /Родина сердца / Motherland of Heart /Heart of the Motherland

ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20

มาตุภูมิแห่งหัวใจ (2018) เรื่องเดียวก็สร้างมาสเตอร์พีซ และบทน่าจำ ให้นักแสดงหลายคน